บทที่ 2 ตอนที่ 2 เธอมีเจ้าของ (มือที่สาม)
ตอนที่ 2 เธอมีเจ้าของ (มือที่สาม)
ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก คงจะเสือกแทรกเยอะเลย เพราะไอ้สองตัวที่ไม่อยากให้รู้เรื่องเดินมาแล้ว
"ไง รถไฟกี่ราง" ขุนแค่นหัวเราะหันมองไอ้ภูมิ เดินไปทางตู้เย็นหยิบน้ำเปล่าออกมายืนยกคลายร้อน
"รถไฟกี่รางไม่รู้ แต่รถไฟจะชนกันไหม กูอยากรู้" ปลื้มยิ้มกวน ๆ นั่งลงข้างไอ้บูม ตบไหล่เพื่อนรักสองสามครั้งอย่างรู้กัน
"แสดงว่าจริง ที่มันไปสอยลูกสาวร้านทอง" บูมหัวเราะมองภูมิที่อาจจะเกมไม่ช้าก็เร็ว แล้วก็ต้องหุบปากเมื่ออีกเสียงดังขึ้น
"มึงพูดแบบนี้ เมียมันมาได้ยินเข้าใจผิดกันหมด" ขุนเอ็ดบูมเหมือนจะเข้าข้างภูมิ ไม่วายหันมองคนบนเตียงสักกวน ๆ
"จะได้ยินอะไร มันเอาไปไว้คอนโดแล้วครับคุณมึง"
"ไว้ก่อนรู้ว่ามีผัว หรือรู้แล้วเลยให้ไปอยู่คอนโด?" ขุนถามบูมที่กลับมาพร้อมภูมิ
"ก่อน"
"อ่า..แบบนี้คงจะกลับมาเคลียร์ห้องที่นี่อะดิ กูพูดถูกไหม?" ขุนกระตุกยิ้มถามภูมิ ทำขวดสีลอยมาตกตรงหน้า
"พวกมึงแม่งเหี้ย!" ภูมิส่ายหน้าว่าให้ไอ้พวกเวร
"มึงชอบเหรอ? มาอยู่นานแค่ไหน" ปลื้มที่นั่งฟังเงียบ ๆ ถามขึ้นจนเจ้าของธรีพีอย่างภูมิหันมาสบตา แล้วก็ต้องหันไปมองเสียงคนมาใหม่
"เดี๋ยว เดี๋ยว! รอกูด้วย กูก็อยากรู้" ไคเซอร์เดินโอบเอวเมียรักเข้ามาในร้านยิ้ม ๆ ก่อนจะดันให้ภัสไปอาบน้ำคลายเหนียว โดยเขาจะอยู่รอตรงนี้ นั่งเสือกเรื่องเพื่อนพลาง ๆ
"คิดถึงนะคะ ^^ เดี๋ยวภัสลงมานะ" ณภัสยิ้มกว้างให้เฮียภูมิ เฮียบูม ก่อนจะเดินไปทางบันไดเพื่อกลับขึ้นห้องไปอาบน้ำ
"จะเริ่มได้ยัง ทีตอนโทรมาละอยากเล่า ตอนนี้มึงรีบเล่าเลย ภัสไม่อยู่" ไคเซอร์รีบถามก่อน เพราะกลัวว่าถ้าภัสลงมานั่งฟังด้วย ไอ้ภูมิจะหมกเม็ด อย่างว่า..มันเป็นพี่ชายที่แสนดีของน้องสาวนี่
"จะให้เริ่มจากตรงไหน?" ภูมิสบตาเพื่อนทั้งสี่คน ก้มหน้ามองพื้น ถอนหายใจ
"เริ่มจากเด็กที่กูเรียกให้มึงก่อนเลย เด็ดปะ" บูมถามเรื่องใต้สะดือเพราะไม่อยากให้ตึงเครียดมากจนเกินไป ใครจะรู้..ตึงกว่าเดิม! ตึงตั้งแต่รู้ว่าผิดคน
ภูมิเริ่มเล่าตั้งแต่ยังกรึ่ม ๆ จนให้ทิป ถัดมาอีกวันที่เจอกัน ได้คุยกัน ตลอดการเล่าไม่มีหมาตัวไหนพูดแทรกเลยสักตัว ดูพวกมันตั้งใจฟังกันมาก
"ก็เออ ตามนั้น กูเลยให้ไปนอนคอนโดก่อน แล้วก็เพิ่งมารู้นี่แหละ" เพิ่งมารู้ว่าเธอมีเจ้าของเพราะไอ้บูมบอกเมื่อกี้นี้เลย
"อะ ทีนี้ตามึงแล้วครับไอ้บูม เล่ามาเลย!" ขุนหันมองบูมทันทีที่ไอ้ภูมิพูดจบ ทำสายตาหลายคู่หันมาโฟกัสที่มันคนเดียว
"มองกูแบบนี้คืออะไร? กูไม่ใช่ผัวเมียมันนะ" บูมพูดแล้วรีบขยับถอยห่างจากไอ้ไคซ์ ขุน ปลื้มทันที
"มึงรีบเล่าได้ไหม เดี๋ยวภัสลงมา" ภูมิส่ายหน้าอย่างคนเอือมระอาบอกให้รีบเล่า เพราะถ้าภัสลงมาคงจะเกร็งอยู่ไม่น้อย ได้ยินแว่ว ๆ ม้าบอกว่าภัสรู้จักเซย์
"โอเค งั้นพวกมึงก็ตั้งใจฟังนะ.." บูมยิ้มพูด
"เออ!!" สามเสียงดังขึ้นพร้อมกัน ทำคนจะเล่าสะดุ้งขยับถอยหนีอีกระลอก
"เออ ทีแรกกูกะจะอยู่จีนต่อแต่เบื่อ ๆ เลยให้ไอ้ภูมิจองเผื่อจะได้กลับพร้อมกัน แล้วกูว่างไงเลยมานั่งรอ นั่งเล่นเกมในโทรศัพท์ปกตินี่แหละ แต่ไอ้ผู้ชายที่นั่งด้านหน้ากูมันลุกขึ้นเว้ย ลุกไปกอดกับผู้หญิงผมยาว ๆ"
"..." เงียบ เพราะตั้งใจฟัง
"อยู่ ๆ มันก็ร้อง กูเลยเงยหน้ามองแล้วก็เล่นเกมต่อ เล่นไปเล่นมา หูเริ่มผึ่ง เสือกแหละ..
..ได้ยินผู้ชายถามทำนองว่าไปนานแค่ไหน จะกลับมาหาไหม จะรักเหมือนเดิมหรือเปล่า ยังคุยกันได้ไหม เหมือนมึงตอนกลัวเสียภัสไปอะไอ้ไคซ์" บูมกระตุกยิ้มมองเสือคลั่งตัวแรก
"เกี่ยวไรกับกู อย่าวกวน เล่าต่อ ๆ" ไคเซอร์ส่ายหน้าบอกให้เล่าต่อ ไม่วายหันมองทางบันได
"ผู้หญิงก็ตอบคุยได้ รอได้ไหม เดี๋ยวก็กลับมา ผู้ชายคนนั้นสะอื้นเลย กูเห็นแล้วอยากดึงมาปลอบฉิบหาย หมาเหมือนเพื่อนกูเลยเชี้ยเอ๊ย!"
"ไอ้บูม มึงจะเล่าดี ๆ ไหม?" ขุนพูดแล้วกำมือต่อยฝ่ามืออีกข้าง ทำเจ้าของชื่อยิ้มหวานยืนขึ้นโค้งคำนับ เล่าต่อ..
"ครับคุณขุน ที่กูได้ยินก็..ถาม ๆ กันว่าถ้ากลับมาจะแต่งงานกันเลยไหม เขาบอกรักกันอะ มึงจะให้กูทำยังไง จะให้เดินไปแทรกแล้วบอกรำคาญเหรอ แต่ก็ไม่แน่ ถ้ารู้เป็นเด็กไอ้ภูมิกูจะไอขัดสักสองสามที"
"..." สายตาหลายคู่จ้องเขม็งที่คนเล่า
"กูได้ยินไอ้ผู้ชายบอกจะรอนะ จะมาหาด้วย ผู้หญิงไม่เท่าไหร่หรอก หันมองซ้ายมองขวาพยักหน้าแหละ แต่กอดกันแน่นมาก ถ้ามีเตียงคงไม่เหลือ ก่อนไอ้ภูมิมา จุ๊บเหม่งกันด้วย ฟิวแฟนชัด ๆ จบแล้ว มีแค่นี้" บูมไหวไหล่พูด หันมองเพื่อนรักตัวต้นเรื่องที่นั่งกุมขมับ
"สรุปแล้วคือมีเจ้าของแหละ แต่มากับไอ้ภูมิ?" ปลื้มลูบปลายคางคิดภาพตามที่เพื่อนเล่า หันมองไอ้ขุนที่มองมาทางเขานิ่ง
"เลิกกับผัวเพื่อมาอยู่กับมึงหรือเปล่า บุญคุณค้ำคอ มึงบอกว่าพ่อน้องก็เต็มใจ กูว่าใช่" ขุนขมวดคิ้วมองภูมิ
"รวยไหม? มีผลประโยชน์อะไรกับบ้านมึงหรือเปล่า" ไคเซอร์ถามขึ้นอีกคน
"กูเพิ่งรู้ป๋าม้าให้สองพ่อลูกมาช่วยงานที่โกดัง ทำงานดีเลยทั้งพ่อทั้งลูก ภีมก็เคยคุย ภัสก็เคยคุย น้องเคยมาเรียนที่ไทยตอนยังไม่ย้ายไปจีน" เจ้าของเรื่องชวนปวดหัวตอบเสียงแผ่ว เขาไม่ใช่ประเภทที่ชอบพรากผัวพรากเมียใคร ถึงแม้คืนก่อนจะฟิตมากก็เถอะ
"บุญคุณค้ำคอ เกรงใจ อยากตอบแทนบุญคุณ"
"กูรู้แล้ว ไม่ต้องย้ำ" ภูมิเงยหน้าตอบขุนไม่เต็มเสียง
"แล้วจะทำยังไง มึงจะเอามาเป็นเมียหรือแค่เล่น ๆ"
"ไอ้ขุน ทำไมมึงถามสิ้นคิดจังวะ"
"หน้าอย่างมึงคงเล่น ๆ ก็ได้แค่เล่นแหละเพราะเขามีผัว จบ!" ขุนตอบ ตบโต๊ะเสียงดังเป็นอันว่าสิ้นสุด
"แม่ง..กูโคตรเสียความเป็นตัวเองฉิบหาย" ภูมิส่ายหน้าหลับตาถอนหายใจ
"เสียดิ มึงเล่นใส่ยับตั้งแต่เปิดประตู อะไรนะ..ให้ทิปด้วยใช่ไหม หมดกันเฮียภูมิคนดีของน้องภัส" บูมกลั้นขำพูดเรียกความมั่นใจให้เพื่อน แต่ดูจากสายตา คงไม่ได้เรียกความมั่นใจหรอก เรียกตีนมันมากกว่า!
"มาแล้ว ~"
เสียงออดอ้อนน่ารักดังขึ้น ทำวงแตกกระเจิง ขยับนั่งคนละทิศละทาง จนเจ้าของเสียงมาหยุดตรงหน้า
"เฮียภูมิ น้องน่ารักไหม.." ณภัสคลี่ยิ้มถามตาเป็นประกาย ก่อนจะหันมองเสียงหัวเราะของเฮียคนอื่น ๆ ที่ดังเหมือนกำลังขบขันอะไรบางอย่างที่เธอไม่รู้
"อ้าว ขำ ทำไมไม่ตอบ"
"ก็นะ น่ารักอยู่" ภูมิพยักหน้าตอบ หันไปถอนหายใจ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินมาหยุดตรงหน้าน้องสาวอันเป็นที่รัก
"ไปคุยให้หน่อย มีเจ้าของจริงไหม ถ้ามีจะได้ไม่ยุ่ง แค่ให้มาช่วยทำงานก็พอ" ภูมิลูบศีรษะพูดกับณภัส
"ภัสดูบนห้องแล้วไม่อยู่ น้องอยู่คอนโดเหรอ"
"อืม"
"ภัสคุยให้ได้ อย่าคิดมาก ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ชอบก็ไม่เป็นไร สาวเฮียเยอะจะตาย"
"ไม่คิดมากได้ไง เป็นมือที่สามหรือเปล่าก็ไม่รู้"
"เฮียเหรอมือที่สาม ไม่จริงอะ"
"ทำเจ้าของเขาร้องไห้อยู่เนี่ยภัส ไม่ใช่ได้ไง"
"ป๋าม้าคงไม่ทำแบบนั้นหรอก เชื่อภัสเถอะ"
"เจ้าแผนการจะตาย กล้าไว้ใจหรือไง?" หมายถึงพ่อแม่น่ะที่เจ้าแผนการ ยังกล้าไว้ใจอีกเหรอ
"เถอะน่า ผู้ใหญ่ต้องมีเหตุผลแหละ"
"ก็ขอให้ฟังขึ้นแล้วกัน ไม่อยากปีนต้นงิ้ว"
"แหม! หน้าอย่างมึงตายไปได้ขึ้นสวรรค์ก็บุญละ ไอ้คนดี! ดีเหลือเกิน!" ขุนแกล้งแซวแล้วมองไปนอกร้านเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ แต่อดไม่ได้ที่มันพูดเหมือนตัวเองเป็นคนดี ดีตรงไหน ถามแค่นี้!
"ขอโทษที่ไม่ใช่คนดี แล้วมึงอะ ดีแล้วเหรอ?" ภูมิเลิกคิ้วถามกลับ
"พูดแบบนี้ได้ไงวะ ต่อยกันเลย! เอาเลย!" บูมยืนเชียร์สุดฤทธิ์ กระทั่งสายตาทุกคู่หันมองมาที่เขา..จำต้องเปลี่ยนคำพูด
"เราเป็นเพื่อนกันนะ คุยกันดี ๆ ก็ได้เนอะ เนอะภัสเนอะ" ก็นะ ถ้าไม่กลับลำ คนที่อาจจะโดนส้นตีนจริง ๆ คงเป็นเขานี่แหละ ไม่น่าเสือกไปรู้เรื่องของมันเลย
