บทที่ 14 หากเลือกได้ 4

ต้นและนวลปรางเดินตามบอสเข้าไปในลิฟต์ ซึ่งนวลปรางกะจะลงที่ชั้นหกเพื่อกลับห้องพักของตน คมกดปิดประตูลิฟต์เมื่อทั้งสี่เข้ามาเรียบร้อย กดไปชั้นจอดรถส่วนตัวใต้ดิน

"เรื่องเรียนไปถึงไหนแล้ว"

บอสหันมาถาม นวลปรางจึงไม่มีโอกาสได้บอกให้คมกดชั้นหกให้ จึงต้องปล่อยเลยตามเลย

"ตอนนี้ปิดเทอมค่ะ เทอมหน้าก็ขึ้นชั้น ม.6 ค่ะบอส"

เขาทำสีหน้ารับทราบ จากนั้นลิฟต์ก็มาถึงชั้นจอดรถส่วนตัวใต้ดิน

"เราเข้ากรุงเทพฯ บ่อยไหม"

บอสถามเมื่อนวลปรางจำต้องเดินตามหลังมากับต้นเพื่อส่งเขาขึ้นรถ

"ปรางยังไม่เคยเข้ากรุงเทพฯ เลยค่ะบอส ออกจากบ้านมาก็มาอยู่พัทยาเลย ก็ยังไม่ได้ออกจากพัทยาไปไหน" นวลปรางเอ่ยอธิบาย เห็นสีหน้าแปลกประหลาดใจจากสุภาพบุรุษทั้งสามคน

"จริงเหรอ" ต้นเป็นคนถาม

"จริงค่ะพี่"

"ขึ้นรถสิ" จู่ๆ บอสก็พูดสั่งออกมาแบบนั้น ทำเอานวลปรางหน้าเหลอ

"คะ?"

"ขึ้นรถ ไปเที่ยวกรุงเทพฯ ด้วยกัน" บอสย้ำในสิ่งที่นวลปรางคิดว่าตัวเองหูฝาดไป

"ไม่ ไม่เป็นไรค่ะบอส ปรางไม่ได้อยากเข้าไป ชอบพัทยามากกว่าค่ะ"

"ไม่เคยเห็น แล้วจะเปรียบเทียบได้ยังไงว่าชอบที่ไหนมากกว่ากัน"

เขาแย้ง เมื่อคมเปิดประตูให้ร่างสูงสง่าของบอสใหญ่ก็ก้าวขึ้นไปนั่งเบาะหลัง นวลปรางรีบยกมือไหว้ลาแล้วถอยไปสองก้าว หัวใจเต้นระรัวเพราะกลัวถูกบังคับให้นั่งรถไปกับเขา ถ้าขืนนั่ง เธอคงจะขาดใจตายแน่เพราะคงจะอึดอัดจนหายใจไม่ถนัดถ้าต้องอยู่ใกล้เขาแบบนั้น แต่คิดว่าเขาคงแค่แกล้งชวนเธอเล่นมากกว่าเมื่อต้นปิดประตูรถให้ จากนั้นชายหนุ่มก็หันมายิ้มกว้าง ยกมือโบกลา นวลปรางก็ยิ้มเจื่อนๆ และยกมือโบกลาเขา ต้นกับคมติดตามบอสไปกรุงเทพฯ เช่นทุกครั้ง

ในช่วงระหว่างสัปดาห์ก็มีผู้จัดการและผู้ช่วยที่บอสไว้ใจคอยดูแลทางนี้ให้ นวลปรางมองตามรถยนต์หรูที่เคลื่อนตัวออกจากตัวตึก ยกมือขึ้นลูบหน้าอกด้านซ้ายเบาๆ และถอนหายใจโล่งอกออกมาที่ไม่ได้ถูกบังคับให้ไปกับบอส

หญิงสาวกลับขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพัก เย็นนี้เธอต้องทำงานตามปกติแล้ว ตอนนี้ยังเช้าอยู่ คิดว่าจะออกไปทำบุญถวายสังฆทานและอาหารเพลที่วัดประจำเสียหน่อย ไหนๆ ก็ได้เงินมาตั้งสองหมื่นแบบนี้ นี่ขนาดเธอแค่ดูแลเขาสองวันเองนะ คิดดูเถอะว่าเด็กเลี้ยงของบอสจะได้ขนาดไหน ได้ยินแววดาวกระซิบว่าถึงเลขหกหลักเจ็ดหลักกันเลยทีเดียว แต่หลายเดือนที่มาอยู่ที่นี่ นวลปรางก็ยังไม่เคยเห็นบอสควงเด็กเลี้ยงคนไหนมาที่นี่ แม้แต่หน้าบอสเธอก็เพิ่งได้เห็นชัดๆ เป็นครั้งที่สองนี่แหละ

หลังจากนั้นต่อมานวลปรางถูกเรียกใช้มากขึ้นจากเจ้าของผับ แทบทุกครั้งที่บอสมาพัทยาก็มักให้เธอขึ้นไปช่วยทำอาหารเช้าหรือไม่ก็งานจุกจิกบนห้องชุด ซึ่งหญิงสาวก็ไม่มายด์ เธอถือว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณคนหนึ่ง


สองปีต่อมา นวลปรางอายุ 21 ปี และเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกสมความมุ่งมาดปราถนา หญิงสาวดีใจมากที่เธอทำสำเร็จ ตอนนี้ก็กำลังมองว่าจะเรียนต่อระดับปริญญาตรี แต่ก็เป็นภาคเสาร์อาทิตย์ เพื่อที่จะได้ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้

นวลปรางมองใบทรานสคริปต์และใบประกาศนียบัตรด้วยความภาคภูมิใจ หญิงสาวถ่ายรูปส่งไปให้พ่อแม่และพี่สาวดู นั่งน้ำตารื้นมองมันอย่างรู้สึกเต็มตื้นในหัวใจ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ตอนนี้เป็นเวลาเย็นวันพุธที่เธอเพิ่งกลับเข้ามาหลังจากออกไปรับใบประกาศนียบัตรตามที่สถานศึกษากำหนด

"หวัดดีค่ะพี่ต้น" วันนี้ต้นอยู่กรุงเทพฯ ตามบอสไปเช่นปกติ

"ปราง... คืนนี้สองทุ่มครึ่ง แต่งตัวรอนะ เดี๋ยวจะมีคนเอาชุดไปให้ที่ห้อง"

"ทำไมคะพี่" นวลปรางฟังแล้วก็งุนงงไม่เข้าใจ

"บอสจะพาปรางไปทานข้าว ฉลองที่เราเรียนจบไง" น้ำเสียงใจดีกล่าวตอบ

"อะไรนะคะ"

หญิงสาวรู้สึกตกใจมากกว่าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น บอสจะพาเธอไปทานข้าวทำไมกัน?

"ก็ตามนั้น เดี๋ยวพี่ไปรับที่ชั้นจอดรถนะ ไม่อยากให้ใครรู้"

"แต่วันนี้ไม่ใช่อยู่ที่กรุงเทพฯ เหรอพี่ต้น"

"อาทิตย์นี้บอสไปพัทยาเร็วหน่อย แค่นี้นะ ไปถึงแล้วพี่จะโทรหาอีกที"

ต้นวางสายไปแล้ว แต่นวลปรางยังคงถือโทรศัพท์ค้างอยู่ ช่วงเวลาสองปีกว่าที่ทำงานที่นี่ เธอสนิทกับต้นและคม รวมทั้งรู้สึกคุ้นเคยกับบอสใหญ่มากขึ้นมาก แต่ถึงอย่างนั้น ความเกรงใจและเกรงบารมีก็ยังคงมีเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน เจียมตัวเจียมตนและไม่เคยคิดว่าเธอเป็นคนพิเศษเหมือนอย่างที่หลายคนกระแนะกระแหนเพราะหมั่นไส้

ครู่ต่อมาก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น นวลปรางเปิดออก ก็เป็นบอดีการ์ดคนหนึ่ง เขายื่นกล่องสีครีมขนาดใหญ่ให้

"ขอบคุณค่ะ"

หญิงสาวรับมาแล้วปิดประตู เอามาวางที่เตียง เปิดดูก็เห็นชุดเดรสสีม่วงอ่อนวางอยู่ พร้อมรองเท้าเข้าชุดกัน หัวใจก็เกิดเต้นแรงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ความงุนงงเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ใส่ชุดสวยและได้ออกไปทานข้าวกับผู้ชาย และพอคิดว่าผู้ชายคนที่ว่านั้นไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นถึงบอสใหญ่ของเธอ นวลปรางก็ยิ่งประหม่า นึกอยากโทรไปบอกต้นว่าเธอไม่สบาย ไม่อยากไป แต่ก็ได้แต่คิด นั่งมองชุดแล้วก็นึกถึงใบหน้าหล่อคมสันของคนใจดี

เอาเถอะ บอสก็ใจดีกับลูกน้องแบบนี้เอง เหมือนตอนวันเกิดของแววดาวก็ให้เช็คของขวัญมูลค่าหลายหมื่น เธอก็ทำงานให้เขามาสองปีกว่าก็ถือว่าเป็นลูกน้องก้นหม้อคนหนึ่ง นวลปรางมองเวลา จะหนึ่งทุ่มแล้ว หญิงสาวจึงรีบเอาชุดแขวน จากนั้นก็เข้าไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวให้เสร็จก่อนสองทุ่มครึ่งตามที่ต้นได้บอกเอาไว้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป