บทที่ 6 ตอนที่ 5 : ร่องรอย

ตอนที่ 5 : ร่องรอย

“พระเจ้า... เชอร์รีน...”

วาคินอุทานพึมพำออกมาแผ่วเบา นัยน์ตาคมสั่นระริกยามเมื่อทอดมองรอยช้ำแดงเป็นปื้นหนาที่ประดับอยู่บนแผ่นหลังบอบบางของแม่เลี้ยงสาว

เชอร์รีนเลือกที่จะปิดปากเงียบสนิท กัดริมฝีปากกลั้นลมหายใจระบายความขมขื่น ครั้นชายหนุ่มตระหนักรู้ได้จากอาการนิ่งงันว่าเธอไม่อยากเอ่ยถึงฝันร้ายเมื่อคืน เขาก็เข้าใจในทันทีและไม่คิดจะเซ้าซี้ให้ระคายใจอีก มือหนาเริ่มป้ายเนื้อครีมลงบนผิวเนียนแผ่วเบา ทะนุถนอมราวกับกลัวว่าเธอจะเจ็บสั่นไปมากกว่านี้ ทว่าในความเงียบสงัดนั้น ลมหายใจของเขากลับเริ่มติดขัดและขาดเป็นห้วงๆ อย่างเชื่องช้า

หลายต่อหลายครั้งที่เชอร์รีนต้องเอี้ยวใบหน้าหันกลับมาลอบมองชายหนุ่ม และเธอก็พบว่าใบหน้าคมคายของเขากำลังแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง ทว่าวาคินก็ยังคงทำหน้าที่สุภาพบุรุษ ฝืนความต้องการตามสัญชาตญาณวัยหนุ่มเพื่อทายาให้เธอจนเสร็จสรรพ ด้วยความสงสารเวทนาที่เขามีต่อเธอนั้นมันเปี่ยมล้นและมีมากกว่าความกระสันอยากทางเพศ ชายหนุ่มจึงสะกดกลั้นมันไว้ได้... ทว่าก็ไม่มีใครหยั่งรู้ได้เลยว่า ทำนบความอดทนนี้จะพังทลายลงในวันใด

“เสร็จแล้วครับ...”

กระแสเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความอ่อนโยนปนพร่าเลือน ยามที่ถอนฝ่ามือออก

“ขอบคุณมากนะคะ...”

เชอร์รีนเอ่ยตอบ ร่างบางรู้สึกตื้นตันและอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกกับการเอาใจใส่ที่แสนดีของเขา และโดยไม่อาจควบคุมได้... ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเธอกลับเริ่มสั่นรัวตึกตักให้กับชายหนุ่มตรงหน้าเข้าเสียแล้ว

ครั้นเมื่อสวมใส่อาภรณ์กลับคืนสู่ร่างกายเรียบร้อย ดวงตากลมโตสีน้ำตาลก็ช้อนขึ้นสบประสาทตากับเขาอีกหน นัยน์ตาคู่นั้นของวาคินยังคงเต็มไปด้วยความอาทรไม่ต่างจากวันแรกที่พบเจอ ทว่าหากสังเกตให้ดีลึกลงไปภายในแววตาคู่นั้น มันกลับมีกองเพลิงแห่งความปรารถนาลุกโชนเด่นชัดจนเธอมองออกว่าเขากำลังต้องการสิ่งใด ยิ่งไปกว่านั้น กายสาวของเธอก็โหยหาความอบอุ่นจากเขาไม่น้อยไปกว่ากัน... ความอบอุ่นที่เธอรู้ดีว่าจะไม่มีวันได้รับมันจากผู้เป็นสามีอย่างแน่นอน

ริมฝีปากอิ่มสวยเผยอออกเล็กน้อยคล้ายกำลังรอคอยสัมผัส โดยที่ตัวเธอเองก็ยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าสัญชาตญาณส่วนลึกสั่งให้ทำแบบนั้นออกไปได้อย่างไร ทว่าเพียงแค่นั้นก็เกินพอ... ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มสืบเท้าเข้าประชิดก่อนจะทาบทับริมฝีปากหยักลงมาอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นละมุนละไม นุ่มนวล ทว่าอบอุ่นจนซ่านลึก เรียวลิ้นของทั้งคู่เกี่ยวกระหวัดตวัดลิ้มชิมรสหวานและไออุ่นที่ต่างฝ่ายต่างหยิบยื่นให้แก่กันอย่างอ้อยอิ่ง ท่ามกลางความหอมหวานที่รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

ทว่าเพียงไม่นานนัก ทั้งสองก็ต้องรีบผละออกจากกันอย่างตื่นตระหนก เมื่อกรอบจิตสำนึกเตือนว่าพวกเขากำลังจะล้ำเส้นศีลธรรมอันดีงามไปมากกว่านี้ วาคินจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอโดยไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด และตัวเธอเองก็ตกอยู่ในภาวะอ้ำอึ้งจนไม่รู้จะพูดอะไรกับเขาเช่นกัน

“ผม... ขอตัวออกไปก่อนนะครับ”

ชายหนุ่มทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะหมุนตัวก้าวสับเท้าเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้ความรู้สึกผิดบาปที่เกาะกุมจิตใจ ทั้งสองต่างรับรู้ได้ว่าหัวใจกำลังเต้นระรัวและรุ่มร้อนด้วยไฟปรารถนาของชายหญิงที่ยากจะควบคุม

ตุบ...

คนงามล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงกว้าง ผ้าปูที่นอนที่เคยเปรอะเปื้อนคราบน้ำรักจากเมื่อคืนถูกแม่บ้านนำไปซักและผลัดเปลี่ยนผืนใหม่ให้สะอาดสะอ้านสดชื่น ความหอมละมุนของมันช่วยปัดเป่าความตึงเครียดให้ทุเลาลงได้บ้าง และเหนือสิ่งอื่นใด รสจูบของคนที่พึ่งทิ้งกลิ่นอายน้ำหอมราคาแพงเอาไว้เมื่อครู่ ก็ทำให้กายสาวรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด

น่าอายสิ้นดี... เธอคิดในใจพลางแก้มร้อนผ่าว ยามที่ต้องยอมรับกับตัวเองว่ารู้สึกดีกับรอยสัมผัสเมื่อกี้มากเพียงใด

“เฮ้อ...”

เชอร์รีนระบายลมหายใจยาวเหยียดอีกครา ก่อนจะเปลือกตาปิดลงและดิ่งล่วงเข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนสงบด้วยความเหนื่อยอ่อน

.

กระทั่งช่วงเวลาคล้อยบ่ายเย็นย่ำ เชอร์รีนพาร่างกายที่เริ่มฟื้นฟูกำลังออกมาเดินรับลมชมวิวเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ที่สวนหลังบ้าน ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับร่างของ ‘วายุ’ ที่กำลังนั่งอัดบุหรี่เข้าปอดอยู่ ใบหน้าของเขาแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก นัยน์ตาเยิ้มพรายคล้ายคนไร้สติ อีกทั้งกลิ่นน้ำเมาอันรุนแรงยังลอยคละคลุ้งมาตามลม ขนาดเธออยู่ห่างออกไปในระยะไกลก็ยังได้กลิ่นคาวแอลกอฮอล์ชัดเจน

อะไรกัน... ตะวันยังไม่ทันตกดินเลย หมอนี่ก็เมามายขนาดนี้แล้วงั้นเหรอ

เด็กสาวลอบคิดในใจพลางหมุนก้าวตั้งท่าจะเดินหนีไปดั่งทิศทางอื่น เพราะกิริยาท่าทางและรังสีที่แผ่ออกมาของเขา มันช่างให้ความรู้สึกดิบเถื่อนถอดแบบ ‘เจ้าพ่อเจนสอง’ ออกมาอย่างเด่นชัด มันชัดเจนเสียจนทำให้เธอรู้สึกขยาดและหวาดกลัวลูกชายคนเล็กของบ้านหลังนี้อย่างจับใจ

“แหม... ไม่เห็นต้องทำท่ารังเกียจกันขนาดนั้นเลย”

กระแสเสียงยานคางเอ่ยทักขึ้น บ่งบอกชัดเจนว่าระบายพิษเหล้าเข้าไปหนักหนาสาหัส ถ้อยคำสะเปะสะปะลิ้นพันกันนั่นยิ่งตอกย้ำให้คนฟังรู้ซึ้ง ทั้งที่พระอาทิตย์ยังไม่ยอมลับขอบฟ้าด้วยซ้ำ

“ฉันคิดว่าคุณไม่อยากเห็นหน้าคนอย่างฉัน... เห็นคุณแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารังเกียจฉัน”

เชอร์รีนหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับไปตอบโต้อย่างไม่ยอมลดละ นัยน์ตาคู่สวยสบประสาทตาคนขี้เมาพลางเอ่ยถ้อยคำประชดประชันออกไปตรงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป