บทที่ 7 หากเลือกได้ 3

วันรุ่งขึ้น นวลปรางตื่นขึ้นมาตามเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งเอาไว้ ร่างกายยังรู้สึกง่วงงัวเงียและสมองปวดตุบๆ เนื่องจากจิตใจที่เป็นกังวลกับอนาคตมัวแต่นอนคิดไม่ตกและคิดไปสะระตะ จนกระทั่งตีสามจึงพยายามบังคับให้ตนเองหลับ ซึ่งตอนนี้เวลาหกโมงเช้า หมายความว่าเธอได้นอนแค่สามชั่วโมงเอง

หญิงสาวตระหนักว่าเวลานี้เธออยู่ในห้องชุดของคนแปลกหน้าจึงรีบลุกเข้าไปอาบน้ำแล้วสวมเสื้อผ้าชุดเก่าเมื่อคืนนี้ คือเสื้อยืดสีดำซึ่งเป็นเสื้อยูนิฟอร์มของร้านอาหารกับกางเกงยีนส์ตัวเดิม

เวลาหกโมงครึ่งนวลปรางก็ค่อยๆ เปิดประตูห้องที่อาศัยนอนออกมาด้านนอก ได้ยินเสียงคนคุยเบาๆ ในห้องครัว หญิงสาวยืนลังเลอยู่ที่ห้องนั่งเล่นอย่างไม่รู้ว่าควรจะเดินไปในนั้นหรือไม่ ขณะที่ลังเลอยู่นั้น ร่างสูงสง่าในเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงสแล็กส์ก็เดินถือถ้วยกาแฟออกมา

"ตื่นแล้วหรือ หลับโอเคหรือเปล่า"

น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาฟังดูเป็นมิตรเช่นเดียวกันกับท่าทาง ใบหน้าหล่อเหลาที่สันกรามได้เหลี่ยมคมชัดนั้นไม่ได้มีรอยยิ้มแต่ดวงตาคมฉายประกายอบอุ่นเป็นกันเอง นั่นทำให้นวลปรางคลายอาการเกร็งลงไปได้บ้างเล็กน้อย

"ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ให้ฉันพักที่นี่"

หญิงสาวยืนกุมมืออย่างสุภาพและเจียมตัว เขายืนพิงไหล่กับกรอบประตูห้องครัว ยกกาแฟขึ้นจิบและจ้องมองเธอด้วยสายตาที่นิ่งเรียบ ไม่ได้มีความหื่นกระหายในนั้นเหมือนอย่างผู้ชายหลายคนที่นวลปรางได้พบเจอ แต่ใจคนเรานั้นยากแท้หยั่งถึง เธอไม่อยากด่วนสรุปและตัดสินคนแปลกหน้าที่เพิ่งได้พบเจอกันเพียงแค่ชั่วข้ามคืน นวลปรางไม่รู้ว่าคุณใหญ่คนนี้อายุอานามเท่าไร แต่ถ้าให้เดาก็คิดว่าน่าจะสามสิบกว่าๆ

"แล้วตัดสินใจได้หรือยังล่ะ กับข้อเสนอของฉัน"

นั่นไงล่ะ สายตาอาจไม่สื่ออะไร แต่คำถามตรงไปตรงมานั้นก็บอกได้ว่าเขาคิดกับผู้หญิงอย่างเธอแบบไหน นวลปรางก้มหน้าเล็กน้อย บีบมือแน่นเพื่อรวบรวมกำลังใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้งแล้วยิ้มฝืนส่งให้เจ้าของคำถาม

"คิดแล้วค่ะ คือขอพูดตรงๆ นะคะ คือ ไม่ใช่ว่าฉันหยิ่งหรือคิดว่าตัวเองมีดีอะไรหรอกนะคะ แต่ฉันไม่เคยคิดจะขายตัวแลกเงิน หวังว่าคุณคงจะเข้าใจ ฉันตั้งใจว่าจะทำงานสุจริตและตั้งใจเรียนให้จบ เรื่องอื่นใดนอกเหนือจากนี้ไม่ใช่เป้าหมายชีวิตของฉันในเวลานี้เลยค่ะ"

แม้ว่าจะเกรงกลัวบารมีและลักษณะทรงอำนาจน่าเกรงขามที่แผ่กระจายอยู่รอบตัวชายหนุ่มตรงหน้า แต่นวลปรางก็ตัดสินใจพูดออกไปตามที่ใจคิด เอาให้เคลียร์และชัดเจนกันไปเลยทีเดียว จะได้จบๆ และได้ข้อสรุปเข้าใจตรงกัน ก็ได้แต่หวังว่าเขาจะเป็นคนดีกว่านายเดวิดคนสารเลวนั่น

ร่างสูงมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องครัว

"ดื่มกาแฟก่อนไหม หรือจะทานอาหารเช้าก่อน เธอเข้ามาดูเองก็แล้วกันว่ามีอะไรที่เธอกินได้บ้าง"

เขาไม่สานต่อบทสนทนา แต่เปลี่ยนประเด็นไปเลย ส่งสายตาชวนให้เธอเดินตามเข้าไปในห้องครัว หญิงสาวจึงจำต้องก้าวเข้าไปในนั้น ไม่เห็นใครอื่นอีกในนี้ แสดงว่าเสียงคุยที่เธอได้ยินเมื่อครู่นี้คงเป็นเสียงเขาคุยโทรศัพท์นั่นเอง

ห้องครัวกว้างพอสมควร สะอาดเอี่ยมและเรียบหรู ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลขลิบทอง และเคาน์เตอร์หินแกรนิตเงาวับ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาผ้ากำมะหยี่สีเข้มชิดผนังกระจกซึ่งเปิดผ้าม่านรับแสงยามเช้า ถัดจากตรงนั้นเป็นประตูเลื่อนสู่ระเบียงด้านทิศตะวันออก เห็นพระอาทิตย์กำลังส่องแสงสีทองแห่งอรุณรุ่งไล้ฉาบผืนฟ้าขับไล่สีเทาหม่นที่ค่ำคืนได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้หมดไป

นวลปรางยืนเก้ๆ กังๆ ไม่กล้าแตะจับอะไรในห้องนี้ทั้งนั้น ใจอยากจะออกไปให้เสียพ้นๆ จากตึกนี้เพื่อตั้งหลัก

"กาแฟอยู่ที่เคาน์เตอร์นั่น ตามสบาย ไม่ต้องเกร็งหรอก ฉันไม่กัดหรอก"

เขาพูดคล้ายประชดนิดๆ ทำให้นวลปรางหน้าเจื่อนเล็กน้อยที่เขาเดาอาการเกร็งเพราะความกลัวของเธอถูก ก็ตราบใดที่เธอยังอยู่ในที่แปลกอย่างนี้ เธอก็ไม่อาจจะไว้ใจอะไรได้เลย เมื่อคืนนี้ดูก็รู้ว่าคุณใหญ่คนนี้รู้จักคุ้นเคยกับเดวิดเป็นอย่างดี นั่นก็แสดงว่าพวกเขาอยู่ในสังคมและแวดวงเดียวกัน

และสังคมของนายเดวิดมันก็เป็นพวกสีเทาสีมืดไม่ใช่เหรอ คนดีที่ไหนจะกล้าฉุดผู้หญิงกลางทางโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองเหมือนอย่างที่ไอ้เดวิดมันทำเล่า และคนที่นั่งอยู่ที่นี่ก็เป็นเจ้าของผับบาร์ แถมกำลังยื่นข้อเสนอให้เธอเป็นผู้หญิงของเขา นวลปรางอยู่พัทยามาปีกว่าก็ได้ยินเรื่องราวของพวกเสี่ยพวกป๋าที่ชอบเลี้ยงเด็กมานับไม่ถ้วน คุณใหญ่ คนนี้ก็คงเป็นประเภทผู้ชายสายเปย์ที่ชอบเลี้ยงผู้หญิงอย่างไม่ต้องสงสัย

"ทำอาหารเป็นไหม"

เมื่อเห็นเธอยังคงยืนเงียบ เขาจึงถามต่อ นวลปรางพยักหน้า เธอเก่งเรื่องงานครัวพอสมควร ที่ร้านอาหารที่ทำงานอยู่นวลปรางก็เข้าไปช่วยในห้องครัวบ่อยๆ อีกอย่าง เธอมีสกิลด้านนี้เพราะเข้าครัวช่วยแม่ทำกับข้าวมาตั้งแต่เล็กแล้ว

"พอทำได้ค่ะ"

"ถ้างั้นก็ช่วยทำเบรกฟัสต์ง่ายๆ ให้หน่อย"

พอเขาสั่งมาแบบนี้ นวลปรางจึงเอากระเป๋าวางที่โต๊ะมุมห้อง แล้วเดินไปยังตู้เย็น เปิดดูว่ามีอะไรพอทำได้บ้าง ตู้เย็นขนาดใหญ่มีวัตถุดิบอยู่หลายอย่าง ทั้งไข่ ไส้กรอก แฮม และผักต่างๆ

การทำงานที่ร้านอาหารทำให้หญิงสาวคุ้นเคยกับเครื่องมืออุปกรณ์ทำครัวที่ทันสมัย จึงหยิบจับคล่องแคล่วและทักษะการทำเบรกฟัสต์ก็ถือว่าเบสิกๆ สำหรับเด็กร้านอาหารอย่างเธอ

"ทำเผื่อตัวเธอเองด้วยนะ" เสียงสั่งกำชับ นวลปรางจึงหยิบขนมปังใส่โทสเตอร์เพิ่ม

บดินทร์เงยหน้าจากแท็บเล็ตที่กำลังตอบอีเมลเมื่อได้กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาแตะจมูก และเห็นร่างสูงเพรียวเดินถือจานเซรามิกใบใหญ่มาวางที่โต๊ะทานข้าว ชายหนุ่มวางแท็บเล็ตลุกขึ้นจากโซฟาไปล้างมือที่ซิงก์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป