บทที่ 16 หากเลือกได้ 5

โต๊ะอาหารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดตั้งอยู่มุมขวาของระเบียงกว้าง เบื้องบนมีท้องฟ้าเป็นหลังคาเวลานี้เห็นดวงดาวระยิบระยับล้อกับแสงสีของเมืองซินซิตี้แห่งนี้ ที่นั่งเป็นโซฟาหนังสีเข้มพนักสูงให้ความเป็นส่วนตัวคล้ายโอบกอดผู้นั่งให้พ้นจากสายตาคนอื่น

ร่างสูงสง่านั่งหันหน้าไปทางทะเล คลึงแก้วเครื่องดื่มในมือคล้ายภายในใจกำลังครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างอยู่ เมื่อนวลปรางเดินไปถึง เขาก็หันมามอง หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้

"สวัสดีค่ะบอส"

"สวัสดี นั่งสิปราง"

เสียงทุ้มต่ำเอื้อนเอ่ยอย่างเป็นกันเอง แตะเบาะข้างๆ เขาเป็นเชิงให้นั่งโซฟาตัวเดียวกันทำให้นวลปรางรู้สึกอึดอัดและเกรงใจ เพราะการนั่งกับบอสแบบนี้มันเหมือนตีเสมออย่างไรไม่ทราบ เธออยากจะนั่งฝั่งตรงกันข้ามมากกว่า

"นั่งตรงนี้แหละจะได้ชมวิวทะเลไปด้วยไง หรือว่าเห็นทะเลจนเบื่อแล้ว?"

เขาเลิกคิ้วถาม นวลปรางยิ้มเล็กน้อย ยอมหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ ร่างสูง

"ไม่ใช่ค่ะ แต่ปรางเกรงใจ คือ ปราง..."

เธอกล่าวยังไม่จบ เขาก็ยกมือขึ้นทำนองไม่ต้องพูดแล้ว ขณะเดียวกันนวลปรางก็เห็นต้นเดินไปยังโต๊ะอีกตัวซึ่งอยู่เยื้องไปด้านหลัง คมนั่งอยู่ที่นั่นแล้ว สรุปว่าโต๊ะตัวนี้มีเพียงเธอกับเจ้านายใหญ่นั่งอยู่สองคนเท่านั้น

"พอๆ ไม่ต้องพูดแล้ว อยู่กันมาสองปีกว่าแล้ว เธอยังเกร็งอยู่อีกหรือ ตอนไปวัดด้วยกันเธอผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเองกว่านี้นะ นี่ก็แค่เปลี่ยนสถานที่เท่านั้นเอง"

น้ำเสียงหยอกเย้าพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากทำให้ใบหน้าที่หล่ออยู่แล้วยิ่งหล่อเข้าไปอีก นวลปรางหัวใจเต้นกระตุกอยู่วูบหนึ่งกับความน่ามองนั้น แต่แค่เพียงชั่วขณะเดียว รู้ว่ามันเป็นอาการที่เรียกว่า ปลื้ม คนหล่อเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรให้คิดไปเกินกว่านั้น

ตลอดเวลาสองปีกว่าเขาไม่ได้พูดเล่นเรื่องที่ให้เธอพาไปทำบุญที่วัด แต่เขาทำจริงๆ แต่ละสัปดาห์ที่บอสมาอยู่พัทยา นวลปรางต้องพาเขาไปวัดหนึ่งครั้ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เธอได้มีโอกาสตอบแทนเขาโดยการชักชวนให้ทำบุญทำกุศล

พระท่านว่าการโน้มนำให้คนทำบุญทำกุศลนั้นถือเป็นบุญใหญ่มาก ซึ่งนวลปรางก็อธิษฐานขอกุศลผลบุญนี้ส่งให้เธอมีกัลยาณมิตรที่ดีไปทั่วทุกสารทิศ ไร้ศัตรูมุ่งร้ายและขอให้เป็นที่รัก รวมทั้งได้แผ่กุศลไปถึงบอสด้วยให้เขามีแต่ความสุขความเจริญตลอดไป

"คือปรางเกรงใจจริงๆ ค่ะ แค่เรียนจบ ม.6 เท่านั้นเอง ไม่ได้เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่น่าฉลองอะไรเลยสักนิด ปรางเกรงใจจนบอกไม่ถูก" และไม่เห็นเกี่ยวกับบอสเลย... อันนี้นวลปรางต่อในใจไม่ได้พูดออกไป

พอดีกับที่บริกรเดินมารอรับออร์เดอร์ บอสก็ให้นวลปรางสั่งตามสบาย ส่วนบอสสั่งสเต็กเนื้อสันสำหรับตนเอง นวลปรางจึงสั่งสเต็กปลาเพื่อความง่าย ไม่ได้รู้สึกหิวอะไรนัก เพราะความตื่นเต้นและไม่กล้ากินอาหารตามปกติต่อหน้าเขา และตอนนี้ก็ยังงงไม่หายที่บอสนัดเลี้ยงข้าวเพราะแค่เธอเรียนจบชั้นมัธยมปลาย

"ความสำเร็จไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก เราควรยินดีกับมันไม่ใช่หรือ ฉันรู้ว่าเธอดีใจและภูมิใจแค่ไหนกับสิ่งที่ทำได้ในวันนี้ และฉันก็เอาใจช่วยเธอมาโดยตลอดนะสาวน้อย ดีใจกับเธอด้วยนะนวลปราง"

น้ำเสียงทุ้มนุ่มและแววตาอบอุ่นของเขาทำให้นวลปรางยิ้มบางด้วยความซาบซึ้งใจ

"ขอบคุณมากค่ะ"

นวลปรางยกมือไหว้ น้ำตารื้น ไม่คิดว่าคนระดับเขาจะมาใส่ใจกับพนักงานตัวเล็กๆ อย่างเธอขนาดนี้ ต่อมาโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เขามองหน้าจอก่อนขยับลุกขึ้นขอตัวไปคุยโทรศัพท์

อาหารมาถึง เจ้ามือก็เดินกลับมาที่โต๊ะ คงคุยเรื่องงานเพราะนานมาก นวลปรางแอบเดา ทั้งสองลงมือทานอาหาร เขาถามเธอเรื่องที่ทำงานเป็นระยะ แต่ก็ไม่มาก จนกระทั่งทานเสร็จ

"แล้วต่อไปจะเรียนต่ออะไรล่ะ"

"คิดว่าจะต่อปริญญาตรี วิชาเอกภาษาอังกฤษค่ะ แต่เป็นภาคเสาร์อาทิตย์จะได้ไม่กระทบกับงานค่ะ"

"ชอบภาษาเหรอ"

บดินทร์ยกไวน์ขึ้นจิบ มองดูสาวน้อยตรงหน้าด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย สองปีกว่าที่เด็กสาวได้มาอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา เจ้าหล่อนเป็นคนสุภาพนอบน้อมแต่มีเชื่อมั่นแบบซื่อๆ ที่เขาอธิบายไม่ถูกแต่เป็นอะไรที่น่ารักน่าประทับใจ อุปนิสัยซื่อตรงที่สะดุดใจเขา เธอมีบางอย่างที่ดึงดูดสายตาและความสนใจอย่างชี้เฉพาะเจาะจงลงไปไม่ได้ว่ามันคืออะไร

เวลานี้ร่างสูงเพรียวในชุดเดรสสีม่วงอ่อนดูเป็นสาวเต็มตัว สวยเปล่งปลั่งน่ามองทุกมุม เขาคิดไม่ผิดว่าสีม่วงเข้ากับเธอ มันคือสีที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลลุ่มลึกและลึกลับเต็มไปด้วยเสน่ห์น่าค้นหา ซึ่งเหมาะกับหญิงสาวคนนี้เป็นที่สุด

"คิดว่ามันมีประโยชน์และน่าจะเอาไปต่อยอดทำอย่างอื่นได้ง่ายในอนาคตค่ะ"

หญิงสาวเอ่ยตอบไปตามความคิด เพราะนวลปรางไม่อยากจบมาทำงานในออฟฟิศ นั่นไม่ใช่ภาพอนาคตที่เธอเห็นตัวเองอยู่ แต่หญิงสาวอยากมีธุรกิจของตัวเองสักอย่างหลังเรียนจบ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป