บทที่ 12 บทที่ 2.1
เสียนฉิงเยว่เดิมทีถูกบีบบังคับให้ไปเป็นอนุของผู้อื่น และนางไม่มีทางคัดค้านหรือขัดขืนการตัดสินใจของคนตระกูลเสียนแห่งเสียนหยาง ดังนั้นหญิงสาวจึงวางแผนให้ฝ่ายชายเป็นคนยกเลิกการหมั้นหมายเสียเอง
ทันทีที่รู้ว่าอีกฝ่ายลุ่มหลงในอิสตรีและชอบเข้าไปขลุกอยู่ในหอนางโลม นางจึงปลอมตัวเป็นชายเข้าไปในหอนางโลมดังกล่าว ตั้งใจจะแกล้งทำเป็นวิญญาณของบิดามารดาที่ล่วงลับตามหลอกหลอนข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว เนื่องจากรู้มาว่าคนผู้นี้ขี้ขลาดตาขาวและหวาดกลัวภูตผีเป็นที่สุด
ในวันนั้นเสียนฉิงเยว่ติดสินบนนางโลมผู้หนึ่ง กระทั่งล่วงรู้ว่าบุตรชายคหบดีผู้นั้นอยู่ห้องไหนจึงรีบรุดไปยังห้องดังกล่าว ไม่คาดว่าวันนั้นนางกลับเข้าผิดห้องเสียได้!!!
“มาแล้วหรือ รินน้ำให้ข้าที”
เสียงแหบแห้งดังออกมาจากเตียงทำเอาเสียนฉิงเยว่แทบสะดุ้ง นางโลมที่นางติดสินบนบอกชัดว่าห้องนี้ไม่มีแขกอยู่ นางจึงหลบเข้ามาเพื่อเตรียมตัวแต่งเป็นวิญญาณไปหลอกผู้อื่น หาม่ว่าห้องดังกล่าวอยู่อีกฟาก เป็นนางเองนั่นแหละที่เข้าห้องผิดเสียเอง
“มัวชักช้าอะไรอยู่ ข้าบอกให้รินน้ำ” น้ำเสียงเริ่มกราดเกรี้ยวเสียนฉิงเยว่จึงได้แต่อาศัยความมืดรินน้ำแล้วยื่นเข้าไปยังม่านหน้าเตียง
“เหตุใดไม่จุดเทียน”
คำถามนั้นนางไม่ได้ตอบ และดูเหมือนคนที่นอนอยู่บนเตียงเองก็ไม่ได้คาดคั้นเช่นกัน มือใหญ่รวบมือของนางที่ถือถ้วยน้ำไปดื่ม นางสะดุ้งตกใจจนแทบเผลอปล่อยจอก โชคยังดีที่ตั้งสติทันจึงเพียงแค่แสร้งทำเป็นคล้อยตามไม่ให้อีกฝ่ายจับได้ ถึงอย่างนั้นนางไหนเลยจะคิดว่าอีกฝ่ายเองก็รอให้นางตายใจกระทั่งเข้าใกล้เขามากพอเช่นกัน
ทันทีที่ดื่มน้ำจนหมดคนที่สมควรจะปล่อยมือกลับคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงตัวนางเข้าหาอย่างแรง เรี่ยวแรงของสตรีอย่างนางสามารถทานเรี่ยวแรงบุรุษได้ที่ไหนเล่า ร่างเล็กปลิวติดมือเขาโผขึ้นไปบนเตียงก่อนถูกอีกฝ่ายกดลงไปกับเตียงนอน เขาใช้ร่างทั้งร่างพันธนาการนางเอาไว้จนไม่อาจขยับ
ม่านหน้าเตียงบางพลิ้วปลิวขาดกระทั่งค่อยๆ ตกลงคลุมร่างคนทั้งสอง และชายส่วนหนึ่งก็เป็นสิ่งเดียวที่กั้นขวางระหว่างความอวบอิ่มของอิสตรีและบุรุษแปลกหน้า
เสียนฉิงเยว่ที่ไม่เคยใกล้ชิดกับบุรุษใดถึงขนาดใจเต้นไม่เป็นส่ำลมหายใจติดขัด ความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นทำให้นางดิ้นรนสุดชีวิต ถึงอย่างนั้นก็ไม่กล้าส่งเสียงกรีดร้อง ด้วยรู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่เช่นใด
โหลวตงอวี้คุ้นเคยกับเรื่องเช่นนี้ ด้วยเพราะหนทางการก้าวขึ้นเป็นประมุขของตระกูลนั้นไม่ง่าย ดังนั้นเขาจึงไม่อาจไว้ใจผู้ใด
การถูกวางยาพิษ ถูกพยายามฆ่า เป็นสิ่งที่หลายปีมานี้สั่งสมจนเขาต้องตื่นตัวอยู่เสมอ เช่นในเวลานี้แม้ว่าตัวเขาจะเพิ่งได้พักฟื้นหลังจากที่ขาข้างหนึ่งก้าวข้ามประตูยมโลกมาแล้ว อีกทั้งร่างกายที่ยังคงอ่อนแรง กระนั้นเขากลับรับรู้ได้ในทันที่ที่มีผู้บุกรุกเข้ามาในห้อง
คนผู้นี้ไม่ใช่คนของเขาที่ออกไปดูแลการต้มยาอย่างแน่นอน... “เป็นผู้ใดส่งเจ้ามา” เขาคาดคั้นขณะมือควานไปทั่วร่างเพื่อหาอาวุธ ทว่าเมื่อแตะโดนความนุ่มหยุ่นที่บ่งบอกว่านางเป็นอิสตรี นั่นกลับทำให้ชายหนุ่มชะงักลง “เจ้าเป็นอิสตรีหรือ”
น้ำเสียงประหลาดใจและสัมผัสของเขาทำให้นางโกรธกรุ่นจนสะบัดหลุดจากมือใหญ่ “ต่ำช้า!” ฝ่ามือเล็กสะบัดออกไปอย่างแม่นยำ เสียงชัดเจนจนแม้แต่นางเองก็ยังรู้สึกตกใจ เมื่อตั้งสติได้ตั้งใจจะหมุนตัวกระโดดออกมาจากเตียงชายหนุ่มกลับคว้าตัวนางเอาไว้ได้อีกครั้ง
“คิดหนีอย่างนั้นหรือ” เขาคว้านางเอาไว้ได้ด้วยอารมณ์โกรธกรุ่น ก่อนเหวี่ยงร่างเล็กลงไปบนเตียงแล้วพลิกกายคร่อมร่างที่กำลังดิ้นรน “อย่างไรที่นี่ก็เป็นหอนางโลมเสแสร้งไปไยเล่า สตรีในหอนางโลมเช่นเจ้าเคยทำอย่างไรเหตุใดไม่ทำเช่นนั้นเล่า!” เขากล่าวพร้อมกับยึดข้อมือทั้งสองข้างของหญิงสาวเอาไว้
“นายท่าน”
เสียงเปิดประตูเข้ามายิ่งทำให้เสียนฉิงเยว่หวาดหวั่นจนแทบปล่อยโฮ “จุดเทียนแล้วเจ้าก็ออกไปเสีย!” น้ำเสียงแข็งกร้าวของคนที่คร่อมอยู่เหนือร่างทำให้นางตัวสั่นระริก
“แต่ว่า...” เอ่ยพร้อมกับท่าทีละล้าละลังเมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายหาได้นอนอยู่บนเตียงเพียงลำพัง
“ทำตามที่สั่ง!” มือใหญ่ข้างหนึ่งกระชากม่านบางพลิ้วที่คลุมบนใบหน้าหญิงสาวออก เขาต้องการเห็นใบหน้าของสตรีอาจหาญที่ก้าวเข้ามาในห้องของตน
“ขอรับ”
ไม่นานเสียงไฟก็สว่างวาบขึ้น จากนั้นประตูก็ถูกปิดลงอีกครั้ง ใบหน้าของเสียนฉิงเยว่ซึ่งอยู่ห่างจากใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มเพียงแค่ปลายนิ้วคั่นทำให้นางหัวใจว้าวุ่นกว่าเดิม นางยอมรับว่าไม่เคยพบบุรุษใดที่รูปหน้าช่างดูเหมาะเจาะราวกับถูกสลักออกมาจากหยกชั้นดี
ดวงตาคมดุดันโกรธกรุ่นของชายหนุ่มดูน่าหวาดกลัว จนนางเองก็ไม่กล้าจะสานสบตรงๆ ที่ทำได้เพียงหอบหายใจเข้าเพื่อตั้งสติ และพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากพันธนาการอันแข็งแกร่ง
“แต่งกายเป็นบุรุษ?” รอยยิ้มเยาะหยันเผยออกมายังมุมปากของชายหนุ่ม “หรือคิดว่านี่จะช่วยให้รู้สึกน่าค้นหายิ่งขึ้น”
ไม่พูดเปล่ามือเขาดันข้อมือทั้งสองของนางขึ้นไปยึดเอาไว้เหนือศีรษะ กดมือทั้งสองของนางเอาไว้กับเตียงด้วยมือใหญ่เพียงข้างเดียว ส่วนอีกมือใช้ลากไล้ลงมาตั้งแต่ใบหน้าของหญิงสาว พร้อมๆ กับใบหน้าที่ขยับเข้ามา จงใจพ่นลมหายใจอุ่นร้อนจากลมหายใจของตนไปยังส่วนที่เขาลากไล้ใบหน้าผ่าน
