บทนำ
ทว่าเสือยิ้มยากขี้ดุคนนี้กลับเอาคำว่า "น้า"
มาขีดเส้น และสร้างกำแพงไม่ให้เธอเข้าใกล้
หนำซ้ำ เขายังหนีไปเรียนต่อไกลถึงเมืองนอก
ไม่ว่าพราวนภาจะเพียรพยายามมากแค่ไหน
แต่นฤบดินทร์ ก็มักถอยห่างออกไปหนึ่งก้าวเสมอ
แต่เมื่อเขากลับมา
ดูเหมือนว่านฤบดินทร์จะเปลี่ยนไป
จากที่ไม่เคยเข้าใกล้ เขากลับโอบ เบียด กระแซะ
และหาเรื่องถึงเนื้อถึงตัวกับเธอตลอด
เป็นเพราะเขาไปอยู่เมืองนอกมานาน นิสัยถึงเปลี่ยนไป
หรือนี่คือนิสัยที่แท้จริงของผู้ชายหน้าตายคนนี้กัน
ฝากผู้ชายปากแข็งใจอ่อน กับผู้หญิงขี้อ้อนคู่นี้ไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ
^_^
บท 1
ร่างสมส่วนในชุดเสื้อยืดพอดีตัวสีชมพูกับกางเกงขาสั้นสีดำที่กำลังเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วจากการเล่นโรลเลอร์สเกตอยู่กลางถนนของหมู่บ้านนั้น เรียกความสนใจทั้งหมดของชายหนุ่มที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ตรงหน้าต่างห้องนอนของตัวเองได้ทันที เขาลอบถอนหายใจอย่างแผ่วเบาก่อนจะเอ่ยตัดบทกับคู่สนทนาแล้วกดวางสาย จากนั้นก็เดินออกจากห้องนอนลงไปยังสวนสาธารณะของหมู่บ้านเพื่อไปดักเจอหญิงสาว
อุปกรณ์ป้องกันก็ไม่ใส่ บอกตั้งหลายครั้งแล้วไม่รู้จักจำ!
แม้ในใจจะบ่น แต่ก่อนออกจากบ้านนฤบดินทร์ก็ยังอุตส่าห์หยิบน้ำดื่มขวดเล็กจากตู้เย็นติดมือไปด้วย เพราะเท่าที่เขาเห็นตอนมองจากหน้าต่างเมื่อครู่ พราวนภาไม่ได้พกน้ำหรืออะไรติดตัวเลยแม้แต่อย่างเดียว
ชายหนุ่มดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือ เลยสิบแปดนาฬิกามาได้ครึ่งชั่วโมงแล้วแต่ท้องฟ้ากลับเริ่มสลัวลงราวกับเป็นช่วงหัวค่ำทั้งที่ไม่ใช่ฤดูหนาวแต่กลับมืดเร็วกว่าปกติ เพื่อนบ้านที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีหลายคนต่างพากันจูงลูกจูงหลานทยอยกลับบ้านใครบ้านมัน เขายกมือไหว้คนเหล่านั้นเพื่อทักทายก่อนจะหย่อนตัวบนม้านั่งแล้วรออย่างใจเย็น
ไม่นานนัก นฤบดินทร์ก็เห็นร่างคุ้นตาเคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียวมาจากที่ไกล ๆ เขาจ้องเขม็งไปที่ร่างนั้น หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายวิ่งอยู่กลางถนนโดยไม่สนความปลอดภัยของตัวเอง
ชายหนุ่มรอจนกระทั่งพราวนภาใกล้มาถึงตรงที่ตนนั่งอยู่จึงตัดสินใจลุกขึ้นยืนทันทีก่อนที่อีกฝ่ายจะวิ่งผ่านไป
“พราว!” เขาเรียกเธอด้วยเสียงที่ไม่ดังและไม่เบาเกินไป ทว่ากลับทำให้เจ้าตัวตกใจจนสเกตเสียหลักล้มก้นกระแทกพื้นอย่างแรง
“ว้าย!” พราวนภาร้องได้แค่นั้น ใบหน้าก็เหยเกด้วยความเจ็บปวดพลางเอามือวางบนสะโพกของตน
“พราว! เป็นอะไรรึเปล่า เจ็บตรงไหนให้น้าดูหน่อยซิ” นฤบดินทร์ปรี่เข้ามาทรุดตัวลงใกล้ ๆ ด้วยความร้อนใจ หัวคิ้วของเขาขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นแผลถลอกเป็นทางยาวบนเรียวขาของอีกฝ่าย เขาได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจที่ตนเป็นต้นเหตุให้หญิงสาวเกิดอุบัติเหตุจนเจ็บตัว
“เจ็บไปทั้งตัวเลย ทำไมพี่ดินไปนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวล่ะ” เธอทำหน้าง้ำ
“ก็ไปรอเรานั่นแหละ ใกล้ค่ำแล้วจะออกไปวิ่งเล่นทำไม แล้วน้าบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าเวลาจะเล่นสเกตให้ใส่สนับเข่ากับหมวกกันน็อกด้วยทำไมไม่ใส่”
“อะไรเนี่ย หนูพราวกำลังเจ็บนะ พี่ดินอย่าดุสิ” เธอมองเขาด้วยสายตาออดอ้อนที่มักทำเป็นประจำเวลาถูกเขาดุหรือว่ากล่าวตักเตือน และเขาก็ต้องยอมลงให้ทุกครั้งไป
“ลุกไหวไหมเนี่ย” เขาถามเสียงอ่อนพลางยื่นมือออกไปให้เธอใช้ยึดเหนี่ยวเวลาลุกขึ้นยืน แต่หญิงสาวกลับกางแขนออกทั้งสองข้างแล้วชูขึ้นพร้อมกับพูดว่า
“อุ้ม”
นฤบดินทร์ถอนหายใจแผ่วอย่างอ่อนใจ “พราว เธอไม่ใช่เด็กแล้วนะ น้าจะอุ้มเธอได้ยังไง มันน่าเกลียด”
“น่าเกลียดตรงไหนกัน ก็พราวลุกไม่ไหวนี่นา พี่ดินจะให้พราวคลานกลับบ้านรึไง เร็ว ๆ สิเดี๋ยวก็มีรถขับผ่านมาหรอก ตอนนี้พราวนั่งอยู่กลางถนนเลยนะ” เธอยังคงกางแขนค้างไว้อยู่อย่างนั้น ขณะที่เขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะไม่อยากทำตัวใกล้ชิดกับหญิงสาวมากเกินไปนัก...แต่สุดท้ายเขาก็แพ้สายตาออดอ้อนของเธออยู่ดี
“ถ้าอย่างนั้นก็ขี่หลังน้าละกัน” เขาพูดพลางหันหลังให้พราวนภา ยังไม่ทันตั้งหลักดีเจ้าตัวก็เอาแขนมาโอบรอบคอเขาไว้ นฤบดินทร์จึงใช้แขนเกี่ยวขาทั้งสองข้างของเธอแล้วพูดโดยไม่หันไปมองคนที่วางคางเกยไว้กับบ่าของเขาอย่างสนิทสนม
“พร้อมรึยัง จะลุกขึ้นแล้วนะ” เขานับถึงสามก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเริ่มออกเดิน
“พี่ดิน” เสียงหวานใสของหญิงสาวดังอยู่ข้างหูจนชายหนุ่มต้องเบี่ยงหน้าไปทางอื่นเพราะต้องการรักษาระยะห่างระหว่างกัน
“บอกกี่ทีแล้วว่าให้เรียกน้า” ตั้งแต่มัลลิกา พี่สาวของนฤบดินทร์แต่งงานกับภาวิน บิดาของพราวนภา เขาก็แทนตัวเองว่าน้ามาตลอด แต่หญิงสาวกลับยังคงเรียกเขาว่าพี่มาตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ยอมเรียกน้าแม้แต่ครั้งเดียว
“ไม่เอา เรียกพี่ติดปากมาตั้งแต่เด็กแล้วนี่” เธอถอนหายใจแผ่วก่อนพูดต่อ
“จะไปเรียนต่อเมืองนอกจริง ๆ หรือ”
“อืม” นฤบดินทร์ตอบสั้น ๆ ตอนนี้เขาเรียนจบปริญญาตรีแล้ว และกำลังจะไปศึกษาต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
“ไม่ไปได้ไหม” น้ำเสียงออดอ้อนของเธอทำให้ชายหนุ่มต้องหลับตาลงเพื่อเก็บความรู้สึก
“ไม่ได้” เขาตอบห้วน ๆ เพราะคร้านจะอธิบายให้หญิงสาวได้เข้าใจ
“หนูพราวไม่อยากให้ไปนี่นา อย่าไปเลยนะ” ไม่พูดเปล่า แต่พราวนภากลับรัดวงแขนโอบรอบคอเขาแน่นขึ้นกว่าเดิมพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนแก้มของเธอเฉียดแก้มของเขาไปนิดเดียวเท่านั้น ทำให้ชายหนุ่มต้องรีบเบี่ยงหน้าให้ห่างออกมา รู้ดีว่าหญิงสาวคงไม่รู้สึกถึงความชิดใกล้ที่มากเกินไป หากแต่เขานั้นรับรู้ได้เป็นอย่างดี
“อยู่เฉย ๆ สิจะกอดคอทำไม มันอึดอัด!” เขาจำเป็นต้องดุเธอ มิเช่นนั้นหญิงสาวก็คงเผลอเอาตัวมาใกล้ชิดกับน้าอย่างเขามากเกินพอดีอีก
“ดุอีกแล้ว ดุอยู่นั่นแหละ พี่ดินน่าเบื่อ” เธอทำเสียงกระเง้ากระงอดอย่างไม่สบอารมณ์ เขาเองก็ไม่อยากต่อปากต่อคำกับเธออีกจึงปิดปากเงียบไปจนกระทั่งถึงบ้านของพราวนภา และไปส่งหญิงสาวถึงห้องรับแขกซึ่งตอนนี้มัลลิกากำลังนั่งดูโทรทัศน์โดยมีบุตรชายบุตรสาวอย่างภานุภัทร์กับภัทร์นรินท์ ฝาแฝดชายหญิงนั่งเล่นเกมอยู่ด้วยกันอีกมุมหนึ่ง
“พี่มะลิ ทำแผลให้หนูพราวด้วย” เขาบอกพี่สาวไว้แค่นั้นแล้วก็เดินออกจากบ้านมาทันทีโดยไม่คิดจะตอบคำถามของมัลลิกาที่ถามไล่หลังมาเพราะรู้ดีว่าพราวนภาคงเป็นฝ่ายตอบแม่เลี้ยงเอง
...ไม่ไปได้ไหม...อย่าไปเลยนะ...
น้ำเสียงเว้าวอนของพราวนภาดังขึ้นในหัวขณะที่ชายหนุ่มเดินกลับบ้านของตนที่อยู่หลังถัดไป
ใช่ว่าเขาอยากไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเสียเมื่อไร แต่เขาจำเป็นต้องไป และไม่ว่าใครก็ห้ามความตั้งใจของเขาไม่ได้ด้วย
เขาขอเวลาแค่สามปีเท่านั้น ถ้าหลังจากสามปีนี้ทุกอย่างยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เขาจะได้ตัดสินใจสักทีว่าควรทำอย่างไรต่อไป
บทล่าสุด
#102 บทที่ 102 บทส่งท้าย รักคนอื่นไม่เป็น - 100%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#101 บทที่ 101 บทส่งท้าย รักคนอื่นไม่เป็น - 70%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#100 บทที่ 100 บทส่งท้าย รักคนอื่นไม่เป็น - 35%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#99 บทที่ 99 บทที่ 27 หนุ่มออฟฟิศ - 100%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#98 บทที่ 98 บทที่ 27 หนุ่มออฟฟิศ - 70%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#97 บทที่ 97 บทที่ 27 หนุ่มออฟฟิศ - 35%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#96 บทที่ 96 บทที่ 26 ตีตราจอง - 100%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#95 บทที่ 95 บทที่ 26 ตีตราจอง - 70%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#94 บทที่ 94 บทที่ 26 ตีตราจอง - 35%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026#93 บทที่ 93 บทที่ 25 เข้าหาผู้ใหญ่ - 100%
อัปเดตล่าสุด: 2/4/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
สัญญารักประธานร้าย
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!













