บทนำ
ปีนั้นพบเขาที่เมืองเสียนหยาง ทั้งยังเผลอสร้างความแค้นอันแสบสันให้แก่ ปีนี้พบเขาที่เมืองฉางอัน ด้วยรู้ตัวว่าไม่อาจหนีรอดจึงได้เเต่ยอมจำนนโดยดี
ฉากหน้าที่นางเพียรรักษาถูกเขามองจนทะลุปรุโปร่ง ตัวตนของนางไม่อาจซ่อนจากสายตาคมคู่นั้น คราเเรกหวาดกลัวหวั่นวิตก นานวันเข้ากลับพบว่า ‘เขา’ คือหนึ่งเดียวที่เข้าใจนาง คือผู้ที่มอบความกล้าทำให้นางกล้าที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเอง
ทำให้นางพยายามสู้เพื่อให้ตนสามารถเป็นสตรีที่คู่ควรยืนเคียงข้างประมุขโหลว หนึ่งในผู้นำของตระกูลทั้งห้าเเห่งเมืองฉางอัน
บท 1
เรือขนาดใหญ่ซึ่งถูกตบแต่งอย่างหรูหรากำลังล่องอยู่กลางแม่น้ำฉืออัน แม่น้ำสายหลังของเมืองฉางอัน แคว้นเทียนเฉา ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามสองฟากฝั่งแม่น้ำ ดอกเหมยบานสะพรั่งและอากาศหนาวเย็นซึ่งเริ่มคลายตัว เป็นสัญญาณบอกว่ากำลังจะล่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ
เหล่าคุณชายจากห้าตระกูลอันทรงอิทธิพลทางการค้า กำลังนั่งจิบสุราชมบุปผาด้วยความสำราญใจ ทั้งนี้ก็เพื่อหารือเกี่ยวกับงานฉลองอันยิ่งใหญ่ของเมืองฉางอันที่กำลังใกล้เข้ามา
เป็นเวลานับร้อยปีที่แคว้นเทียนเฉามีประเพณีหนึ่งสืบทอดต่อกันมา ประเพณีซึ่งตระกูลโหลว ตระกูลเหอ ตระกูลเสียน ตระกูลเหลียน และตระกูลอวี่ ห้าตระกูลใหญ่อันทรงอิทธิพลร่วมมือกันจัดขึ้น
งานโปรยบุปผา...
งานโปรยบุปผาเป็นงานที่ชาวเมืองฉางอันต่างก็รอคอย เนื่องจากหนึ่งปีจะถูกจัดขึ้นครั้งหนึ่ง และในทุกปีจะมีการนำกระดาษมาตัดเป็นรูปร่างของดอกไม้ชนิดต่าง ๆ โดยสอดเงินหรือหยกชิ้นเล็กๆ ปะปนลงไปในดอกไม้กระดาษเหล่านั้น ก่อนจะโปรยลงมาจากหอสุราตระกูลอวี่ให้ผู้คนเข้ามาแย่งชิงอย่างสนุกสนาน ซึ่งแต่ละตระกูลจะมีรางวัลใหญ่ที่มีมูลค่าสูงอยู่หนึ่งชิ้น อาจจะเป็นตั๋วเงินหรือหยกประดับเนื้อดีราคาสูง
ปีนี้พิเศษและคึกคักกว่าทุกปีเนื่องจากฮ่องเต้แคว้นเทียนเฉาทรงพระราชทานหยกล้ำค่า เพื่อให้เป็นหนึ่งในสมบัติชิ้นที่มีค่าที่สุดในงานโปรยบุปผา ดังนั้นแน่นอนว่าทั้งห้าตระกูลย่อมต้องกระทำการอย่างรอบคอบ เพื่อให้งานในครั้งนี้เป็นไปอย่างยุติธรรม
“ข้าขอเสนอให้เปลี่ยนกติกาเล็กน้อย เราไม่ต้องกำหนดว่าดอกไม้ชนิดใดมาจากตระกูลใดในห้าตระกูลเป็นอย่างไร” เสียนซีหลิวเสนอขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ในทุก ๆ ปี แต่ละตระกูลจะกำหนดดอกไม้มาหนึ่งชนิด เพื่อตัดเป็นรูปร่างและแบ่งแยกประเภทบุปผาประจำแต่ละตระกูลอย่างชัดเจน แต่ในปีนี้ชายหนุ่มอยากให้ต่างออกไปเล็กน้อย
“ท่านหมายความว่าอย่างไร” เหอหลี่คุนเอ่ยถามด้วยท่าทีที่ไม่ใคร่จะเข้าใจนัก
“ก็หมายความว่าแทนที่จะกำหนดดอกไม้ชนิดหนึ่งชนิดใดให้แต่ละตระกูล พวกเราก็เปลี่ยนมาลองใช้บุปผาทั้งห้าคละแบบคละสี โดยซ่อนหยกเอาไว้ในนั้นแทน” เสียนซีหลิวจิบสุราด้วยท่าทีสง่างามก่อนเอ่ยออกมากลั้วหัวเราะ
“นั่นสินะ หากเจาะจงสีและชนิดของบุปผา ชาวบ้านที่เข้ามาร่วมงานก็จะเล็งเฉพาะที่ตนหมายตา หากเราใช้บุปผาหลากหลายขึ้น ทั้งยังไม่อาจแยกแยะว่ามาจากตระกูลใดดูแล้วคงสนุกขึ้นมาก อีกอย่างปีนี้มีหยกพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ หากจะให้งานครึกครื้นย่อมมีเพียงวิธีนี้ ข้าเห็นด้วย” โหลวตงอวี้พยักหน้าก่อนยิ้มที่มุมปาก
เขาเห็นด้วยกับวิธีอันชาญฉลาดนี้ของเสียนซีหลิว มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นจึงจะป้องกันการ ‘เล่นไม่ซื่อ’ ของผู้ใดก็ตามที่พยายามหมายปองหยกพระราชทาน โดยเฉพาะขุนนางที่สามารถติดสินบนคนในวังหลวง เพื่อให้รู้ชนิดและสีของบุปผาซึ่งห่อหุ้มหยกพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้
“พวกเจ้าสงสัยหรือไม่ว่าเหตุใดปีนี้องค์ฮ่องเต้จึงทรงพระราชทานหยก ทั้งที่ตลอดมางานนี้คนในวังหลวงไม่เคยให้ความสำคัญ” อวี่ซินหยางรินสุราก่อนยกจอกขึ้นมาคลึงไม่ดื่มเข้าไป ดวงตาคมจ้องมองจอกสุราในมือ ก่อนเหลือบสายตาออกไปมองทิวทัศน์นอกเรือ
“เจ้าจะพูดอะไรกันแน่” เหลียนชิงเหวินขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่ไม่ใคร่จะสบายใจนัก
“ห้าตระกูลแห่งฉางอันจัดงานโปรยบุปผามานาน ฮ่องเต้ทุกพระองค์ไม่เคยให้ความสนพระทัย แล้วเหตุใดครั้งนี้ฮ่องเต้จึงทรงมีพระประสงค์จะเข้าร่วมเล่า” อวี่ซินหยางดึงสายตากลับมาก่อนสบตากับสหายซึ่งร่วมทำการค้าอีกสี่ตระกูล
“ซินหยาง” เหอหลี่คุนขมวดคิ้ว “จะพูดอะไรก็ระมัดระวังหน่อยเถิด” เขากังวลเพราะคนทั้งหมดบนเรืออาจไม่ใช่คนของห้าตระกูล เช่นกันกับตอนนี้ที่มีสาวงามจากหอจื่อจิงกำลังเตรียมการร่ายรำ หากปล่อยให้เรื่องนี้ถูกพูดต่อไปจนล่วงเกินเบื้องสูง พวกเขาไหนเลยจะรับไหว
“คงมิใช่ว่าเจ้าเองก็สงสัยเช่นกันกับข้า?” อวี่ซินหยางเลิกคิ้วมองเหอหลี่คุน ก่อนจะหันไปมองเสียนซีหลิวซึ่งตอนนี้ถอนหายใจออกมาเมื่อมองเห็นท่าทีราวคุณชายเจ้าสำราญของผู้เป็นสหาย
“มีขอบเขตบ้างเถิด เรื่องเช่นนี้เจ้าจะไม่รู้เลยหรือว่าสมควรหรือไม่สมควรเอามาล้อเล่น” เสียนซีหลิวยังคงใบหน้าเรียบเฉย แต่คำพูดนั้นกลับยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าคนบนเรือล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เขาควบคุมเอาไว้ในมือทั้งสิ้น เนื่องจากเขาเป็นผู้จัดการจ้างเรือเพื่อหารือ “จะว่าไป” เอ่ยด้วยท่าทีลังเลก่อนเงยหน้าขึ้นสบตากับโหลวตงอวี้ “ข้าได้ยินมาว่าเรื่องนี้เป็นพระประสงค์ขององค์หญิงหมิงเยี่ยน”
คุณชายทั้งสี่ตระกูลต่างก็มองไปยังเสียนซีหลิว สีหน้าของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป ทั้งกลัดกลุ้ม เคร่งขรึม ตกตะลึง
และสุดท้ายคนที่คาดเดาไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่ย่อมหนีไม่พ้นโหลวตงอวี้ เพราะชายหนุ่มเพียงเลิกคิ้วก่อนยกจอกสุราขึ้นจิบ
“ตงอวี้ น้องสาวของเจ้ายังไม่มีคู่หมายกระมัง” อยู่ๆ อวี่ซินหยางก็ถามถึงโหลวฟางอี๋ราวกำลังนึกสนุก และคำถามนั้นก็ทำให้เขารู้สึกรื่นรมย์ขึ้นไม่น้อย เขาคล้ายเห็นหางคิ้วของอีกฝ่ายกระตุกสองสามครั้งก่อนกล่าว
บทล่าสุด
#160 บทที่ 160 บทที่ 13.18 จบ
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#159 บทที่ 159 บทที่ 13.17
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#158 บทที่ 158 บทที่ 13.16
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#157 บทที่ 157 บทที่ 13.15
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#156 บทที่ 156 บทที่ 13.14
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#155 บทที่ 155 บทที่ 13.13
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#154 บทที่ 154 บทที่ 13.12
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#153 บทที่ 153 บทที่ 13.11
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#152 บทที่ 152 บทที่ 13.10
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#151 บทที่ 151 บทที่ 13.9
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













