บทที่ 16 บทที่ 4 ตัวอันตราย - 75%

หญิงสาวทิ้งตัวลงบนที่นอนแล้วเอาหน้าซุกหมอนอย่างทำอะไรไม่ถูก ภาพสิ่งนั้นยังติดตาทั้งที่เห็นแค่แว้บเดียวราวกับต้องการตามมาหลอกหลอนโทษฐานที่เธอบังอาจไปลองดีกับเขา

เธอเห็นของพี่ดินแล้ว! เธอเห็นไอ้นั่นของเขาแล้ว!

แล้วต่อไปนี้จะทำอย่างไรดี จะกล้ามองหน้าเขาตรง ๆ หรือ เกรงแต่ว่าสายตาไม่รักดีของเธอจะหลุบต่ำลงมองแต่ตรงนั้นของเขามากกว่า

“โอ๊ย...ออกไปจากหัวฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ” หญิงสาวสะบัดหน้าไปมากับหมอนราวกับต้องการให้มันช่วยลบภาพนั้นออกไปจากหัว แต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไร

ใช่ว่าตนจะไม่เคยเห็นไอ้นั่นของผู้ชายมาก่อน เพราะในอินเทอร์เน็ตก็มีพวกชอบโชว์เยอะแยะ ภัทรวียังเคยเปิดคลิปการช่วยตัวเองของผู้ชายคนหนึ่งที่ส่งมาให้เจ้าตัวทางกล่องแชตให้เธอกับเพื่อนในกลุ่มดูด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่เห็นจะติดตาเหมือนอย่างวันนี้

หรือเพราะเป็นนฤบดินทร์ เธอถึงได้รู้สึกหวิว ๆ ในใจและเขินเขาอย่างบอกไม่ถูก หากรู้แต่แรกว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น เธอคงไม่ขึ้นไปป่วนเขาบนห้องแน่นอน

ครั้นพอคิดถึงอุบัติเหตุเมื่อครู่ พราวนภาก็ลุกพรวดขึ้นนั่งบนเตียงพลางเบิกตากว้างเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ริมฝีปากอิ่มเผยอค้างด้วยความตกตะลึงพร้อมกับพึมพำแผ่วเบาเพียงลำพัง

“เอ๊ะเดี๋ยวนะ พี่ดินเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ เขาล้มทับเราแล้วผ้าหลุด แต่ตอนที่เราเห็นไอ้นั่นของเขามันกำลัง...” ตื่นตัวเต็มที่!

สี่คำสุดท้ายหญิงสาวไม่ได้พูดออกมาเพราะเอามือปิดปากตัวเองเสียก่อน ในสมองตีกันยุ่งเหยิงว่าการที่อาวุธประจำกายของเขาตื่นตัวพรักพร้อมนั้นเกิดจากเธอ หรือจากอะไรกันแน่

ทันใดนั้นภาพวินาทีที่นฤบดินทร์โน้มหน้าเข้ามาใกล้ตนเรื่อย ๆ ก็ผุดวาบขึ้นมา จะว่าไปแล้วหากสายตาของเธอไม่มองไปเห็นไอ้นั่นของเขาก่อน บางทีชายหนุ่มอาจจะจูบเธอไปแล้วก็ได้

“เฮ้อ! เสียดายเหมือนกันแฮะ คิดแล้วก็เขิน” พราวนภายกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองไว้ทั้งสองข้างทั้งที่รอยยิ้มยังเต็มวงหน้า แววตาฉายแววซุกซนระคนเขินอายพลางคิดในใจ

ไม่อยากเชื่อเลยว่าของพี่ดินจะใหญ่ขนาดนี้ กรี๊ด!

“อ๊ะจริงสิ โทรศัพท์!” หญิงสาวมองไปทั่วเตียงและโต๊ะเขียนหนังสือแต่ก็ไม่เห็นโทรศัพท์มือถือของตน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนั้นเธอวิ่งหน้าตั้งออกมาจากห้องของนฤบดินทร์โดยไม่ได้หยิบมันมาด้วย และป่านนี้มันก็คงอยู่บนเตียงของเขาเป็นแน่

“บ้าจริง แล้วจะไปเอาคืนยังไงเนี่ย ใครจะกล้าไป”

พราวนภาทำปากยื่น ในใจนึกโทษตัวเองที่สะเพร่าลืมโทรศัพท์เอาไว้อีกแล้ว วันนี้เธออุตส่าห์ให้แม่จันทร์ขับรถมาส่งที่บ้านในช่วงสายเพราะตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์นฤบดินทร์ ซึ่งพอเข้าไปในบ้านของเขาก็เห็นโทรศัพท์ของเธอวางไว้บนโต๊ะรับแขกพอดี จึงหยิบมันขึ้นไปบนห้องของชายหนุ่มด้วย และสุดท้ายกลับกลายเป็นว่าเธอถูกเขาเซอร์ไพรส์เสียเอง

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงปรบมือตอนเชียร์กีฬาสีที่โรงเรียน ทำให้พราวนภารู้ทันทีว่าเป็นภัทร์นรินท์ น้องสาวมาเคาะเรียกจึงเดินไปเปิดประตูให้

“พี่พราว มีคนมาหา” เด็กหญิงยิ้มกว้างจนตาโค้งเป็นสระอิ

“มาหาพี่หรือ ใครล่ะ” เธออดสงสัยไม่ได้เพราะหากเป็นเพื่อนมาหาที่บ้านก็ต้องโทรศัพท์มาบอกกันก่อนไม่ใช่หรือ

“เป็นผู้ชาย ตัวสูงหุ่นดี หน้าขาวเวอร์ ปากแดงแป๊ดเหมือนพระเอกเกาหลี สรุปแล้ว...ล้อหล่อ...” สองคำหลังภัทร์นรินท์ลากเสียงยาวจนพราวนภาต้องดีดหน้าผากน้องสาวด้วยความมันเขี้ยวเพราะทะเล้นเหลือเกิน

จากนั้นหญิงสาวก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะหากเป็นผู้ชายที่ตัวสูงหุ่นดี หน้าขาว ปากแดง ผู้ชายเพียงคนเดียวที่เธอจะนึกถึงได้ก็มีแต่นฤบดินทร์เท่านั้น

“อย่าบอกนะว่าพี่ดิน” แม้จะค่อนข้างมั่นใจ แต่ก็อดถามย้ำอีกครั้งไม่ได้ เพราะหากเป็นนฤบดินทร์จริง น้องสาวตัวแสบของเธอก็ควรจะบอกมาเลยไม่ใช่หรือว่าเขามาหา แต่การผงกศีรษะขึ้นลงไปมาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนตรงหน้านั้นก็เป็นคำตอบได้อย่างดี

“ยายพาย! ทำไมไม่บอกพี่มาเลยว่าเป็นพี่ดินมา ปล่อยให้พี่งงอยู่ได้”

“เอ๊า บอกตรง ๆ ก็ไม่ตื่นเต้นสิ ชีวิตก็ต้องมีลุ้นกันบ้าง” พูดจบเด็กหญิงวายร้ายก็วิ่งหนีลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว เพราะรู้ดีว่าหากหนีไม่ทันตนอาจโดนพี่สาวเล่นงานเอาได้

พราวนภารีบผลุบหายเข้าไปในห้องทันที จากนั้นก็วิ่งไปส่องกระจกที่ตู้เสื้อผ้าเพราะอยากรู้ว่าตอนนี้สภาพของตนเป็นอย่างไรบ้าง ครั้นพอเห็นเงาตัวเองที่สะท้อนออกมา หญิงสาวก็ต้องยกมือขึ้นกุมแก้มของตัวเองไว้

“ตายแล้ว หน้ายังแดงอยู่เลย ทำยังไงดี”

พราวนภาเดินลงจากห้องแล้วมองหานฤบดินทร์ เพราะในห้องนั่งเล่นมีเพียงปู่กับย่าเท่านั้น และเหมือนว่าพวกท่านจะรู้ว่าหลานสาวกำลังมองหาใคร ผู้เป็นย่าจึงบุ้ยหน้าไปทางสนามหน้าบ้าน

“ตาดินนั่งรออยู่หน้าบ้านแน่ะลูก”

หญิงสาวยิ้มให้ท่านก่อนจะเดินออกไปหาชายหนุ่ม เธอเห็นเขากำลังนั่งก้มหน้าดูโทรศัพท์มือถืออยู่ในศาลาไม้ จึงอดประหม่าไม่ได้เพราะไม่รู้จะเริ่มคุยกับเขาอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ เธอไม่กล้ามองหน้าเขาแน่นอน

พราวนภาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเขาด้วยท่าทีที่พยายามให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ใบหน้าจะเชิดขึ้นและลำคอตั้งตรง หากแต่สองตากลับมองแต่พื้นไปตลอดทาง หญิงสาวจึงไม่เห็นรอยยิ้มร้ายกาจของคนที่นั่งอยู่ก่อนและกำลังมองมาทางตนแทบไม่วางตา

ครั้นพอพราวนภาเดินมาถึงก็ทรุดตัวบนม้านั่งฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่ม แต่กระนั้นเธอก็ยังเอาแต่มองโต๊ะตรงหน้าทั้งที่ปกติแล้วเจ้าตัวจะเอาแต่นั่งเท้าคางมองหน้าเขาแล้วก็ยิ้ม

“พราวลืมโทรศัพท์ไว้บนเตียงน้าน่ะ น้าก็เลยเอามาให้” เขาพูดพลางเลื่อนโทรศัพท์มือถือมาให้ตรงหน้าช้า ๆ แต่พอเธอจะเอื้อมมือไปรับ ชายหนุ่มกลับหยุดมือค้างเอาไว้จนเธอเผลอเงยหน้ามองเขาอย่างลืมตัว

ครั้นพอได้สบตากับเขาแล้วเธอก็รู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างตรึงเอาไว้จนไม่สามารถละสายตาออกมาจากใบหน้าของนฤบดินทร์ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสายตาวาววามเกินปกติของเขาหรือเพราะรอยยิ้มมุมปากสะกดใจนั้นกันแน่ที่กำลังร่ายมนตร์ใส่เธออยู่ หญิงสาวรู้แต่ว่าวันนี้พี่ดินของเธอดูแปลกไป

กว่าจะได้สติอีกครั้งก็ตอนที่เขายัดโทรศัพท์ใส่มือให้เสียเอง

“ขอบคุณค่ะ” พราวนภาละสายตาจากชายหนุ่มแล้วหลุบมองมือของตัวเอง

“แล้วทำไมวันนี้ถึงกลับบ้านได้ ก็ไหนว่าอยู่อีกหลายวัน”

เสียงทุ้มของนฤบดินทร์ทำให้หัวใจที่กำลังเต้นระรัวของหญิงสาวค่อย ๆ สงบลง เธอจึงเงยหน้ามองเขาอีกครั้งแล้วตอบทั้งรอยยิ้มว่า

“ก็พอพี่ดินบอกว่าโทรศัพท์พราวตกอยู่ในรถ พราวก็เลยคิดว่าวันนี้กลับบ้านดีกว่า เพราะจะได้เอาพวกเท็ดดี้ที่ซื้อมาใหม่จัดใส่ตู้ด้วย”

“ขี้เห่อไม่เปลี่ยนเลยนะเรา” แม้น้ำเสียงของชายหนุ่มจะราบเรียบเหมือนไม่แสดงความรู้สึกอื่นใด หากแต่พราวนภาก็รับรู้ได้ถึงความเอื้อเอ็นดูจากคนตรงหน้า

“ไม่เห่อได้ไง พี่ดินอุตส่าห์ซื้อให้นี่นา” พอเขาชวนคุย เธอก็เริ่มคุยกับเขาได้ไหลลื่นมากขึ้น

“พูดอย่างกับน้าไม่เคยซื้ออะไรให้” นฤบดินทร์ยิ้มอ่อน เธอชอบมองเวลาเขายิ้มเพราะนฤบดินทร์เป็นผู้ชายที่ยิ้มแล้วสวยที่สุดในโลก แต่เธอไม่กล้าพูดออกไปเพราะรู้ดีว่าชายหนุ่มไม่ชอบให้ใครมาพูดว่าตนหน้าสวยเหมือนผู้หญิง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป