บทที่ 6 หากเลือกได้ 2

"ไม่ ไม่ถนัดจริงๆ ค่ะ และไม่เคยคิดจะทำด้วย แต่ถ้าคุณมีงานอื่นให้ทำ ฉันก็ยินดี ฉันถนัดงานเสิร์ฟและงานในครัว ถ้าคุณจะจ้าง ก็ขอให้ฉันทำงานพวกนั้นเถอะนะคะ"

"จบอะไรมา"

เขากำลังสัมภาษณ์เธอ เด็กสาวรูปร่างสูงระหงได้สัดส่วนใบหน้าคมสวยที่สะดุดตาเขาทันทีเพียงแค่ได้เห็นชั่วนาทีนั้นที่เจ้าหล่อนวิ่งมาชนเขาอย่างจัง บดินทร์ ธนศักดิ์ภิรมย์ยกวิสกี้ที่เหลือติดก้นแก้วกระดกลงคอก่อนวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า

ร่างสูงเอนหลังไปพิงพนักโซฟานุ่ม ขายาวเพรียวยกไขว่ห้าง ยกมือขึ้นกดระหว่างคิ้ว ด้วยรู้สึกถึงความเหนื่อยและเพลียจากการประชุมอันแสนยาวนานในวันนี้ เลยเที่ยงคืนไปแล้ว เขาต้องการพักผ่อนเสียที แต่เด็กสาวตรงหน้าทำให้เขาต้องยืดเวลาเข้านอนออกไปอีกหน่อย เจ้าหล่อนสวมเสื้อยืดสีดำสกรีนชื่อร้านทะเลเผากับกางเกงยีนส์รัดรูปสีเดียวกัน ขณะนี้สวมเพียงถุงเท้าสีดำเนื่องจากเจ้าหล่อนถอดรองเท้าไว้ที่ข้างประตูเรียบร้อยแล้ว

"จบ ม.3 ค่ะ ตอนนี้กำลังเรียน ก.ศ.น. ปีหน้าจะจบ ม.6 ค่ะ"

คำตอบของเธอทำให้บดินทร์เลิกคิ้วแปลกใจ อายุเท่าไรนี่ ทำไมจบเพียงแค่นี้

"อายุเท่าไหร่"

"สิบเก้าปีค่ะ"

นวลปรางตอบอย่างสุภาพ ตอนนี้รู้สึกหัวใจเต้นช้าลงแล้ว หลังจากที่เห็นว่าเขาไม่ได้คิดจะปล้ำเธอ อย่างน้อยก็ไม่เหมือนเดวิดที่ทำท่าหื่นกระหายมองเธอด้วยสายตาน่าขยะแขยง แต่ผู้ชายคนนี้ดูเป็นสุภาพบุรุษมากกว่านัก

"ทำไมถึงไม่เรียนต่อล่ะ อายุแค่นี้เอง"

"ครอบครัวฉันยากจนค่ะ พ่อแม่มีลูกห้าคน ไม่มีเงินส่งฉันเรียน เลยออกมาทำงานช่วยทางบ้านก่อน เพราะมีพี่สาวที่กำลังเรียนมหาลัยคนหนึ่ง และมีน้องอีกสองคนที่กำลังเรียนค่ะ ฉันเลยต้องทำงาน"

นวลปรางบอกไปตามความจริงอย่างซื่อๆ ไม่มีความอายในฐานะของตน บอกความจริงเผื่อเขาจะสงสารและเห็นใจ ให้งานเธอทำ งานที่ไม่ใช่อย่างที่เขาเสนอนะ เพราะแค่ทำงานสุจริตอย่างคนทั่วไป เธอก็สามารถมีเงินส่งให้ทางบ้านได้ มันไม่ต้องถึงขนาดลงทุนขายเนื้อขายตัวแบบนั้น ในครอบครัวเธอทุกคนก็ช่วยกันประหยัดและไม่ใช่พวกใช้จ่ายเกินตัวอะไร น้องๆ ก็เป็นเด็กดีทั้งสองคน พี่สาวที่เรียนมหาวิทยาลัยก็หางานพาร์ทไทม์ทำเช่นกัน มันก็พออยู่ได้

อีกอย่าง เธอเคยตั้งใจเอาไว้ว่าอยากแต่งงานกับผู้ชายที่รักและมอบทุกอย่างให้เขาคนเดียวถ้าเป็นไปได้ มันไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้ไม่ใช่หรือ เพียงแค่เธอไม่ใจง่ายและรอจนกว่าจะพบคนคนนั้นในสักวันหนึ่งในอนาคตเมื่อเธอพร้อมกว่านี้ แต่เวลานี้สมองและหัวใจเธอไม่ได้โฟกัสเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เลยแม้แต่น้อย มีแต่คิดเรื่องหาเงินและเรื่องเรียน มีเป้าหมายเล็กๆ ของตนเองที่พยายามจะทำให้สำเร็จ และที่สำคัญนวลปรางไม่อยากผิดศีลข้อสาม ไม่ต้องการเป็นเมียน้อยเมียเก็บของผู้ชายคนไหนทั้งนั้น เธอยอมเป็นโสดดีกว่าจะยอมทำบาปข้อนี้

ผู้ชายตรงหน้าเธอ บุคลิกลักษณะราวกับคุณชายแบบนี้ มีหรือที่จะโสด หรือแม้จะโสด เขาก็ไม่ใช่ผู้ชายที่ผู้หญิงระดับเธอจะสามารถครอบครองได้ เมื่อตระหนักถึงเหตุผลชัดเจนอยู่ในใจเช่นนี้ นวลปรางก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวอย่างชู้สาวกับผู้ชายมาดเท่ตรงหน้านี้เลย นอกจากความกลัวและหวั่นเกรงว่าเขาจะบังคับหรือกักขังเธอเท่านั้น เพราะเธอตัวคนเดียว ไม่มีใครที่นี่ ไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน และถ้าเขาทำ ก็คงทำได้สบาย ท่าทางเป็นผู้มีอิทธิพลและเส้นใหญ่ขนาดนี้

"ถ้าเป็นผู้หญิงของฉัน เธอจะมีเงินเพียงพอที่จะซัพพอร์ตครอบครัวและเรียนต่อนะ อย่าเพิ่งปฏิเสธ เอาไปคิดดูก่อนก็ได้ คืนนี้เธอพักห้องนั้นก็แล้วกัน ตามสบายนะ ฉันขอตัวก่อน"

บดินทร์กล่าวสรุปและขยับตัวลุกขึ้น ในใจรู้สึกทึ่งกับเรื่องเล่าที่เด็กสาวบอก แต่เวลานี้เขาเหนื่อยและง่วงมาก ชายหนุ่มจึงขอปัดมันให้เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน

"เอ่อ ฉันขอกลับห้องได้มั้ยคะ"

นวลปรางเอ่ยขอด้วยน้ำเสียงหวั่นๆ ปนเกรงใจ ดูเหมือนเขาจะไม่ใช่ผู้ชายเอาแต่ใจและไร้เหตุผล หรือเป็นพวกมาเฟียโหดอะไรพวกนั้น เธอคิดว่าน่าจะขอได้ เขาไม่น่าจะสนใจเด็กสาวกะโปโลที่ปฏิเสธข้อเสนอของเขาอีกแล้ว ระดับนั้นคงไม่มาตื๊อดอกหญ้าไร้ราคาอย่างเธอหรอก

"กลับไปแล้วแน่ใจหรือว่าจะปลอดภัยจากเดวิด ไปนอนห้องนั้นก่อน พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่ เธอจะปลอดภัยถ้าอยู่กับฉัน"

เสียงทุ้มกล่าวเป็นประโยคสุดท้ายก่อนก้าวเดินไปยังห้องนอนใหญ่ ปล่อยให้นวลปรางนั่งมองตามด้วยความรู้สึกกลัวและไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับหนทางข้างหน้าดี

หญิงสาวนั่งอยู่ตรงนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกเดินไปยังห้องที่เขาชี้มือบอกเมื่อครู่ เอาเถอะ ในเมื่อมันดึกดื่นป่านนี้แล้ว และอย่างที่เขาพูด ถ้าหากเดวิดรู้ว่าเธอกลับไปที่ห้องนั้น เขาก็อาจจะกลับมาระรานเธออีกก็เป็นได้ อยู่ที่นี่ไปก่อนเถอะ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว เรื่องงานนั้นก็คงจะต้องโทรไปหาแก้วตา แต่จะบอกนางได้หรือเปล่าว่าผัวนางฉุดเธอจะเอาทำเมียน่ะ เรื่องนี้ยังไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไร

นวลปรางเข้าไปในห้อง ปิดประตูล็อกแน่นหนา มองเตียงขนาดหกฟุตที่มีผ้าปูเตียงและผ้าห่มนวมสีน้ำเงิน เธอเปิดตู้เสื้อผ้าดู เห็นมีเสื้อคลุมสีขาว ผ้าเช็ดตัวพับเรียงเป็นตับอยู่ในนั้น มีเสื้อยืดสีขาวแขวนอยู่สามสี่ตัว หญิงสาวจัดการอาบน้ำและขอยืมเสื้อยืดในตู้มาใส่ตัวหนึ่ง

ขึ้นไปบนเตียง ตั้งนาฬิกาปลุกเวลาหกโมงเช้า จากนั้นก็กราบพระสวดมนต์ ขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ขอให้เธออยู่รอดปลอดภัยจากปากเหยี่ยวปากกาและเสือสิงห์กระทิงแรดทั้งหลายด้วยเถิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป