บทที่ 3 หากเลือกได้ 1
"นั่นสิวะปราง ไม่สนทางลัดเหรอแก ความจริงหน้าตาสวยและหุ่นเชียะอย่างแกน่ะ ไปทำร้านอื่นได้เดือนหลายหมื่นเลยนะเนี่ย ถ้าพี่เป็นเอ็ง ไม่มาเป็นเด็กเสิร์ฟแบบนี้หรอก จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ เฮ้ย พี่หวาน ทำไมไม่แนะแนวทางให้ไอ้ปรางมันหน่อยล่ะ ร้านบาร์โฮสต์ที่พี่สาวแกทำอยู่น่ะ"
อิงอรพยักพเยิดไปทางน้ำหวาน เด็กเสิร์ฟที่นี่แก่กว่านวลปรางกันทุกคน ต่างอยู่พัทยามานานกว่าหญิงสาวหลายปีและรู้อะไรดีๆ เกี่ยวกับเมือง sin city แห่งนี้มากมาย
"สนมั้ยล่ะปราง"
น้ำหวานเงยหน้าจากจานส้มตำมาถาม ใบหน้ากลมมีหยาดเหงื่อเกาะที่ปลายจมูก ร่างอวบท้วมสูงเพียงร้อยห้าสิบเซ็นติเมตร น้ำหวานกับอิงอรถือเป็นรุ่นพี่ที่นิสัยโอเค ส่วนโจ้ซึ่งเป็นหนุ่มสัตหีบก็พึ่งพาได้ในยามจำเป็น นวลปรางเอาตัวเองมาเข้ากลุ่มนี้ตั้งแต่เข้าทำงานแรกๆ ตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ การแยกตัวโดดเดี่ยวถือเป็นอันตรายในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยด้านสีเทาไปถึงมืดมิดแห่งนี้ นวลปรางนั้นแม้จะเป็นเด็กบ้านนอกซื่อใส แต่ก็ไม่ได้โง่และพร้อมปรับตัวเรียนรู้ไปกับสภาพแวดล้อมเสมอ
"ถ้ามีทางเลือกก็อย่าเสี่ยงอยู่ที่นี่ดีไหมวะแก"
โจ้กระซิบ เป็นที่รู้กันว่าเดวิด สามีของแก้วตานั้นมองนวลปรางตาเป็นมันตั้งแต่เข้ามาทำงานใหม่ๆ โน่นแล้ว เดวิดเป็นฝรั่งชาวอเมริกันวัยห้าสิบที่หน้าตายังหล่อเหลาและรูปร่างล่ำสันสมส่วน มีดวงตาพราวเจ้าชู้ ชอบแอบแซบกับเด็กสาวๆ สวยๆ ทั้งเด็กในร้านและทั่วไปที่เจ้าตัวถูกใจ โดยที่แก้วตาไม่รู้ และถ้าคนไหนปากโป้งก็จะถูกไล่ออก ยิ่งตอนนี้มีร้านสองสาขา แก้วตาก็แยกไปดูแลสาขาที่พัทยา ปล่อยให้เดวิดอยู่ดูสาขาที่จอมเทียน แต่นวลปรางคิดว่าบางทีแก้วตาก็คงจะรู้แหละ แต่ไม่อยากพูดมากกว่า ตราบใดที่ไม่ทำให้ตนเดือดร้อนหรือเดวิดยกผู้หญิงคนไหนขึ้นมาตีเสมอเทียบรัศมีนาง นวลปรางคิดว่าแก้วตาน่าจะทราบสันดานสามีตนเองเป็นอย่างดี
นวลปรางพยายามระวังตัวเองเสมอ ไม่ให้อยู่ในสถานการณ์เสี่ยงต่ออันตราย พยายามไม่อยู่ลำพังในร้าน มีอยู่บ้างที่เดวิดหาโอกาสเข้าหาและแตะเนื้อต้องตัวตอนที่เธอยังไม่รู้นิสัยเจ้านายคนนี้ แต่ต่อมาเมื่อรู้กิตติศัพท์จากพนักงานเสิร์ฟด้วยกันหญิงสาวก็ได้พยายามหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด
"ทำอยู่ที่นี่ก็ยังโอเคอยู่พี่ ปรางยังไม่อยากย้าย เพิ่งมาอยู่เอง ขอตั้งหลักสักหน่อยก่อน"
นวลปรางตอบไปตามความคิด แก้วตาเป็นคนพาเธอมา หญิงสาวก็อยากจะทำงานให้นางตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ หากอนาคตมีเรื่องให้ต้องออกหรือขยับขยายก็ค่อยว่ากันไปตามสถานการณ์
ส่วนเรื่องใช้รูปร่างหน้าตาหาเงินทางลัดนั้น นวลปรางไม่เคยคิด เธอเติบโตจากบ้านนอกที่สังคมยังเชื่อเรื่องความประพฤติดีถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เธอไม่มีการศึกษาสูงส่งที่จะอวดใครได้ ฐานะการเงินก็แสนอัตคัดขัดสน ถ้าหากจะค้นหาความภาคภูมิใจในตนเองสักข้อ มันก็เหลือแค่ศักดิ์ศรีของความเป็นคนดีนี่แหละ ตราบใดที่ยังรักษามันเอาไว้ได้นวลปรางก็อยากจะรักษามันไว้
ทำงานที่ร้านอาหารได้ปีกว่า คืนหนึ่งหลังจากเลิกจากร้านในเวลาห้าทุ่มครึ่ง นวลปรางก็เดินเข้าซอยไปตามปกติ ขณะที่เดินไปได้ครึ่งทางก็มีรถโฟร์วิลสีดำมาจอดฉึกใกล้ๆ นวลปรางหันขวับไปมองด้วยความฉงน แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเพียงเสี้ยวนาทีนั้นก็มีชายฉกรรจ์สองคนลงมาคว้าตัวเธอ คนหนึ่งรวบตัวเอามือปิดปากไม่ให้ร้อง อีกคนเปิดประตูรถออกกว้าง มันจับเธอโยนเข้าไปภายใน รถเคลื่อนตัวออกอย่างรวดเร็ว
นวลปรางหัวใจเต้นรัวด้วยความกลัวสุดขีด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน เบาะหลังของรถโฟร์วีลมีร่างใหญ่ของเดวิดนั่งอยู่ มือหนากระชากแขนนวลปรางให้ขึ้นไปนั่งเกยตัก
"คุณเดวิด!"
นวลปรางเบิกตากว้างช็อกตกใจและกลัวจนตัวสั่นกับสิ่งที่เธอไม่คาดคิด ซอยนี้เดินเข้าออกมาปีกว่าไม่เคยเกิดอะไรขึ้น และมีคนเทียวไปมาอยู่ไม่ขาด แต่พวกมันเลือกตอนที่เธอเดินมาถึงช่วงที่ไร้อาคารและผู้คนซึ่งก็แค่ช่วงห้าสิบเมตรเท่านั้น มันปฏิบัติการรวดเร็วมากเพียงแค่ชั่วนาทีที่จอดรถและฉุดเธอขึ้นมา
"ว่าไงสาวน้อย เล่นตัวดีนัก คิดเหรอว่าจะรอดพ้นน้ำมือฉันไปได้น่ะ หึหึ"
เดวิดพูดภาษาไทยคล่องเพราะอยู่มานานกว่าสิบปี แม้ติดเสียงขึ้นจมูกเหมือนฝรั่งพูดไทย แต่ก็ถือว่าพูดเก่งและชัดมาก
"คุณเดวิด อย่าค่ะ คุณแก้วรู้เรื่องแล้วฉันจะเดือดร้อน"
นวลปรางกล่าวเสียงสั่นใบหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่บนตักของเดวิด
"จะกลัวอะไรกับแก้วตา ถ้าเธอเป็นคนของฉัน เอาไหม เลิกเป็นเด็กเสิร์ฟ ฉันจะเลี้ยงให้อยู่สบาย หาคอนโดดีๆ ให้อยู่ มีเงินเดือนให้"
เขาเสนอด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์ รวบเอวเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ก้มมาสูดดมที่ซอกคอของหญิงสาว นวลปรางดิ้นและผลักอกหนาของหนุ่มใหญ่อย่างตกใจ
"ไม่ ไม่เอาค่ะ ปรางขอเถอะนะคะ ปรางเป็นคนบ้านเดียวกับพี่แก้วตา ไม่อยากมีปัญหากัน ขอร้องเถอะค่ะ"
เธอพยายามหาเหตุผลข้ออ้างมาขอร้อง ยกมือไหว้เขาปลกๆ ในขณะที่สายตามองไปนอกรถ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเดวิดกำลังพาเธอไปที่ไหน เท่าที่ทราบเขามีคอนโดอยู่สองสามแห่ง
