บทที่ 15 หากเลือกได้ 5

เวลาสองทุ่มเมื่อนวลปรางแต่งตัวเสร็จ ภาพสะท้อนจากกระจกเห็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งสวมชุดเดรสสีม่วงอ่อน ช่วงบนปาดกว้างเห็นกระดูกไหปลาร้าและผิวนวลผ่อง แขนเสื้อเป็นผ้าซีทรูโปร่งรัดแค่ต้นแขน ชายกระโปรงสั้นเหนือเข่าโชว์ปลีน่องขาวเนียนและเท้าเรียวในรองเท้าส้นสูงสามนิ้ว

นวลปรางแต่งหน้าเพียงบางๆ และมัดรวบผมเป็นทรงหางม้าสูง เมื่อเห็นว่าสภาพดูโอเคแล้ว หญิงสาวก็ไปนั่งรอโทรศัพท์อยู่ที่โซฟา พอต้นโทรมาบอกว่าอีกห้านาทีจะมาถึงที่ชั้นจอดรถ นวลปรางจึงรีบคว้ากระเป๋าใบเล็กสีดำมาสะพายแล้วลงลิฟต์ไปยังชั้นจอดรถใต้ดิน

"สวยมากปราง บอสรออยู่ที่ร้านแล้วล่ะ ให้พี่มารับเรา"

ต้นชมทันทีเมื่อนวลปรางยกมือไหว้สวัสดีและก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ

"ขอบคุณค่ะพี่ต้น แต่ปรางไม่มั่นใจเลยเนี่ย เพิ่งเคยใส่อะไรแบบนี้ครั้งแรก จะไม่ใส่ก็กลัวบอสจะว่าเอา"

นวลปรางเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ ต้นยิ้มเอ็นดู

"ใส่แบบนี้สวยออก เราน่ะอยู่พัทยาซะเปล่า เห็นผู้หญิงคนอื่นไหม เขาแต่งแบบนี้กันเต็มไปหมด"

ต้นไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีผู้หญิงสวยคนไหนที่ไม่คิดหาประโยชน์จากรูปร่างหน้าตาของตนเอง จนกระทั่งมาเจอนวลปรางนี่แหละ

เอาจริงๆ ไม่มีผู้หญิงสวยคนไหนที่มีโอกาสได้รู้จักกับบอสแล้วจะไม่อ่อยหรือทิ้งหางตาให้เผื่อฟลุค มีแต่นวลปรางที่กล้าใส่เสื้อยืดเก่าๆ กับกางเกงวอร์มเวลาอยู่กับเจ้านายใหญ่ แถมกล้าปฏิเสธข้อเสนอที่จะนำความสุขสบายและเงินทองมาให้อย่างไม่เสียเวลาคิด

และนี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งกระมังที่ทำให้บอสรู้สึกสนใจนวลปราง เพราะคนอย่างบดินทร์ ธนศักดิ์ภิรมย์นั้นเป็นผู้ชายที่มีเพียบพร้อมทุกอย่าง มีแต่หญิงวิ่งเข้าหาเอง ไม่ต้องหาให้เหนื่อย

"แต่ปรางไม่รู้จะแต่งไปทำไมนี่นา ไม่ได้ไปไหนน่ะพี่ต้น แค่ทำงานกับเรียนก็หมดเวลาแล้ว อีกอย่างชุดแบบนี้ก็แพงจะตาย ปรางซื้อเสื้อยืดกางเกงยีนส์ได้ตั้งหลายตัว แบบนั้นมันคุ้มค่ามากกว่า"

"เป็นผู้หญิงนานๆ ใส่อะไรสวยๆ แบบนี้บ้าง ปรางไม่ชอบหรือไง"

ต้นชวนคุยในขณะขับรถไปยังร้านอาหารหรูที่บอสรออยู่ที่นั่น ชายหนุ่มปรายตามองหญิงสาวในชุดเดรสสวย นวลปรางเป็นคนหน้าตาดี หุ่นดี ยิ้มทีทำให้ผู้ชายหัวใจกระตุกวูบกันเป็นแถว แต่ที่ดียิ่งกว่านั้นก็คือเธอเป็นคนดี นิสัยน่ารักและมีน้ำใจ

นวลปรางไม่ใช่ผู้หญิงเปราะบางอ้อนแอ้นอ่อนหวานจนกลัวว่าถ้าแตะแล้วจะแตกหัก แต่เจ้าตัวออกแนวแกร่งและเชื่อมั่น ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมซับซ้อนให้ต้องเดา ชอบหรือเกลียดเจ้าหล่อนจะบอกออกมาตรงๆ

คนวงในอย่างพวกเขาที่สนิทกับบอสต่างก็รู้ว่า... คนนี้พิเศษสำหรับเจ้านายใหญ่ แต่พวกเขาก็ยังตีโจทย์ไม่ออกว่าพิเศษอย่างไร เพราะบอสให้ความเอ็นดูและช่วยเหลือเด็กสาวอยู่เนืองๆ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรกันเชิงชู้สาว แม้ว่าครั้งแรกที่พบกันเมื่อสองปีก่อนนั้นบอสจะมีข้อเสนอให้นวลปรางมาเป็นเด็กในสังกัด แต่พอสาวเจ้าปฏิเสธบอสก็ยอมรับการตัดสินใจของเธอไม่ได้ตื๊อหรือบังคับฝืนใจอะไรเลย แต่ก็ยังให้ความเอ็นดู เรียกใช้เสมอเวลาอยู่ที่พัทยา จนใครๆ ก็คิดว่านวลปรางคือเด็กบอส บางคนที่ไม่รู้จริงก็คิดว่าเป็นเด็กเลี้ยงเพื่อเรื่องอย่างว่านั่นแหละ มีแต่พวกเขาเท่านั้นที่รู้ว่าบอสยังไม่ได้กินเด็กคนนี้

"ให้ใส่แป๊บๆ ก็พอทนไหวนะพี่ แต่ถ้าให้ใส่บ่อยๆ หรือใส่ตลอดน่ะ ขอบาย มันไม่ใช่ปรางน่ะ"

หญิงสาวบอกไปตามความรู้สึก ต้นยิ้มบาง

"นั่นสินะ คนเราเป็นอะไรก็ไม่ดีเท่ากับเป็นตัวของตัวเองเนอะ"

"ใช่เลยค่ะพี่ ปรางถนัดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ มันคล่องตัวดี รู้สึกว่าไม่ต้องกลัวใครจะมอง"

"ก็แน่ล่ะสิ เราน่ะ ใส่แค่นั้นคนก็ยังมอง ถ้าแต่งชุดสวยแบบนี้ไปเดิน รับรองว่าแมวมองจะต้องเข้ามาจีบให้ไปอยู่ในสังกัดแน่"

"พี่ก็พูดเกินไป ไม่ได้สวยขนาดน้าน"

นวลปรางหัวเราะเขินนิดๆ กับต้นนั้นหญิงสาวสนิทคุ้นเคยเหมือนเขาเป็นพี่ชาย รู้สึกว่าคุยกับเขาได้เกือบทุกเรื่อง เขาเป็นคนที่คอยให้คำแนะนำเธอในสิ่งที่เธอไม่รู้และอ่อนด้อยประสบการณ์มาตลอดระยะเวลาสองปีกว่าที่รู้จักกัน ซึ่งก็พอๆ กับแววดาวที่เอ็นดูเธอเหมือนน้องสาว

"แล้วเกิดอะไรขึ้นคะ บอสถึงได้ใจดีเลี้ยงข้าวปราง"

หญิงสาวถามในสิ่งที่ค้างคาใจ เพราะไม่เคยคาดหวังอะไรแบบนี้จากคนเป็นเจ้านายใหญ่เลย

"อืม... ต้องถามบอสเอง พี่ไม่มีคำตอบ"

ต้นยิ้มพลางขยิบตาให้ นวลปรางก็ยิ้มร่าเริงตอบ รู้สึกหายตื่นเต้นแล้วหลังจากได้พูดคุยกับต้นจนหัวใจลดอัตราการเต้นลงอยู่ที่ระดับปกติ รถมาจอดที่หน้าร้านอาหารหรูริมทะเล ต้นพานวลปรางเข้าไปภายใน ขึ้นลิฟต์ไปชั้นสามซึ่งเป็นภัตตาคารหรู ด้านหน้ามีระเบียงกว้างเปิดรับลมทะเลแบบโอเพิ่นแอร์ และมีห้องกระจกติดแอร์ด้านใน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป