บทที่ 5 ตอนที่ 4 : ใจที่สั่นคลอน [18+]
ตอนที่ 4 : ใจที่สั่นคลอน [18+]
ฝ่ามือหนาที่เคยอบอุ่นปานแสงตะวัน ค่อยๆ แต้มยาสมานแผลลงบนผิวเนื้อนวลอย่างแผ่วเบาละมุนละไม ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาตามลำดับ ยามเมื่อปลายนิ้วแกร่งสัมผัสลึกซึ้งลงไปยังพื้นที่ใต้ร่มผ้า ภาพร่องรอยแห่งการทารุณกรรมอันโหดร้ายก็ยิ่งปรากฏแก่สายตาเด่นชัด บาดแผลเหล่านั้นบีบคั้นหัวใจของวาคินจนเจ็บร้าว ชายหนุ่มสงสารสตรีตรงหน้าจับใจ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา เสียงหวีดร้องด้วยความทรมานของเธอยังคงดังก้องอยู่ในมโนสำนึก ทะลุทะลวงผ่านโสตประสาทจนเขาไม่อาจข่มตานอนได้ลง
อึก...
ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเรือนร่างบอบช้ำขยับเปลื้องเสื้อตัวนอกออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นบราเซียลายลูกไม้สีดำสนิทที่โอบอุ้มปทุมถันคู่โตเอาไว้ ในเวลานี้... รอยฟกช้ำสีเข้มบนผิวขาวจัด ดูท่าว่าจะไม่ได้ดึงดูดสายตาของเขามากไปกว่าความอวบอิ่มเย้ายวนที่กำลังสั่นระริกล่อตาล่อใจอยู่ตรงหน้าอีกแล้ว
ความต้องการอันดิบเถื่อนแล่นริ้วผ่านสายตาคมกริบ ดิ่งลึกลงสู่ใจกลางความเป็นชาย ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้ตื่นตัวขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ เชอร์รีนช่างงดงามและขาวผุดผ่องเหนือใคร เธอน่าลิ้มลองไปทั้งเรือนร่าง แม้ว่าในเวลานี้ร่างกายของเธอจะยับเยินและเต็มไปด้วยรอยตราประทับอันป่าเถื่อนของผู้เป็นพ่อก็ตาม
ทว่าวาคินก็ต้องรีบสะบัดความกระสันอยากนั้นทิ้งไปโดยเร็ว เมื่อคนตัวเล็กเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าแดงซ่านด้วยความขัดเขิน ยามที่ถูกเขาจ้องมองอย่างไม่วางตา ชายหนุ่มร่างสูงรีบหลบสายตาลงต่ำเล็กน้อยเพื่อซ่อนความนึกคิดอันตราย ก่อนจะใช้ปลายนิ้วป้ายเนื้อครีมเหลวแล้วลูบไล้อย่างแผ่วเบาไปตามรอยช้ำเหล่านั้น
“อ๊ะ...”
เสียงหวานครางประท้วงแผ่วเบา ยามที่ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะต้องโดนจุดอ่อนไหว เสียงนั้นประหนึ่งกระแสไฟฟ้ารั่วไหลเข้ากระตุ้นความตื่นตัวของทายาทคนโตให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครา ทว่าชายหนุ่มทำได้เพียงข่มใจตนเองอย่างสุดความสามารถ พยายามเร่งมือทายาให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด
“เจ็บหรือเปล่าครับ...”
เขาเอ่ยถามด้วยกระแสเสียงที่เริ่มสั่นพร่า ไม่ต่างจากฝ่ามือและก้อนเนื้อในอกซ้ายที่กำลังรัวกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับดวงตาหวานซึ้งและทรวดทรงองเอวที่ปลุกเร้าอารมณ์ชายได้เป็นอย่างดี
“นิดหน่อยค่ะ... เอ่อ คุณวาคินคะ ถ้าคุณไม่สะดวก... ฉันขอทายาเองก็ได้นะคะ”
เชอร์รีนช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่ม ที่เวลานี้กำลังต่อสู้กับความต้องการของตัวเองอย่างทรมานแสนสาหัส ภาพความพยายามที่จะเป็นสุภาพบุรุษของเขาทำให้เธออดรู้สึกเห็นใจไม่ได้ ร่างบางจึงเอ่ยปากทัดทานออกไปเช่นนั้น เพื่อผ่อนคลายความกดดัน
“ให้ผมทำเถอะครับ”
สีหน้าของวาคินฉายแววรู้สึกผิดอย่างเด่นชัด แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนลงมือย่ำยีเธอด้วยตัวเอง ทว่าความอัปยศที่ผู้เป็นบิดาได้กระทำไว้ กลับส่งผลให้เขารู้สึกสลดใจและอยากชดเชยให้เธออย่างเต็มประดา
“งั้น... รบกวนช่วยทาข้างหลังให้ทีค่ะ”
สิ้นประโยค เชอร์รีนก็จัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ส่วนบนออกจนหมดสิ้น แผ่นหลังเนียนลอออวดโฉมต่อสายตา ทว่ามันกลับถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยช้ำแดงเป็นทางยาวเต็มไปหมด
“พระเจ้า... เชอร์รีน...”
ชายหนุ่มครางชื่อสตรีตรงหน้าเสียงแผ่ว ตระหนกตกใจกับร่องรอยความโหดร้ายที่ปรากฏอยู่บนแผ่นหลังบอบบาง น้ำเสียงของวาคินเวลานี้เจือปนไปด้วยกระแสของความสงสาร เวทนาจับใจ... ทว่าในขณะเดียวกัน มันก็คละคลุ้งไปด้วยความหื่นกระหายตามประสาชายหนุ่มวัยฉกรรจ์
ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ... ว่าต่อให้เรือนร่างของแม่เลี้ยงสาวคนนี้จะมีมลทินและรอยแผลมากมายเพียงใด แต่เธอก็ยังคงงดงาม ดึงดูด และ ‘น่ากิน’ ไปเสียทุกตารางนิ้ว จนยากที่จะถอนสายตา
