บทที่ 5 ตอนที่ 4 แฟนผม

ตอนที่ 4 แฟนผม

ตื่นสายว่าแย่แล้ว ลงมาเจอไอ้ขุนนั่งสักประกบกับไอ้บูมแย่กว่า แต่ในเมื่อมันใส่ถุงมือแล้ว เตรียมตัวแล้ว คงต้องให้มันสักต่ออีกหน่อย เขาจะได้รีบยัดห่าแล้วออกไปสูบบุหรี่ก่อนมาสลับกับมัน 

"ปกติมึงมีความรับผิดชอบมากกว่านี้นะ" ขุนเหน็บทั้งที่ยังก้มหน้าสักอยู่ คนถูกเหน็บหันมองเพียงเสี้ยววิ เดินหน้าสลอนไปหยิบกล่องข้าวมานั่งตรงข้ามคนท้อง 

"กินยัง? กินไหม เดี๋ยวหยิบให้" ปลื้มถามแม่ของลูกบูม 

"ไม่เอาอะ เหม็น" 

"?" เหม็นอะไรวะ ยังไม่ได้แกะกล่องเลยนะ แต่พอเปิดกล่องข้าวเท่านั้นแหละ 'สุกี้แห้ง' รู้เรื่อง 

"เดี๋ยวไปนั่งกินข้างนอก" ปลื้มกลั้วหัวเราะปิดกล่องข้าว เดินถือไปวางบนม้าหินอ่อน แล้วเดินกลับเข้ามาหยิบน้ำเปล่า ก่อนจะหย่อนตูดนั่งกินจริง ๆ 

กินไปสามคำเห็นจะได้ อยู่ ๆ ตาขวาก็กระตุก แค่กระตุกคงไม่เท่าไหร่ ตาขวากระตุกถี่เหี้ย ๆ หลังเห็นคนเปิดประตูลงจากรถ ในมือถือช่อดอกไม้ 

ใช่แน่ ๆ จีบเลย์แน่ ๆ 

ไม่กี่นาทีต่อมา ภาพตรงหน้าก็ยืนยันว่าสิ่งที่คิดเมื่อครู่เป็นความจริง 

ดาเลย์ใส่เสื้อยืดเข้ารูป กางเกงขาสั้นอวดขาขาว เดินถือกุญแจรถตรงมาทางที่เขานั่งอยู่ ด้านหลังเธอมีไอ้หน้าเด็กที่หอบช่อดอกไม้มาให้เดินตามมาต้อย ๆ เหมือนหมาตามเจ้าของ 

"จอดไว้ตรงนี้เอง บอกเอ็มก็ได้ เลย์จะได้ไม่เหนื่อย" 

"ขอบคุณนะ แต่เก็บความหวังดีของนายไปเถอะ" ดาเลย์ตอบไม่สนใจสีหน้าคนด้านหลัง เธอเดินผ่านช่างสักหนุ่มที่นั่งตรงม้าหินอ่อนหน้าร้าน โดยไม่ได้เหลียวมองหรือชำเลืองมองเลยแม้แต่น้อย 

มือเล็กปลดล็อกรถทันทีที่เดินถึงประตูข้างคนขับ 

ปลดล็อกปุ๊บ ล็อกปั๊บ ไม่รอให้แขกไม่ได้รับเชิญพาตัวเองเข้ามานั่งในรถของเธอ 

"เดินมาก็เดินกลับ นะ.." หลังกลับรถ ดาเลย์ลดกระจกลงพูดกับเอ็ม เขาขมวดคิ้วงุนงง และคงจะงงกว่านี้ ถ้ายังพยายามไม่เลิก 

งงไม่งง ไม่รู้ จากที่คิดว่าจะขับรถกลับไปจอดในโรงจอดของดีดี ตอนนี้ไม่อยากจอดแล้ว และไม่อยากเสียเวลาแวะกลับไปหยิบโทรศัพท์ด้วย 

ชายหนุ่มนั่งกินสุกี้แห้งพลางหัวเราะในลำคอ ก่อนแสร้งดูโทรศัพท์แล้วระเบิดหัวเราะสะใจเสียงดัง จนไอ้หน้าเด็กหันมามอง 

มองมา มองกลับ 

"?" ปลื้มปรายตามอง เลิกคิ้วขึ้นขมวดเข้าหากันเชิงถามอีกฝ่ายว่ามีปัญหาอะไร? 

"ดาเลย์มาสักร้านนี้เหรอครับ พอจะรู้ไหม ช่างสักคนไหน" คนอายุอ่อนกว่าถามอย่างไม่คาดหวังกับคำตอบ 

"มั้ง จำไม่ได้" 

"เลย์กลัวเข็มมาก แค่เจาะเลือดยังนั่งร้องไห้ ผมเลยอยากรู้ ช่างสักคนไหนที่ทำให้เลย์อยากสัก" 

"กูไง" ปลื้มตอบแล้วยกน้ำดื่มล้างปาก

"คุณเหรอ?" 

"กูนี่แหละ" ปลื้มเผยยิ้มมุมปาก ขยับลำตัวหันไปเผชิญหน้า เขาไม่รู้อีกฝ่ายกำลังคิดอะไร ที่แน่ ๆ กูเกลียดหน้ามึงฉิบหาย! 

จังหวะเครื่องสักหยุดทำงาน ได้ยินเสียงแว่ว ๆ จนต้องรีบวางมือ เดินออกมาดูนอกร้าน 

"มีอะไร?" ขุนถามเพื่อนแล้วหันมองอีกคนที่ไม่คุ้น 

"สงสัยจะมีปัญหา กูน่าจะไปสักให้เด็กมัน" ปลื้มยิ้มหน้าระรื่นไม่สะทกสะท้านทั้งที่ตอบคำถามเพื่อน แต่สายตากลับจ้องอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ

"มีปัญหาอะไร?" ขุนก้าวขาออกจากร้าน ถามอีกครั้ง 

"เปล่า ผมแค่สงสัย" 

"หายสงสัยหรือยัง?" 

"ยัง" 

"ถามมา เดี๋ยวตอบให้" 

"แฟนผมกลัวเข็ม เป็นไปไม่ได้ที่จะมาสัก" 

"ก็แค่กลัว กลัวไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่ได้ คนเราต้องลองอะไรใหม่ ๆ บ้าง จริงไหม?" ขุนกลั้วหัวเราะพูด หันมองผู้จัดการทีมเป็นระยะ มันน่าจะก้าวขาลงสนามไปข้างหนึ่งแล้วแหละ อาการแบบนี้ 

"คงแบบนั้น ขอบคุณครับ" เอ่ยขอบคุณแล้วก้าวขาเร็ว ๆ กลับไปที่รถหรูของตัวเอง 

"แฟนผม ชัดพอไหม?" ขุนตบบ่าถามปลื้ม 

"แฟนก็แฟนดิ มาบอกกูทำไม ไม่ได้สนใจ" ปากบอกไม่ ใจเริ่มสั่นละ ทำไมวะ ทำไมต้องเจอแต่คนมีเจ้าของ ตั้งแต่ไอ้ภูมิละ สัดเอ๊ย! 

"โอเค งั้นคงไม่มีปัญหา" 

"ครับเฮียขุน" ปลื้มพยักหน้ายิ้ม ผายมือไปในร้าน เชิญให้เพื่อนรักไปสักต่อ 

สิบห้านาทีต่อมา 

แดกไม่ลง นั่งกระดกน้ำจนหมดขวด สุกี้แห้งเหลือเต็มกล่อง เสียดายของฉิบหาย 

"กูว่าน่าจะเวรกรรม พวกเราระยำอะ ฟ้าเลยส่งแต่คนมีเจ้าของมาให้" บูมพูดตัดพ้อ มองแม่ของลูกตัวเองตาละห้อย จนเมียถลึงตาใส่ 

"เจ้าของก็เจ้าของ เจอเจ้ากรรมนายเวรแบบกูหน่อยเป็นไง ใช่ไหมรัก.." คราวนี้ส่งยิ้มแทบฉีกถึงรูหูให้เมีย 

"ใช่ไม่ใช่ถามก่อน อย่าคิดไปเอง ถ้าไม่อยากให้ไก่ตื่นก็ตะล่อมเอา" เหมือนเพลงกับเพื่อน เขาไม่เคยถามว่าทั้งสองเป็นอะไรกัน ไม่ได้อยากรู้จากปาก เพราะดูจากการกระทำก็พอจะเดาออก 

"เปิดใจถามแบบไอ้ภูมิแล้วใส่ยับจนท้อง แบบนั้นเหรอ" ปลื้มพูดต่อจากขุน และประโยคต่อมาทำเขาหน้าชาตัวชายืนเซไม่รู้ตัว 

"ตอนเป็นโค้ชฉลาดมาก มองเกมขาด พอลงเล่นเองเท่านั้นแหละ.." ขุนหันมองปลื้มแล้วยิ้ม ก่อนจะเอ่ย..

"เล็มหญ้าในสนามจนเกลี้ยง" 

"..." ไอ้เหี้ย โคตรเหี้ยเลยไอ้ขุน 

"แต่มึงไม่ใช่โค้ชนี่ ระดับผู้จัดการทีมเชียว"

"..." อย่า! อย่าพูด 

"คงเล็มหญ้าหมดสนาม แดกยันรากหญ้าเลยมั้ง" 

"..." สัดมาก มึงสัดมาก 

"ใช่ไหม? ไอ้เด็กเปรต" ขุนถามบูม 

"หึ" บูมขำแห้งมองเพื่อนปลื้มที่เถียงไม่ออก 

"ไม่นั่งเหรอ ทรงตัวไม่อยู่ขนาดนี้นั่งเถอะ ฉันไม่ซ้ำหรอก แต่อาจจะมีขำบ้าง หน้านายตอนนี้ตลกดี" ที่รักตบที่นั่งด้านข้างชวนให้ปลื้มนั่ง เห็นยืนเซ หน้าถอดสี นั่งตั้งหลักก่อนจะดีกว่า 

"เมียมึงด่ากู" ปลื้มหันไปมองค้อนบูม 

"แลกกันกับที่มึงชอบนั่งมองนมเมียกู" บูมถอนหายใจมองปลื้ม

"เออ!" ไม่เถียงก็ได้ หยวน ๆ กันไป ยิ่งท้องยิ่งนมใหญ่ เขาไม่ได้จะมอง ตามันมองเอง!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป