บทที่ 4 ตอนที่4

ยามเที่ยงในวันเดียวกัน ภายในร้านจำหน่ายหนังสือชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศบนห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองหลวงแห่งหนึ่ง สาวน้อยในชุดแต่งกายเรียบร้อยเนื่องจากเธอเพิ่งไปสอบสัมภาษณ์งานมาสดๆ ร้อนๆ กำลังยืนเปิดหนังสือเคล็ดลับการทำอาหารในมือที่เลือกหยิบมาอ่านฆ่าเวลา สลับกับชะเง้อผ่านผนังกระจกออกไปมองนอกร้านเป็นพักๆ เพราะเธอกำลังรอการมาของเพื่อนสาวคนสนิท ซึ่งนัดออกมากินมื้อเที่ยงด้วยกันที่นี่ โดยใช้ร้านหนังสือแห่งนี้เป็นจุดนัดพบ

ขณะที่ชะแง้คอมองหาเพื่อนซึ่งไม่รู้ว่ารอบที่เท่าไรเข้าไปแล้ว พลันดวงตากระจ่างใสคู่งามก็ต้องชะงักค้าง เมื่อสายตาเจ้ากรรมโฟกัสไปเจอภาพหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินคุยโทรศัพท์ผ่านมาตรงหน้าร้านหนังสือที่เธอกำลังยืนอยู่ มันไม่แปลกหรอกที่เธอจะเพ่งพิศด้วยความสนใจ เพราะคนตกเป็นเป้าสายตามีใบหน้าคมสันอย่างคนที่บ่งบอกว่ามีเลือดตะวันตกอยู่ในตัว แถมมาดดีบุคลิกเยี่ยมซะขนาดนี้ ซึ่งไม่มีโผล่มาให้เห็นกันง่ายๆ ยกเว้นนายแบบตามนิตยสารหรือพระเอกที่อยู่ในจอทีวีเท่านั้น

สาวใสในวัยเพ้อฝันอย่างเธอจึงอดที่จะลอบมองเป็นอาหารบำรุงสายตาในยามว่างไม่ได้ แต่แล้วสาวน้อยก็ต้องรีบยกหนังสือในมือปิดหน้าปิดตาแทบไม่ทัน เธอรีบขยับไปยืนแอบอยู่บริเวณชั้นหนังสือ เมื่ออาหารตาชั้นเลิศมาหยุดยืนอยู่นอกร้านตรงหน้าเธอพอดิบพอดี แต่ไม่วายคนอยากรู้อยากเห็นยังค่อยๆ ลดหนังสือในมือที่ใช้บดบังใบหน้าลงช้าๆ แล้วสอดส่ายดวงตาคู่สวยลอดชั้นหนังสือไปและเล็มอาหารตาในยามเที่ยงพร้อมผุดอมยิ้มน้อยๆ อย่างซุกซนในอารมณ์

หากคนที่ถูกแทะโลมทางสายตานั้นยังไม่รู้ตัว เพราะชายหนุ่มใบหน้าหล่อคมกำลังคุยโทรศัพท์ที่ถือแนบหูอยู่ตลอดเวลา ส่วนดวงตาคมกริบก็กวาดมองหนังสือที่ตั้งโชว์อยู่ภายในผนังกระจกของร้านแบบผ่านๆ ดูเขาจะไม่สนใจสิ่งรอบกายสักเท่าไร

“ว้าวววว! ไอ้ธาร แกดูผู้ชายคนนั้นสิ หล่อเป็นบ้าเลยว่ะแก นายแบบหรือเปล่า หรือพระเอกละครหลุดมาจากช่องไหนล่ะนั่น”

คนกำลังยลอาหารตารสเด็ดอยู่อย่างเพลินๆ พร้อมกับฝันหวานตอนเที่ยงวันเป็นอันต้องฝันล่มกลางคัน เมื่อเสียงแจ๋นๆ ของแม่เพื่อนตัวดีที่มาถึงตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบดังแทรกขึ้นมาเต็มสองรูหูแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย และดูแม่คุณจะไม่คิดถนอมเสียงซะบ้างเลย ดีที่ภายในร้านหนังสือบริเวณที่เธอกำลังยืนอยู่ไม่มีคน ไม่อย่างนั้นคงได้มุดชั้นหนังสือหนีอายกันบ้างละ ไม่ต้องถามเลยว่าผู้ชายคนนั้นของแม่เพื่อนซี้ตัวดีคือผู้ชายคนไหน ก็สายตาเจิดจ้าของมันกำลังจ้องเป้าหมายเดียวกับเธอตาพราวระยับเลยทีเดียว

“แกจะเสียงดังทำไมฮะ! มาแบบเงียบๆ เหมือนคนอื่นเขาบ้างไม่ได้หรือไงไอ้เปรี้ยวซ่า นี่มันในร้านหนังสือนะ”

คนถูกดับฝันกะทันหันถลึงตาเขียวๆ พร้อมกับกระซิบกระซาบปรามเพื่อนรักที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีหนึ่งนามว่าปรียาภา หรือฉายาว่าเปรี้ยวซ่า จริงๆ แล้วก็แค่เปรี้ยวเฉยๆ แต่เธอชอบเรียกเปรี้ยวซ่า เพราะปรียาภาเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดซาบซ่าทั้งเสื้อผ้าหน้าผมและนิสัยใจคอสมชื่อ ซึ่งปัจจุบันคุณเธอเป็นนักข่าวฝีมือฉมังของสำนักพิมพ์ชื่อดังฉบับหนึ่ง แต่คำเอ่ยเตือนของเธอไม่ได้ผลนักหรอก เนื่องจากแม่เพื่อนจอมแสบยังจ้องไปที่หนุ่มหล่อมาดเนี้ยบตาเป็นมัน แล้วพูดออกมาอย่างไม่สนใจคำเตือนของเธอเลยสักนิด

“ก็หล่อจริงๆ นี่หว่า แต่หน้าตาพี่แกดุไปนิดหนึ่ง หากนั่นไม่ใช่ปัญหา ปัญหามันมีอยู่ว่า...เขาพกเมียมาด้วยนี่สิ อ้อ! แถมพ่วงลูกมาด้วยอีกสอง”

ประโยคของเพื่อนรักทำให้เจ้าของนามไอ้ธารต้องหันไปมองตามสายตาของเพื่อนอย่างอดไม่ได้ สิ่งที่เธอได้เห็นก็คือภาพครอบครัวอันแสนน่ารัก หนุ่มมาดดีชวนเคลิ้มอาหารตาของเธอเมื่อก่อนหน้านี้เขากำลังหยอกล้อกับลูกสาวตัวน้อยในอ้อมแขน โดยมีร่างภรรยาที่ดูยังสาวอุ้มลูกน้อยอีกหนึ่งคนยืนยิ้มร่าอยู่ใกล้ๆ ดูเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและคงจะมีความสุขน่าดู

คนแอบมองเผลอผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบา ซึ่งไม่รู้ว่ายินดีกับภาพครอบครัวสุขสันต์ตรงหน้า หรือทอดถอนใจเพราะความเสียดายกันแน่ เธอก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน ทว่าก็ต้องหลุดออกจากภวังค์ เมื่อเสียงแปดหลอดของเพื่อนสาวปากดีที่ยืนอยู่ข้างตัวโพล่งขึ้นมาชนิดที่ว่าไม่คิดจะเกรงใจใครทั้งสิ้น

“พ่อก็หน้าตาออกจะลูกครึ่งจ๋า แม่ก็หน้าไท้ย...ไทย แล้วลูกแต่ละคนทำไมหน้าหมวยจังวะแก”

“แล้วแกจะไปยุ่งอะไรกับครอบครัวเขาด้วยเนี่ย บรรดาลูกๆ ที่หน้าตาเหมือนไปทางปู่ย่าตายายก็มีออกจะเยอะแยะไอ้เปรี้ยว”

“เอ้า! ก็มันน่าสงสัยนี่นา อันที่จริงก็อิจฉาชีนิดๆ เสียดายฮีหน่อยๆ เขาน่าจะรอเจอฉันก่อน ไม่น่าด่วนรีบมีลูกมีเมียเลยนะแก เฮ้ย! หรือว่าเมียจะแอบคบชู้วะแก”

“ไอ้เปรี้ยว! ปากแกนี่จริงๆ เลย มานี่! เลิกยุ่งเรื่องของชาวบ้านเขาสักที ฉันรอแกหิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว โทษฐานที่มาช้าเลี้ยงเลยนะแกน่ะ”

สาวน้อยในชุดแต่งกายเรียบร้อยออกแรงลากร่างเพื่อนสาวผมซอยสั้นทรงทันสมัยที่ทำสีซะทองอร่ามไปทั้งหัวในชุดเดรสสั้นสีส้มสดแลเซ็กซี่ได้ใจก้าวลิ่วๆ ออกไปจากร้านหนังสือแบบไม่เหลียวหลัง ก่อนที่เธอสองคนจะถูกพนักงานมาอัญเชิญออกจากร้านเพราะเสียงแปร๋นๆ ของแม่เพื่อนสาวจอมเปรี้ยวซ่าก่อให้เกิดมลพิษทางหูแก่ลูกค้ารายอื่นๆ

สองสาวไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าสายตาคมๆ ของผู้ชายที่ตกเป็นหัวข้อสนทนาได้มองตามหลังสองร่างที่ลากพากันก้าวฉับๆ ห่างออกไปพร้อมกับคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ โดยเฉพาะคนที่ใส่เสื้อเชิ้ตขาวกับกระโปรงดำนั้นถึงแม้จะได้เห็นเพียงแค่ด้านหลัง หากชายหนุ่มก็มั่นใจว่าจำคนไม่ผิดแน่นอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป