บทที่ 11 หากเลือกได้ 3

แก้วตาจ้องมองนวลปรางด้วยสายตาขุ่นปนหัวเสียก่อนจะเดินไปยังโต๊ะทำงาน หยิบสมุดรายการบัญชีมาดู

"ก็ดีเหมือนกัน พี่จะจ่ายเงินเดือนนี้ให้แก แล้วก็จบกันแค่นี้ อย่าไปแจ้งความล่ะ"

แสดงว่าแก้วตาเชื่อเธอ นวลปรางลอบถอนหายใจโล่งอก แก้วตานับเงินแล้วส่งให้เต็มจำนวนหนึ่งเดือน แม้ว่าเดือนนี้จะทำงานไปได้ประมาณยี่สิบวันเท่านั้นก็ตาม

"พยายามหลีกเลี่ยงมันหน่อยก็แล้วกันนะ แกมีอะไรก็โทรหาพี่นะปราง ถ้าไม่มีจริงๆ เดี๋ยวพี่จะหาฝากคนรู้จักให้"

แก้วตาโมโหกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดวิดโทรมาเล่าให้ฟัง แต่พอเห็นหน้าซื่อๆ และแววตาเปิดเผยจริงใจของนวลปรางก็เลือกจะเชื่อเด็กสาวมากกว่าไอ้ผัวสันดานกินไม่เลือกของตัวเอง ยังดีที่นวลปรางรอดมือมันไปได้ แก้วตาต้องพึ่งพาไอ้เดวิดเรื่องธุรกิจหรอก ไม่อย่างนั้นเธอก็คงจะทิ้งมันไปนานแล้ว ตอนนี้ขออยู่เก็บเงินให้ได้มากกว่านี้อีกสักหน่อยก่อน แล้วหลังจากนั้นเธอจะทิ้งมันแน่

"ขอบคุณจ้ะพี่แก้วที่เชื่อปราง" นวลปรางยกมือไหว้ แก้วตาพยักหน้าหงึกๆ

"เออ คนบ้านเดียวกัน ดีกว่าฝรั่งเหี้ยนั่นว่ะปราง พี่ขอโทษนะที่เอาแกมาแล้วดูแลได้ไม่ดีเหมือนที่รับปากพ่อแม่แกไว้"

"ไม่เป็นไรหรอกพี่ ปรางโตแล้ว ดูแลตัวเองได้ ถ้าพี่มีอะไรให้ช่วยก็โทรหาปรางนะ ยังไงก็ยังอยู่ในพัทยาเมืองเดียวกันอยู่"

นวลปรางยิ้มให้แก้วตา และยกมือไหว้ลา แก้วตามองตามร่างสูงระหงของเด็กสาวพลางถอนหายใจ

"เออ กูชักเชื่อแล้วว่ะ ว่าศีลธรรมมันคุ้มครองคนดีได้จริงๆ"

แก้วตาพึมพำ ก็ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่จากมานั้น ครอบครัวของนวลปรางได้ชื่อว่าเป็นครอบครัวที่ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมทำนองคลองธรรมครอบครัวหนึ่ง อย่างนวลปรางนั้นแก้วตาก็ได้รู้ว่าเด็กสาวเป็นคนใจดีสวดมนต์ไหว้พระเป็นนิจ ชอบทำบุญสุญทาน ชอบเข้าวัดถ้ามีโอกาส มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนรอบข้าง มีจิตให้อภัยง่าย คนแบบนี้ที่เรียกว่าคนดี... ก็อย่างที่เขาว่านั่นล่ะนะ

คนดี... ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้

คนดี... อยู่ที่ไหนก็ดึงดูดสิ่งที่ดีเสมอตนเข้ามา


นวลปรางเริ่มทำงานที่ผับหรูอย่างกระตือรือร้น มีแววดาวเป็นมิตรที่ดี และหญิงสาวเองก็ผูกมิตรกับเพื่อนร่วมงานได้อย่างรวดเร็ว บางครั้งก็ได้พบต้นที่ชั้นหกบ้าง แต่แทบไม่เห็นบอสใหญ่ คงเป็นเพราะเวลามาที่ผับบอสใหญ่มักขึ้นไปที่ห้องวีไอพีเพื่อต้อนรับแขกหรือเพื่อนฝูงที่มาเที่ยวสังสรรค์

ส่วนเวลากลางวันก็สิงอยู่ที่ห้องทำงานชั้นห้า ไม่ก็ออกไปตรวจงานตามบาร์ ร้านอาหารและโรงแรมในเมืองนี้

หลายเดือนต่อมา คืนหนึ่งหลังจากเลิกงานตอนตีสอง นวลปรางก็กลับขึ้นห้องด้วยความเพลีย จัดการอาบน้ำสระผมสวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเตรียมนอน แต่ก็ได้รับโทรศัพท์จากต้น

"ปราง นอนหรือยัง"

"ยังค่ะพี่"

"ดีเลย งั้นช่วยขึ้นไปชั้นเจ็ดหน่อย บอสไม่สบายน่ะ ตอนนี้พี่อยู่ที่บาร์แถวจอมเทียน มีเรื่องต้องเคลียร์ บอสโทรมาถามหายา ปรางขึ้นไปดูหน่อย"

"ได้ค่ะพี่ต้น"

นวลปรางไม่รีรอ รีบเปลี่ยนกางเกงขาสั้นเป็นกางเกงวอร์มสีดำ หยิบขวดยาแก้ปวดติดมือไปด้วย เผื่อข้างบนไม่มี เนื่องจากอยู่ที่นี่มาหลายเดือน ได้รับรู้ถึงน้ำใจของบอสใหญ่เสมอ ดังนั้นเมื่อเขาไม่สบาย ลูกน้องอย่างเธอก็ไม่ลังเลที่จะเสนอน้ำใจ

นวลปรางขึ้นไปยังชั้นเจ็ด เคาะประตูห้องชุดหรูที่เคยขึ้นมาครั้งเดียวเมื่อหลายเดือนก่อน

"บอสคะ"

"หือม์?"

"คือ พี่ต้นโทรให้ปรางขึ้นมาดูบอสค่ะ ปรางเอายาแก้ปวดมาให้"

"อ้อ... เดี๋ยวนะ"

เสียงพึมพำตอบ ไม่นานประตูห้องชุดก็เปิดออก ร่างสูงสง่าสวมเพียงเสื้อคลุมแพรต่วนสีน้ำเงิน ผมยุ่งเล็กน้อย ใบหน้าแดงเห็นชัดเนื่องจากเขามีผิวขาวจัด ไรตอหนวดขึ้นเป็นสีเขียวครึ้ม นวลปรางเดินตามหลังร่างสูงเข้าไปภายใน ดึงประตูปิด เขาไปทิ้งร่างลงไปนั่งเอนพิงบนโซฟา นวลปรางก็เดินไปยังห้องครัว รินน้ำใส่แก้วมายื่นให้พร้อมกับยา เขารับไปโยนเข้าปากและดื่มน้ำอึกๆ จากนั้นก็ส่งแก้วคืนให้

"ขอบใจมาก"

เสียงทุ้มงึมงำ นวลปรางลังเลว่าควรจะลงไปเลย หรือว่าควรจะอยู่เป็นเพื่อนบอสใหญ่ต่อดี เห็นผิวเขาแดงแบบนี้คิดว่าอุณหภูมิน่าจะสูงใช่เล่น จึงตัดสินใจขยับไปใกล้

"ขอโทษนะคะบอส" เอ่ยเบาๆ พร้อมกับใช้หลังมืออังที่หน้าผากกว้างและซอกคอ แล้วก็ต้องตกใจเพราะตัวของเขาร้อนมาก

"ไปหาหมอดีมั้ยคะ ตัวคุณร้อนมากๆ เลย"

"ไม่เป็นไร แค่ไข้หวัดธรรมดา นอนพักเดี๋ยวก็หายมั้ง อืม แต่ถ้าอยากช่วย ก็ช่วยเช็ดตัวให้หน่อย"

เขาเอ่ยจากนั้นก็เอนตัวลงนอนเหยียดยาว นวลปรางก็รีบเอาหมอนสอดใต้ศีรษะให้หนุน

"ค่ะ รอแป๊บนะคะ"

หญิงสาวกุลีกุจอค้นหาผ้าเช็ดตัวจากห้องนอนเล็กที่เคยมาพัก ในใจก็นึกสงสารคนเป็นบอส

เออหนอคนเรา มีเงินหมื่นล้านแสนล้านยามเจ็บป่วยทำไมถึงได้โดดเดี่ยวแบบนี้ แอบนึกสงสัยใคร่รู้ว่าคุณใหญ่มีภรรยาที่กรุงเทพฯ หรือเปล่า อายุของเขาคือ 36 ปี ไม่น่าเหลือรอดเป็นโสดถึงป่านนี้ แต่ถ้ามี แล้วทำไมเมียถึงได้ปล่อยให้มีอีหนูบ้านเล็กบ้านน้อยเต็มไปหมด

ดูสิ นอนหัวยุ่งหน้าแดงตัวร้อนจี๋เลยตอนนี้ เสียงเล่าลือว่าบอสแกร่งเป็นคนเหล็กกรำงานขึ้นล่องระหว่างกรุงเทพฯ พัทยา ไหนจะไปต่างประเทศอีกในบางครั้ง นี่ก็ได้ยินว่าเพิ่งบินกลับมาจากสิงคโปร์ ก็สมควรให้ล้มเจ็บหรอก ไม่รู้ว่ารวยขนาดนี้แล้วจะทำอะไรอีกเยอะแยะนักหนา

คนเรานี่ก็นะ รวยแล้วทำไมไม่อยู่เฉยๆ ใช้เงินให้สนุก บางทีเธอก็ไม่เข้าใจพวกคนมีเงินเอาเสียเลย หาเงินเพื่ออะไรกัน และจะหาจนกว่าจะหมดแรงสิ้นใจตายเลยใช่ไหม

เหมือนอย่างคนที่กำลังทอดร่างนอนอยู่บนโซฟาขณะนี้ ถ้านวลปรางเป็นคนใกล้ชิดหรือเป็นคนในครอบครัวของเขา ก็คงจะบอกให้เขาพักบ้างไรบ้าง แต่เธอไม่ใช่ เป็นแค่พนักงานเสิร์ฟต๊อกต๋อยที่เขาคงลืมหน้าไปแล้ว ตั้งแต่เจอกันแค่ครั้งแรกก็ไม่ได้เห็นหน้ากันอีกเลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป