บทที่ 13 หากเลือกได้ 4
เวลานี้เธอง่วงและเพลียมาก คืนวันศุกร์แขกที่มาเที่ยวผับและบาร์เยอะมากจนล้น พนักงานทำงานกันขาขวิด หญิงสาวล้มไปบนเตียง กราบพระและสวดมนต์ในใจในท่านอน สวดมนต์จนหลับไปในเวลาไม่นานนัก
นวลปรางสะดุ้งตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุก รีบล้างหน้าแปรงฟันแล้วเดินออกจากห้องไปยังห้องครัว ในตู้มีโจ๊กซองอยู่ เธอจึงจัดการอุ่น เพราะก่อนทานยาเขาควรทานอาหารสักนิดเพื่อเคลือบกระเพาะ
หญิงสาวยกถ้วยโจ๊กใบเล็กเข้าไปในห้องนอนใหญ่ รินน้ำใส่แก้วพร้อมยาแก้ไข้ ร่างสูงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงดูสงบ ทำให้รู้สึกไม่อยากจะปลุกเขาตื่นจากนิทรารมณ์เลย แต่ก็ต้องปลุกล่ะ เพราะบอสต้องกินยาต่อเนื่องเพื่อให้มันเข้าไปกำราบเชื้อไวรัสให้ได้ผลชะงัด
หญิงสาวเขย่าแขนเรียกเขาเบาๆ คนป่วยก็ลืมตาตื่นขึ้น เธอกล่าวขออนุญาตแตะมือบนหน้าผากเขาอย่างที่ทำเมื่อคืนนี้ นวลปรางยิ้มโล่งใจที่อุณหภูมิลดลงแล้ว แต่ยังคงตัวร้อนอย่างคนมีไข้อยู่ ก็ต้องกินยาจนกว่าจะหาย
"ปรางอุ่นโจ๊กให้ค่ะ ทานโจ๊กรองท้องสักนิดก่อนทานยานะคะบอส" หญิงสาวกล่าว ขยับไปช่วยพยุงร่างสูงให้ลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง
"ความจริงฉันลุกไปกินข้างนอกได้ แต่เธอเอามาแล้วก็ไม่เป็นไร"
เขากล่าว รับถาดมาวางบนตัก แต่รู้สึกไม่ถนัดเอาเสียเลย
"ช่วยป้อนหน่อย"
นวลปรางมองท่าทางเก้กังของบอสแล้วก็เกรงว่าจะทำหกรดขาเสียก่อน จึงหันซ้ายหันขวาเพื่อหาเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ พอเห็นก็ทำท่าจะเดินไปยก แต่เจ้าของห้องก็พูดขึ้นเสียก่อน
"ไม่ต้องยกมาหรอก นั่งบนเตียงนี่แหละ"
เขาตบที่ขอบเตียงเป็นเชิงบอก นวลปรางจึงหย่อนตัวลงนั่ง แล้วเอาถาดออกจากตักแกร่งไปวางบนโต๊ะข้างเตียง ใช้ผ้าขาวปูที่ตักของเขาป้องกันโจ๊กตกเลอะ จากนั้นก็ถือถ้วยโจ๊กที่อุ่นได้ที่ ค่อยตักป้อนเขาอย่างช้าๆ ให้เวลาคนป่วยได้เคี้ยวและกลืน ทานไปได้ครึ่งถ้วยเขาก็บอกว่าพอแล้ว นวลปรางให้บอสใหญ่ทานยาต่อจากนั้น
"นอนพักต่อเถอะนะคะ"
"วันนี้ไม่ต้องทำงานนะ อยู่ดูแลจนกว่าฉันจะหาย"
ประโยคเหมือนเป็นคำสั่งมีหรือพนักงานอย่างเธอจะปฏิเสธได้ ปกติพนักงานจะได้หยุดสัปดาห์ละหนึ่งวัน ซึ่งนวลปรางได้หยุดวันพุธ หรือไม่ก็มีการแลกเปลี่ยนกะกันแล้วแต่สะดวก
"ได้ค่ะ แต่จะให้บอกพี่แววว่ายังไงคะ"
"เดี๋ยวให้เจ้าต้นจัดการให้ เธอไปพักเถอะ ได้เวลากินยาค่อยมาปลุกฉัน"
เขาพูดจบก็หลับตาลงอีกครั้ง นวลปรางจึงถือถาดเดินออกจากห้องอย่างเงียบๆ
นวลปรางอยู่บนห้องชุดชั้นเจ็ดตั้งแต่วันเสาร์จนถึงเช้าวันจันทร์ ตลอดสองวันเต็มที่เธอคอยดูแลบอสใหญ่จนเขามีอาการดีขึ้น อุณหภูมิลดลงเป็นปกติแล้ว แต่ยังมีอาการเจ็บคอเล็กน้อย เช้านี้บอสต้องกลับเข้ากรุงเทพฯ แต่เช้าเช่นเคย เขาให้ต้นโอนเงินเข้าบัญชีนวลปรางสองหมื่นบาท
"ค่าอะไรคะพี่ต้น" นวลปรางเอ่ยถามคนสนิทของบอสตอนที่เธอได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากแอปแบงกิ้งออนไลน์ เธอกำลังล้างถ้วยกาแฟที่ซิงก์ ส่วนบอสกำลังแต่งตัวอยู่ในห้องนอน
"บอสให้โอนให้เป็นค่าน้ำใจที่ปรางช่วยดูแลบอสน่ะ"
"โธ่ แค่นี้เอง ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ปรางไม่ได้ทำเพราะค่าจ้าง ปรางเป็นลูกจ้างของที่นี่อยู่แล้ว ได้เงินเดือน ไม่เห็นต้องให้เลยค่ะ พี่ต้นเอาเลขบัญชีมา ปรางจะโอนคืนให้"
"ไม่ได้หรอก บอสสั่งมาอย่างนั้น พี่ต้องทำตาม เราไม่ต้องคิดมากหรอกน่า บอสทำแบบนี้เพื่อความสบายใจเองด้วย"
"แต่มันเยอะไป ถ้าจะให้ก็เอาแค่ห้าร้อยก็พอแล้วค่ะ ปรางจะเอาไปทำบุญที่วัดให้บอส บอสเดินทางบ่อยทำบุญแล้วจะได้มีบุญกุศลคุ้มครองเนอะ เอ่อ บอสนับถือพุทธหรือเปล่าพี่"
"ใช่ เอาไว้ตอนฉันกลับมาเธอช่วยพาฉันไปทำบุญหน่อยก็แล้วกัน ส่วนเงินนั่นก็เก็บไว้ใช้ มันไม่ได้มากมายอะไร"
ร่างสูงสง่ากล่าวพร้อมกับเดินออกมาจากห้องนอน เขาคงได้ยินที่เธอคุยกับต้น นวลปรางยิ้มเจื่อนเมื่อบอสมายืนตรงหน้า ก้มมองหน้าเธอแล้วยกมุมปากยิ้มเล็กน้อย สองวันสามคืนมานี้นวลปรางได้อยู่รับใช้ใกล้ชิดเขาชนิดที่ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาส รู้สึกคุ้นเคยกับเขาขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ก็ยังเกรงใจและเกรงบารมีตามประสาลูกจ้างผู้ต่ำต้อย
"ฉันมัวแต่ทำงาน ไม่ได้ทำบุญมานานเหมือนกัน ได้แต่บริจาคเงินให้มูลนิธิ ว่างๆ จะให้เธอช่วยพาไป"
เขากล่าวย้ำ ทำให้นวลปรางมองอย่างอึ้งๆ
"ว่าไงล่ะ จะพาไปได้ไหม" เขาถามย้ำเมื่อเห็นเธอยังคงยืนมองทำหน้าเอ๋ออยู่
"เอ่อ ค่ะ ได้ค่ะบอส" หญิงสาวเอ่ยเสียงตะกุกตะกักทั้งที่ยังงุนงง
"ดีมาก"
ใบหน้าหล่อคมสันยิ้มนิดหนึ่ง ยกมือขึ้นโยกศีรษะเธอเบาๆ นวลปรางตัวแข็งไปในนาทีนั้นเพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะทำอย่างนั้น ร่างสูงหันหลังเดินออกจากห้องไป
ต้นยิ้มขำนวลปรางที่ทำหน้าประดักประเดิดเหลอหลาเหมือนเด็ก นั่นคงเป็นเพราะท่าทางใจดีเป็นกันเองของบอสใหญ่ที่เด็กสาวไม่คิดว่าเขาจะทำกับเธอ
"ไปไอ้เด็กเส้น ลงไปส่งบอสด้วยกัน"
"ไม่ ไม่ดีกว่าพี่ต้น"
นวลปรางปฏิเสธพลางยิ้มเฝื่อนกับคำหยอกล้อของต้น ใช่ว่ามันเป็นเรื่องใหม่อะไรที่เขาเรียกเธอว่าเด็กเส้น เพราะตั้งแต่นวลปรางเข้ามาทำงานเมื่อหลายเดือนก่อนก็เริ่มมีเสียงซุบซิบกันว่าเธอเป็นเด็กเส้นของบอส นวลปรางเคยบอกไปแล้วว่าไม่ใช่ เธอไม่ได้พิเศษไปกว่าพนักงานคนอื่นๆ แต่บางคนก็ไม่เชื่อ มีหญิงสาวหลายคนที่มีท่าทีหมั่นไส้เธอ แต่นวลปรางก็รักษาระยะห่างเพื่อหลีกเลี่ยงอะไรก็ตามที่อาจทำให้เกิดเรื่องได้
