บทนำ
สำหรับเขา... เพราะถูกใจ อยากได้ และอยากครอบครองแค่ชั่วคราวในระหว่างที่รอ "ตัวจริง" กลับมา
บท 1
ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้... แต่เลือกเส้นทางเดินได้
สายฝนที่จู่ๆ ก็เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตานั้น ทำให้ร่างโปร่งเพรียวต้องรีบวิ่งออกไปยังกระจาดตากพริกหลังกระท่อม ยกมันวิ่งเข้าไปในร่มชายคาเพิงครัว วางมันลงที่แคร่ไม้ไผ่ตัวยาว แล้วยืนเท้าเอวมองหยาดน้ำฝนพลางถอนหายใจ
เดือนตุลาคมช่วงปลายฝนต้นหนาวที่หยาดพิรุณกำลังสั่งลาท้องฟ้าและโปรยเมตตาสู่ผืนดินเป็นระยะสุดท้าย เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้หญิงสาวผิวนวลใบหน้ารูปไข่หันไปหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูก่อนกดรับสาย
"ว่าไงจ๊ะพี่เข้ม กลับมาถึงบ้านเราแล้วเหรอ"
หญิงสาวหย่อนตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ขณะรอฟังอีกฟากสาย
"ตอนนี้พี่อยู่ในเมือง รอบนี้เขาจ่ายเป็นเช็คนะ พี่กำลังจะเอาไปขึ้นเงินในห้าง ปรางจะให้เอาเข้าบัญชีทั้งหมดไหม หรือว่าจะให้เบิกเงินสด"
เข้มเพิ่งกลับจากอุทัยธานี เมื่อวานนี้เขาและลูกน้องขับรถหกล้อบรรทุกไม้แปรรูปจำนวนหนึ่งที่ลูกค้าในจังหวัดอุทัยธานีสั่งซื้อสำหรับเอาไปสร้างเรือนไทยไปส่ง อยู่ค้างคืนที่นั่นหนึ่งคืน ขากลับแวะรับเช็คจากลูกค้าร้านเฟอร์นิเจอร์เจ้าประจำที่นครสวรรค์และพิษณุโลกอย่างเคย
"เอาเงินสดมาให้ปรางสองหมื่น ที่เหลือเอาเข้าบัญชีเลยจ้ะพี่ ตอนนี้โรงเรียนใกล้เลิกแล้ว อืม ปลื้มบ่นอยากได้สีกล่องใหม่น่ะ"
หญิงสาวนึกถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนวัยเจ็ดขวบที่กำลังเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งที่โรงเรียนในตัวเมือง
"เดี๋ยวพี่จะไปรับที่โรงเรียนเอง ไลน์ไปบอกปลื้มแล้วว่าไม่ต้องกลับรถตู้วันนี้ ปรางจะเอาอะไรที่บิ๊กซีหรือเปล่า"
ชายหนุ่มเอ่ยถามประโยคที่ติดปากเวลาเข้าเมือง
"อืม งั้นซื้อเนื้อหมูกับนมมาให้ปรางหน่อยก็แล้วกัน แล้วก็น้ำยาซักผ้ากับปรับผ้านุ่มมาให้ด้วยนะพี่"
"ได้ มีอะไรอีกไหม แค่นี้เหรอ"
"ค่ะ แค่นี้แหละ ขอบคุณมากจ้ะ"
"แล้วปรางอยู่ไหนตอนนี้"
"อยู่ที่สวนจ้ะ"
เย็นนี้จะมีรถมารับผักตามกำหนดนัด ซึ่งยังคงเป็นแม่ค้าเจ้าประจำที่ซื้อขายกันมาหลายปี ช่วงนี้มีกะเพรา โหรพา พริก มะเขือ ถั่วฝักยาว ขิง ข่า และตะไคร้เป็นหลัก มีคนงานช่วยกันชั่งและแพ็กอยู่ที่อาคารขนาดย่อมไม่ไกลจากกระท่อมหลังนี้นัก ตรงนั้นเป็นสถานที่ล้างผัก คัดสรรไซส์ ชั่ง แพ็ก และจัดใส่ถุงใส่ลังเพื่อรอให้รถเข้ามารับตามนัดหมาย
"งั้นให้น้องปลื้มไปเล่นที่บ้านยายก่อนดีไหม"
"โอเค เอางั้นก็ได้จ้ะพี่เข้ม"
นวลปรางวางสายหลังจากคุยเสร็จ หญิงสาวนั่งเหม่อมองสายฝนที่ยังคงตกอย่างต่อเนื่องไม่ลืมหูลืมตา เม็ดฝนหยดเป้งตกกระทบหลังคาสังกะสีของกระท่อมกลางสวนดัง ซ่า ซ่า ซ่า... ชวนให้หวนรำลึกถึงอดีตที่ผ่านมา
ไม่น่าเชื่อว่าวันเวลาจะผ่านไปรวดเร็วอย่างนี้ จากสาวน้อยวัยกระเตาะที่ผ่านอะไรมามากมายจนกลายมาเป็นแม่คนอย่างในขณะนี้ เธอชอบบรรยากาศของที่นี่มาก ยิ่งยามหน้าฝนต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจีดอกไม้เบ่งบานละลานตารับหยาดฝนงดงามเกินคำบรรยาย
มีคนบอกว่า East or West, home is the best. ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็ไม่สุขใจเหมือนอยู่ที่บ้านเรา ซึ่งสำหรับนวลปรางแล้ว มันคือความจริงอย่างที่สุด***
นวลปรางเกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจน พ่อแม่เป็นเกษตรกรเหมือนคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ มีลูกด้วยกันห้าคน เธอเป็นคนกลางที่เรียกว่า Wednesday child พี่คนโตนั้นเป็นผู้ชายชื่อเป๊ก คนที่สองเป็นผู้หญิงชื่อปุ๊ก น้องชายคนที่สามชื่อปั้น และน้องสาวคนเล็กชื่อปอย ทุกคนอายุห่างกันสองปี
ครอบครัวหญิงสาวตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นจังหวัดทางภาคเหนือที่ค่อนข้างสงบ ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม คือ ทำนา ทำไร่ ทำสวน ส่วนคนที่มีเงินมีฐานะหน่อยก็เปิดโรงงานแปรรูปไม้สัก ทำเฟอร์นิเจอร์และผลิตอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ จากไม้สักขาย
เมื่อนวลปรางเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่สามก็ต้องหยุดเรียนเพราะพ่อแม่ไม่มีเงินจะส่งเรียนต่อมัธยมปลาย เธอมีพี่อีกสองคนที่เรียนเก่งกว่า นวลปรางจึงตัดสินใจหยุดเรียนเพียงแค่นั้นแล้วให้ออกมาช่วยกันทำงานก่อน แม่รู้สึกสงสารเธอ แต่นวลปรางก็ใจเด็ดเดี่ยวยืนยันจะหยุดเรียน เธอบอกแม่ว่ารอให้พี่ชายและพี่สาวเรียนจบแล้วค่อยหาหนทางเรียนต่อไปในอนาคตเอาก็ได้
นวลปรางในวัยสิบหกปีจึงต้องเริ่มทำงานช่วยพ่อแม่หาเงินส่งพี่เป๊ก พี่ชายของเธอเรียนต่อที่วิทยาลัยเทคนิคในตัวจังหวัด พี่ปุ๊กเรียนชั้นมัธยมปีที่หกที่โรงเรียนประจำอำเภอ ปั้นน้องชายคนที่สี่เรียนชั้นมัธยมที่สอง และปอยน้องสาวคนเล็กเรียนชั้นประถมหกที่โรงเรียนในหมู่บ้าน
นวลปรางทำงานรับจ้างทั่วไปตามแต่ใครจะจ้าง ไม่เกี่ยงงานไม่ว่าจะเป็นงานสวนงานไร่หรืองานตามโรงงานเลื่อยไม้ หญิงสาวเป็นคนขยันขันแข็ง พออายุย่างสู่วัยสาวเช่นนี้ รูปร่างหน้าตาก็เริ่มเปลี่ยน นวลปรางมีรูปร่างสูงโปร่งกว่าเด็กสาวในวัยเดียวกันมากตามกรรมพันธุ์ที่พ่อแม่เป็นคนสูงทั้งคู่ อายุสิบเจ็ดปีก็สูงถึงร้อยเจ็ดสิบเซ็นติเมตร ผิวขาวเหลืองนวลอย่างสาวเหนือ ใบหน้าเรียวรูปไข่ เรียกว่าสวยน่ารักน่ามองเลยทีเดียว พอเริ่มเป็นสาวก็เริ่มมีหนุ่มเข้ามาขายขนมจีบอยู่ตลอดไม่ขาด
บทล่าสุด
#134 บทที่ 134 หากเลือกได้ 28 (The End)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#133 บทที่ 133 หากเลือกได้ 28 (The End)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#132 บทที่ 132 หากเลือกได้ 28 (The End)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#131 บทที่ 131 หากเลือกได้ 28 (The End)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#130 บทที่ 130 หากเลือกได้ 28 (The End)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#129 บทที่ 129 หากเลือกได้ 28 (The End)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#128 บทที่ 128 หากเลือกได้ 28 (The End)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#127 บทที่ 127 หากเลือกได้ 28 (The End)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#126 บทที่ 126 หากเลือกได้ 27
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#125 บทที่ 125 หากเลือกได้ 27
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













