บทที่ 17 หากเลือกได้ 5
ดังนั้นจึงคิดว่าเลือกเรียนภาษาดีที่สุด ทุกวันนี้เธอก็อาศัยเรียนภาษาไปด้วยในขณะทำงาน เพราะได้ฝึกกับพวกชาวต่างชาติที่มาเที่ยวผับบาร์
บดินทร์รินไวน์เพิ่มให้ตนเอง ส่วนนวลปรางดื่มน้ำมะพร้าวเพราะไม่ชอบดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ เขาเองก็ไม่ได้คะยั้นคะยอบังคับให้เธอดื่มด้วย ท่าทางรีแล็กซ์ของบอสทำให้นวลปรางผ่อนคลายลงจนเป็นตัวของตัวเองในเวลาต่อมา
"อยากเรียนก็เรียนไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะให้ทุนเธอ จะส่งเรียนเอง อยากเรียนสูงแค่ไหนก็ได้"
นวลปรางชะงักอึ้งกับประโยคนี้ ต่อมาดวงตาก็ฉายประกายแวววาวด้วยความดีใจอย่างยิ่ง
"จริงเหรอคะบอส"
"จริงสิ เรียนจบก็ทำงานให้ฉันต่อนะ"
เขาพูดแล้วยกมุมปากยิ้ม นวลปรางคลี่ยิ้มกว้างยกมือไหว้อย่างรู้สึกตื้นตันใจ
"ขอบคุณมากค่ะ บอสใจดีกับปรางจังเลย ถ้าปรางตอบแทนอะไรบอสได้บ้างก็ยินดีจะทำค่ะ"
"ยินดีจะทำจริงหรือ"
เขาถามพลางหรี่ตามองเธอ นั่นทำให้นวลปรางนิ่งอั้นไปอีกครั้ง ค่อยหุบยิ้ม นึกขึ้นได้ว่าเขาเคยเสนอให้เธอเป็นเด็กในสังกัดมาก่อน
"เอ่อ..." หญิงสาวยิ้มจืดชืด ยกมือขึ้นเกาแก้ม
"คือ ช่วยงานที่สุจริตน่ะค่ะ"
"แล้วเป็นผู้หญิงของฉันไม่สุจริตตรงไหนหือม์? เงินก็ไม่ได้ไปปล้นใครมา เป็นการแลกผลประโยชน์กัน แบบวินวินกันทั้งคู่"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับกำลังคุยเรื่องปกติธรรมดากันอยู่ นวลปรางไม่รู้ว่าคุยเรื่องการศึกษาแล้วมาจบที่เรื่องนี้ได้อย่างไร
นวลปรางเหลียวมองรอบตัว กลัวว่าใครจะกำลังแอบฟังและอาจจะได้ยิน แต่ก็ไม่เห็นมีใครสนใจใคร โต๊ะก็ค่อนข้างห่างกัน จึงลอบถอนหายใจโล่งอก
"ตอนนั้นที่ฉันเคยเอ่ยปากเธออาจจะยังเด็กอยู่ แต่ตอนนี้ยี่สิบเอ็ดแล้ว โตแล้วนะ เอาไปคิดดูหน่อยดีไหม ข้อเสนอยังอยู่เหมือนเดิมนะ แต่คืนนี้ฉันจะพูดแค่นี้ล่ะ คืนนี้แค่ตั้งใจจะเลี้ยงสาวน้อยของฉันที่ขยันเรียนจนจบเท่านั้นเอง"
พูดจบก็ยิ้มมุมปาก นวลปรางมองตาปริบๆ เผยอปากเล็กน้อยแบบเอ๋อๆ กับสิ่งที่ได้ฟัง แล้วหัวใจของเธอก็พลันเต้นรัวเร็วเมื่อเขายิ้มกริ่มตาพราวให้อย่างจงใจ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มแก้มบุ๋มทั้งสองข้างชัดเจน หญิงสาวใจกระตุกรู้สึกหวั่นไหวอย่างช่วยไม่ได้กับบรรยากาศที่ค่อนข้างโรแมนติกกับผู้ชายที่เต็มไปด้วยออร่าและเซ็กส์แอพพีลผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายใหญ่ที่เธอเคารพและแสนปลื้มเปรม
เฮ้ย ไม่สิปราง ไม่หวั่นไหว เธอไม่ต้องการเป็นของเล่นของผู้ชายคนไหน เพราะเป้าหมายของเธอคือเป็นตัวจริงของผู้ชายเพียงคนเดียว อย่าใจอ่อนเด็ดขาดนะ
นวลปรางสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกสติ ยกน้ำมะพร้าวขึ้นดื่มและจ้องมองผืนทะเลเบื้องหน้าอย่างพยายามซ่อนอาการประหม่าเก้อเขิน
ร่างสูงใหญ่เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ โอบแขนพาดมายังพนักเก้าอี้ของเธอ แล้วนวลปรางก็ตัวเกร็งแข็งทื่อเมื่อรู้สึกถึงปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังพันผมของเธอเล่น ต่อมาก็แตะไล้ที่ผิวต้นคอ แล้ววางมือบนไหล่ของเธอ
หญิงสาวค่อยๆ หันหน้าไปมอง แต่เขาไม่ได้มองเธอเลย ใบหน้าคมสันกำลังเงยมองท้องฟ้าสีดำกำมะหยี่เบื้องบน ขายาวนั่งไขว่ห้าง มืออีกข้างกุมแก้วไวน์หมุนเล่นท่าทางผ่อนคลายและสำราญในอารมณ์ ทุกท่วงท่าของเขาดูเท่และเก๋ไปหมด จนนวลปรางเองก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองเพลิน และไปๆ มาๆ ก็เลยไม่กล้าเอ่ยปากทักท้วงกับมืออุ่นที่วางโอบไหล่เธออยู่ ต่อมามือข้างนั้นก็วางบนศีรษะเธอและลูบเบาๆ เหมือนเอ็นดู นวลปรางก้มหน้ายิ้มเขินกับลูกมะพร้าวที่อยู่ในมือ
"คุณใหญ่ขา มาพัทยาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ วันนี้วันพุธเองนี่นา ปกติมาวันศุกร์นี่คะ"
เสียงหวานของสตรีทักขึ้นจากด้านข้าง นวลปรางเงยหน้าขวับขึ้นมอง เห็นหญิงสาวรูปร่างสูงได้สัดส่วนในชุดเดรสเกาะอกสั้นสีแดงเบอร์กันดี ใบหน้าแต่งปราณีตสวยราวกับดารา เธอยืนชิดที่วางแขนโซฟาด้านที่บอสนั่งอยู่ ก้มมาหอมแก้มเขาทีหนึ่ง พร้อมกับตวัดสายตามามองนวลปรางอย่างไม่เป็นมิตร นั่นทำให้นวลปรางรู้สึกเกร็งตัวขึ้นทันใด
นวลปรางเห็นใบหน้าหล่อเหลาของบอสเคร่งขรึมลงไป
"จำกฎไม่ได้หรือ"
ประโยคนั้นของเขาทำให้ผู้หญิงคนนั้นหน้าซีดลงทันที โดยที่นวลปรางไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร
"เอ่อ มิงค์ขอโทษค่ะคุณใหญ่ มิงค์คิดถึงคุณใหญ่ ไม่ได้เจอกันเกือบเดือน พอเห็นเลยลืมตัวไปหน่อย ขอโทษนะคะ"
หญิงสาวชื่อมิงค์พูดพร้อมกับขยับถอยไปยืนกุมมือก้มหน้า
"กลับไปในที่ของเธอ แล้วรอคมโทรติดต่อไป"
เสียงเย็นชาพร้อมกับที่คมซึ่งดูเหมือนจะรู้หน้าที่เดินมายืนประกบผู้หญิงคนนั้น ซึ่งก็ดูตกใจและตัวสั่นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"ไม่ ไม่นะคะคุณใหญ่ มิงค์ มิงค์จะไม่ทำแบบนี้อีก ขอโอกาสอีกครั้งนะคะ"
เขานั่งนิ่งเงียบ ขยับมือมาโอบไหล่นวลปราง ดึงให้เอนตัวไปพิงอกเขา นวลปรางก็ไม่กล้าฝืน จึงยอมซบไปกับอกกว้างอย่างเกร็งนิดๆ
