บทที่ 5 หากเลือกได้ 2
เมื่อรถของเดวิดเคลื่อนออกไปแล้ว ร่างสูงสง่าก็ก้มมองนวลปราง หญิงสาวตัวสั่นด้วยความกลัว เม้มปากกัดเพื่อระงับอาการปากสั่นจนรู้สึกเจ็บ หัวใจเต้นระรัวกับความหวาดกลัวต่อชะตาชีวิตที่ไม่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น เธอไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิดที่หนีเดวิดมาหาคนแปลกหน้า เดวิดนั้นอย่างน้อยก็รู้จักเขามาเป็นเวลาปีกว่า แต่ผู้ชายคนนี้เธอไม่รู้จักเขาเลยแม้แต่กระผีกเดียว นวลปรางก้าวถอยหลังกรูด เขาเลิกคิ้ว
"เปลี่ยนใจให้ฉันโทรเรียกเดวิดให้กลับมารับไหม"
ใบหน้าหล่อเหลาจ้องมองนวลปรางอย่างรอฟังคำตอบ หญิงสาวรีบสั่นหน้าปฏิเสธทันที
"ถ้างั้นก็เลิกทำท่ากลัวตัวสั่นได้แล้ว"
เขาเอ่ยสั้นๆ แล้วก้าวอาดๆ นำไปยังประตูหลังผับ นวลปรางมองซ้ายขวาเลิ่กลั่ก แต่พอสายตาปะทะกับลูกน้องร่างหนาบึกของผู้ชายที่ถูกเรียกว่า คุณใหญ่ ใบหน้านิ่งเย็นชาและแววตาแข็งดุก็ทำให้นวลปรางต้องรีบสาวเท้าตามร่างสูงไป เพราะรู้ว่าถึงอย่างไรเธอก็ไม่มีทางวิ่งหนีผู้ชายสองคนนั้นได้พ้น ประตูรั้วด้านหลังที่มีป้อมยามเวลานี้ประตูก็ถูกดึงปิดไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเข้าไปภายใน ทางเดินมีแสงไฟสีนวลจากผนังทำให้มองเห็นทางเดินปูด้วยกระเบื้องสีอ่อน เขาพาเธอตรงไปยังลิฟต์ นวลปรางเอามือกุมกันแล้วบีบแน่น ยืนเบียดมุมลิฟต์ก้มหน้ามองพื้น ครั้งหนึ่งที่เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ยืนหลังตรงสง่ามือล้วงกระเป๋ากางเกง ลูกน้องคนหนึ่งของเขายืนอยู่ใกล้แผงควบคุมระบบลิฟต์ซึ่งอยู่ด้านขวา อีกคนยืนอยู่ฝั่งซ้าย ตัวเลขไฟสีแดงกะพริบที่ชั้นเจ็ดเมื่อลิฟต์หยุดและเปิดออก
"พวกนายลงไปเถอะ" เขาสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ครับคุณใหญ่"
ลูกสมุนสองคนก้มศีรษะคำนับเล็กน้อยก่อนกดลิฟต์ปิด นวลปรางก้าวเดินตามคนที่มีอำนาจออกคำสั่งไปด้วยความกลัวสุดขั้วหัวใจ ไม่รู้ว่าเธอจะเอาตัวรอดได้อย่างไร หญิงสาวสะอื้นในลำคอพยายามไม่ให้เกิดเสียง น้ำตาร่วงพรูอาบแก้ม รู้สึกขวัญเสียกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็พยายามรวบรวมสติเอาไว้ให้มากที่สุด
นวลปรางหันมองรอบตัว จากหน้าลิฟต์เป็นโถง ฝั่งซ้ายมีชุดโซฟาตั้งอยู่น่าจะเอาไว้สำหรับให้แขกนั่งรอ ด้านขวาเป็นประตูห้องที่ชายร่างสูงเพิ่งเดินเข้าไป นวลปรางค่อยย่างเท้าก้าวตามเข้าไปอย่างขลาดกลัว
ภายในเป็นห้องชุดเหมือนคอนโดหรูชั้นดี ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน เขาขึ้นมาบนชั้นที่เจ็ดซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของตึกที่ตั้งผับชื่อดังแห่งเมืองพัทยา น่าจะเป็นเจ้าของหรือไม่ก็หุ้นส่วนสถานที่นี้
หญิงสาวหยุดยืนกลางห้องโถงโอ่อ่ามือกำรอบสายสะพายกระเป๋าสีดำราคาถูกเอาไว้แน่น เจ้าของห้องเดินไปยังบาร์ซึ่งอยู่ชิดผนัง รินเครื่องดื่มใส่แก้วแล้วยกขึ้นจิบก่อนหันมามองเธอด้วยสายตานิ่ง กวาดตามองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างช้าๆ ในขณะยกแก้วเหล้าขึ้นจิบอีกครั้ง
"ทำงานที่ร้านของเดวิดหรือ"
เสียงทุ้มต่ำของเขาช่างเข้ากับบุคลิกทรงอำนาจน่าเกรงขามนั่นเหลือเกิน นวลปรางกลืนน้ำลายก่อนพยักหน้าเบาๆ พลางใช้หลังมือขึ้นปาดน้ำตาจากแก้ม
"ค่ะ ฉันไม่ได้เต็มใจนะคะ เขาจับฉันมา ฮึก... ปล่อยฉันไปเถอะนะคะคุณ ฉันไม่ได้เต็มใจจริงๆ"
นวลปรางละล่ำละลักขอร้องทันทีที่มีโอกาส บอกเขาไปตามความเป็นจริง ในหัวของเธอเวลานี้ก็พยายามบอกตัวเองให้สงบสติอารมณ์เอาไว้ให้นิ่งอย่าฟูมฟายเพราะยังจำที่อ่านหนังสือธรรมะอยู่บ่อยๆ ว่าคนมีสติเท่านั้นถึงจะควบคุมสถานการณ์ได้
หญิงสาวมองชายหนุ่มตรงหน้า ท่าทางเป็นผู้ดีของเขาทำให้นวลปรางคิดว่าเขาน่าจะฟังเหตุผลและไม่น่าจะเป็นคนที่ชอบบังคับฝืนใจใคร ผู้ชายบุคลิกหล่อเหลาแสนเนี้ยบเพอร์เฟกต์แบบนี้คงมีแต่ผู้หญิงอยากได้และวิ่งเข้าหาเองอยู่แล้ว ถ้าเธอไม่เต็มใจเขาก็น่าจะไม่อยากยุ่งด้วย ยิ่งเธอเองก็เป็นแค่เด็กสาวบ้านนอกแสนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน หน้าตาก็แค่พอไปวัดไปวาได้ ไม่ใช่สาวสวยไฮโซที่น่าจะเป็นประเภทที่เขาคุ้นเคย มองก็รู้ว่าเขารวยและมาจากครอบครัวระดับไฮคลาสของสังคมไทย
ร่างสูงถือแก้วเดินไปนั่งที่โซฟาหนังสีน้ำตาลเข้ม ห้องรับแขกที่มีผนังกรุกระจกสูงจรดขอบเพดาน มองเห็นวิวทะเลและภูเขาแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้
"มานั่งนี่สิ แล้วเล่าเรื่องของเธอให้ฉันฟังหน่อย"
นวลปรางระงับอาการสะอื้น เดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ตรงกันข้ามเขาอย่างไม่ลีลาและรีรอ ถือว่าเขากำลังให้โอกาสเธอบอกเล่าความจริงและเธอจะต้องพูดให้เขาเห็นใจและยอมปล่อยเธอไปให้ได้
จากการอยู่พัทยามาปีกว่าทำให้รู้ดีว่าเมืองบาปนี้เต็มไปด้วยมาเฟียและผู้มีอิทธิพลที่มีตำรวจเป็นผู้รับใช้อย่างซื่อสัตย์ ซื่อสัตย์ต่ออำนาจเงินที่สามารถซื้อได้ทุกอย่างแม้กระทั่งเกียรติและศักดิ์ศรีของเจ้าหน้าที่ที่มีสโลแกนว่า พิทักษ์สันติราษฎร์ รับใช้ประชาชน
"ฉันชื่อนวลปรางค่ะ เป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ร้านอาหารของคุณเดวิดมาปีกว่า และเขาก็ฉุดฉันขึ้นรถมาที่นี่ ฉันไม่ต้องการเป็นผู้หญิงของเขา เพราะภรรยาของเขาคือคุณแก้วตาเป็นคนบ้านเดียวกับฉันค่ะ เธอมีบุญคุณกับฉัน"
"เธอหมายความว่า... ที่ไม่อยากเป็นเด็กเลี้ยงของเดวิดเพราะติดที่ภรรยาที่ชื่อแก้วตาของหมอนั่นเป็นคนบ้านเดียวกันและมีบุญคุณกับเธอ?"
"ค่ะ"
"ฉันไม่มีเมียชื่อแก้วตาซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกับเธอ... งั้นก็มาเป็นเด็กของฉันเอาไหม"
เสียงทุ้มต่ำที่ยื่นข้อเสนออย่างตรงไปตรงมานั้น ทำเอานวลปรางถึงกับสะอึกและอ้าปากค้าง ก่อนจะรู้สึกตัวแล้วรีบสั่นหน้าปฏิเสธ
"ไม่ ไม่เอาค่ะ ฉันไม่ถนัดงานพวกนี้"
"ฝึกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถนัดเอง"
เขาโต้ตอบเสียงเรียบเรื่อยคล้ายกำลังพูดเรื่องแสนธรรมดาสามัญ ไม่ใช่เรื่องที่เขากำลังขอซื้อเธอมาเป็นผู้หญิงบำเรอความใคร่ นวลปรางหน้าซีด มือสั่นจนต้องกุมและบีบเอาไว้แน่นบนตัก
