บทที่ 18 หากเลือกได้ 5

ผู้หญิงคนนั้นเม้มกัดปากมองเธอด้วยดวงตาวาววับเอาเรื่องก่อนจะถูกคมดึงแขนให้เดินตามไป

นวลปรางตัวแข็งในอ้อมกอดของคนตัวโต มองท้องทะเลตาปริบๆ ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าจะให้เดา เธอคิดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเด็กในสังกัดบอส แล้วกฎอะไรก็ตามที่มีระหว่างเขากับเจ้าหล่อนนั้น เจ้าหล่อนดันทำผิดกฎ ซึ่งนวลปรางก็สงสัยเหลือเกินว่าคมจะทำอะไรกับผู้หญิงคนนั้น

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่นวลปรางได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งของบอส ซึ่งแน่นอนว่ายังมีแบบนี้อีกหลายคน แววดาวบอกว่ามีทุกมุมเมือง ก็คิดเอาเถอะว่าจะมากแค่ไหน ยิ่งเมืองนี้มีผู้หญิงสวยๆ เต็มไปหมด มืออุ่นลูบไล้เบาๆ ที่ไหล่ของเธอ

"เกิดอะไรขึ้นคะ"

หญิงสาวทนต่อความอยากรู้ไม่ไหว จึงถามขึ้นเบาๆ

"ไม่มีอะไรหรอก แค่คนที่ไม่อยู่ในที่ทางของตัวเอง"

เขาตอบเธอเสียบราบเรียบเกือบเย็นชา แต่อ้อมกอดของเขาอุ่นจนเธอเริ่มรู้สึกว่าควรขยับห่าง แต่พอขยับเขากลับไม่ยอมปล่อย

"ขออยู่แบบนี้อีกหน่อยอย่าเพิ่งขยับ"

พอเขาพูดแบบนี้ นวลปรางจึงต้องยอมนั่งเอนตัวซบนิ่งกับอกกว้างต่อไป รู้สึกถึงปลายคางที่กดลงบนศีรษะของเธอ นวลปรางเห็นดาวระยิบระยับก็ให้รู้สึกคิดถึงบ้านขึ้นมา คิดว่าดวงดาวที่บ้านของเธอสวยและเห็นได้ชัดกว่านี้มาก ที่ผ่านมาเธอกลับบ้านปีละครั้งเท่านั้นเพื่อความประหยัด และอาศัยวิดีโอคอลล์เอาถ้าหากคิดถึงอยากเห็นหน้าพ่อแม่และพี่น้อง อีกอย่างเวลามีหยุดยาวช่วงเทศกาลที่ผับก็จ่ายสองแรงด้วย นวลปรางจึงชอบอยู่ทำงานเพื่อเอาโอทีมากกว่า

"คิดอะไรอยู่"

เสียงทุ้มต่ำดังใกล้หูพร้อมกับลมหายใจอุ่นดึงให้นวลปรางกลับสู่ปัจจุบัน

"คิดถึงท้องฟ้าที่บ้านค่ะ"

"ท้องฟ้าผืนเดียวกันไม่ใช่หรือ"

"ก็... ค่ะ... แต่รู้สึกเหมือนท้องฟ้าที่บ้านสวยกว่า สักวันปรางจะกลับไปสร้างบ้านบนเนิน เอาไว้นอนดูดาว"

เธอไม่รู้ว่าอะไรทำให้กล้าพูดเพ้อฝันแบบนั้นออกไปให้เขาฟัง นวลปรางกะพริบตารัวๆ เพื่อไม่ให้เคลิ้มไปกับบรรยากาศและกลิ่นหอมกรุ่นจากอกกว้าง

"ไหนว่าจะอยู่ทำงานให้ฉัน"

เขาทักท้วง นวลปรางถือโอกาสที่เขาคลายอ้อมแขน ขยับตัวนั่งตรง เวลานี้ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรที่เธอให้เขากอดอยู่เป็นครู่ใหญ่แบบนั้น

"ก็เรียนไปทำงานไป เรียนจบก็ยังต้องทำงานเก็บเงินต่อไงคะ จนกว่าจะได้เงินสักก้อนหนึ่ง พอที่จะกลับไปทำอะไรสักอย่างที่บ้าน"

หญิงสาวบอกความคิดความฝันเกี่ยวกับอนาคตให้เขาฟังอย่างไม่ปิดบัง ใครๆ ก็ต้องมีความฝันและมีการวางแผนอนาคตทั้งในระยะสั้นและระยะยาวไม่ใช่หรือ เธอเองก็เช่นกันและเฝ้าพยายามให้มันสำเร็จไปทีละเปลาะทีละขั้นอย่างใจเย็น ให้เวลาตัวเองไม่เกินสิบปีที่จะอยู่ในเมืองนี้

"เป็นผู้หญิงของฉัน แล้วเธอจะได้ในสิ่งที่อยากได้"

เขากระซิบริมหู นวลปรางเกร็งร่างขึ้นเมื่อลมหายใจอุ่นกระทบผิว ใบหน้าร้อนผ่าวและหัวใจเต้นระส่ำรัวเร็วอย่างช่วยไม่ได้กับความใกล้ชิด เหมือนบอสกำลังอ่อยเหยื่อเธอชอบกล ซึ่งถ้าขืนเธอนั่งต่อไปนานอีกหน่อย เธออาจจะเผลอใจตกหลุมเสน่ห์ของเขาได้

"เอ่อ เรากลับกันดีมั้ยคะ"

เธอไม่ยอมตอบรับข้อเสนอเขาและพยายามทำเพิกเฉย ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอแกร่ง เขายกมือขึ้นวางบนศีรษะเธอ จับโยกไปมาคล้ายเอ็นดูระคนมันเขี้ยว

"เด็กดื้อ... จะคอยดูต่อไป"

เขาเอ่ยเพียงเท่านั้นก็ก้มมาหา จมูกโด่งกดลงบนแก้มของเธอเบาๆ ทีหนึ่ง จากนั้นร่างสูงก็ขยับลุกขึ้น เดินนำออกไปจากลานระเบียง ไม่หันหลังกลับมามองว่าเธอจะลุกตามหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าเธอต้องรีบลุกและซอยเท้าเร็วๆ ตามหลังร่างสูงสง่าไปอย่างไม่มีทางเลือก หันไปมอง เห็นว่าต้นกำลังจัดการกับบิลล์อยู่ ที่ลานจอดรถ คมก็ยืนประจำรออยู่แล้ว

รถขับลงไปจอดในชั้นใต้ดิน ทั้งหมดขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นเจ็ด

"ปราง นอนที่นี่นะ"

นี่เป็นคำสั่งใช่ไหม?

"เอ่อ... บอสไม่สบายหรือคะ"

นวลปรางพยายามถามหาเหตุผลว่าครั้งนี้ทำไมเขาถึงสั่งให้เธอนอนค้างบนนี้ หัวใจของเธอยังคงกระตุกและหวั่นไหวกับทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นที่ร้านอาหาร... เขาหอมแก้มเธอ ขอเธอให้เป็นผู้หญิงของเขา แบบนี้มันค่อนข้างอันตรายไปไหมถ้าหากเธอจะอยู่ค้างที่ห้องชุดของบอส

เมื่อสองปีก่อนเธอเชื่อใจเขามากเพราะทั้งนับถือและศรัทธากับการวางตัวของเขา ไม่เคยทำอะไรให้เธอรู้สึกว่าเขาคุกคาม

ตอนนี้ก็ยังรู้สึกดี แต่ก็ได้เห็นจุดประสงค์ที่ชัดเจนขึ้นของเขาแล้ว สองปีกว่าเขายังไม่ลืมข้อเสนอนั่น และแสดงความต้องการชัดเจนว่าต้องการเธอในฐานะผู้หญิงที่สามารถสนองความพอใจทางกายให้เขาได้

อย่างนี้เธอควรต้องระวังให้มากขึ้นไม่ใช่หรือ และดูเหมือนเขาจะไม่ยอมรับคำปฏิเสธของเธอง่ายๆ เขาว่าเธอดื้อ แต่นวลปรางว่าเขานั่นแหละที่ดื้อมากกว่า...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป