บทที่ 9 หากเลือกได้ 3

"เอ่อ ค่ะ" นวลปรางตอบด้วยสีหน้าเอ๋อๆ

"พี่ก็เดาว่างั้น เพราะบอสน่ะไม่ใช่คนที่ชอบบังคับฝืนใจใคร ถ้าผู้หญิงปฏิเสธก็จบแค่นั้น ไม่มีบังคับหรือตามตื๊อให้เสียเวลาหรอกเพราะเด็กในสต็อกมีเยอะ เลี้ยงผู้หญิงไว้ทุกมุมเมือง"

"อ๋อ ค่ะ"

นวลปรางได้แต่นั่งฟังและพยักหน้ารับทราบ เธอคิดถูกแล้วสินะที่ปฏิเสธไป หญิงสาวเห็นท่าทางเป็นกันเองของแววดาวซึ่งดูเป็นคนตรงๆ และชัดเจนดีก็รู้สึกหายเกร็งแล้วตอนนี้

"ว่าแต่ทำไมถึงไม่สนล่ะ มีผู้หญิงเยอะแยะมากมายที่อยากเป็นเด็กในสังกัดบอสนะ น้องจะเปลี่ยนใจก็ยังทัน"

"ไม่ค่ะ ไม่เปลี่ยนใจ คือ ปรางขอทำงานที่ถนัดดีกว่าค่ะพี่ คือปรางทำงานเป็นพนักงานในร้านอาหารมาก่อน ทำอาหารก็ได้ เสิร์ฟก็เป็น และทำความสะอาดจิปาถะก็ไม่เกี่ยงค่ะ ทำได้ทุกอย่างที่เป็นงานสุจริตและได้เงิน"

นวลปรางพูดและยิ้มสุภาพให้แววดาว ซึ่งเวลานี้ก็เอนตัวไปพิงพนักเก้าอี้กอดอกเอานิ้วเคาะคางฟังเธออยู่

"คือปรางไม่ได้ดูถูกคนที่เขาทำงานพิเศษพวกนั้นนะพี่ เพราะเข้าใจว่าทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง แต่สำหรับปราง ขอไม่เอาดีกว่าค่ะ"

"เออ พี่เข้าใจ ก็อย่างที่เราว่านั่นแหละว่าแต่ละคนที่ทำงานพิเศษได้เงินดีพวกนั้นเขาก็มีเหตุผลส่วนตัวของเขาแหละนะ เราไม่ตัดสินใครดีกว่า เพราะเราไม่ใช่เขานี่เนอะ"

"ค่ะพี่"

"ว่าแต่เราน่ะ สวยนะ ได้ไปฉีด ไปศัลย์ ไปเสริมอะไรมาหรือเปล่า"

แววดาวถามด้วยสีหน้าอยากรู้ หญิงสาวตรงหน้ามีโครงหน้าสวยคมขนตายาวงอนเชียว ผิวหรือก็ขาวเนียนละเอียด ผมยาวดำขลับมีน้ำหนัก ใบหน้าก็สดมากๆ เลยตอนนี้ แก้มนวลปลั่งใสเสียจนเห็นเส้นเลือดฝอยจางๆ ดูโดยรวมแล้วไม่ใช่คนสวยหวานเย้ายวนตา แต่ดูสวยแกร่งออกไปทางแมนๆ มากกว่า แต่ไม่ว่าอย่างไรหน้าและรูปร่างคือสามผ่านสำหรับคนที่เห็นคนสวยมานับไม่ถ้วนของเธอ เพียงแต่กิริยาท่าทางซื่อๆ ที่ดูก็รู้ว่ามาจากต่างจังหวัดนั้นที่อาจจะทำให้ผู้คนที่เหลี่ยมจัดอยากล่อลวงดูเพื่อฟลุคได้แอ้ม

"ไม่ได้เสริมค่ะพี่"

นวลปรางยิ้มบางกับคำถาม เธอจะเอาเงินที่ไหนไปเข้าร้านศัลยกรรมกันเล่า แค่เงินจะยาไส้ยังกระเบียดกระเสียนขนาดนี้ แต่ก็ไม่เคยคิดจะเข้าอยู่แล้วล่ะ เพราะบางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าความสวยมันเป็นภัย มันเหมือนดาบสองคมที่มีทั้งคุณและทั้งโทษ ก็ดูอย่างเมื่อคืนอย่างไร ที่จู่ๆ เธอก็โดนไอ้เดวิดมันฉุดเฉย

แววดาวหันไปดึงลิ้นชักตู้เอกสารด้านหลังในขณะปากก็พึมพำ

"อืม ให้ทำอะไรดีนะ เอางี้ เดี๋ยวปรางเอาแบบฟอร์มไปกรอกนะ ชื่อนามสกุล อายุ การศึกษา ประสบการณ์อะไรก็กรอกไป มีสกิลอะไรก็ใส่มาให้หมด"

แววดาวยื่นกระดาษเอสี่ซึ่งเป็นแบบฟอร์มใบสมัครให้ เอาบัตรประชาชนของนวลปรางไปถ่ายเอกสารเพื่อประกอบใบสมัคร จากนั้นก็กลับมานั่งมองหน้าเธอ

"แล้วตึกนี้มีแต่ผับเหรอคะพี่"

"เรียกพี่ว่าพี่แววก็ได้นะ ตึกนี้มีเจ็ดชั้น ชั้นหนึ่งกับชั้นสองเป็นผับบาร์ ชั้นสามเป็นห้องอาหาร ชั้นสี่เป็นออฟฟิศนี่แหละ ชั้นห้าเป็นห้องทำงานของบอสกับห้องประชุม ชั้นหกเป็นที่พักของพนักงานบางส่วน แต่บางส่วนก็พักเองข้างนอก ส่วนชั้นเจ็ดเป็นห้องชุดของบอส"

แววดาวอธิบายข้อมูลที่นวลปรางควรทราบ

"เล่าให้พี่ฟังเกี่ยวกับตัวน้องหน่อยสิ เป็นคนเหนือหรืออีสานล่ะผิวขาวนวลแบบนี้"

แววดาวชวนคุย

"เป็นคนเหนือค่ะ บ้านอยู่แพร่ ปรางมาทำงานที่ร้านอาหารของคนรู้จัก เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันชื่อแก้วตา ทำได้ปีกว่าแล้วค่ะพี่ แต่พอดีเมื่อคืนสามีของพี่แก้วตาฉุดหนูมา โชคดีที่เขามาแวะที่นี่เลยได้เจอบอส เอ่อ แล้วบอสคือใครคะ" นวลปรางเอ่ยเล่าและแอบถามนิดหนึ่งตามความสนใจใคร่รู้

"อ๋อ บอสน่ะเหรอ ชื่อจริงคือ คุณบดินทร์ ธนศักดิ์ภิรมย์ หรือคนที่สนิทหน่อยจะเรียกว่าคุณใหญ่ แต่พวกเราเป็นลูกน้องก็เลยถนัดเรียกว่าบอส บอสเป็นนักธุรกิจไฮโซอยู่กรุงเทพฯ โน่นแน่ะ แต่จะมาพัทยาวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ธุรกิจที่นี่ก็มีทั้งผับ บาร์ ร้านอาหาร และโรงแรมจ้ะ"

นวลปรางกรอกใบสมัครไปฟังไป โอโห ธุรกิจเยอะแยะมากมายขนาดนี้คงจะรวยระดับมหาเศรษฐีเลยสินะ ไม่นึกเลยว่าคนระดับรากหญ้าอย่างเธอจะมีโอกาสได้ทานข้าวร่วมโต๊ะกับเขาเมื่อเช้านี้ หนุ่มไฮโซรวยหมื่นล้าน คิดแล้วก็รู้สึกดีใจที่เธอปฏิเสธเขาไป โลกของเขาและเธอเป็นโลกคนละใบอย่างแท้จริง นวลปรางกรอกเสร็จก็ยื่นใบสมัครให้แววดาว

"ฮะ? จบชั้น ม.3 เองเหรอปราง อายุสิบเก้าน่าจะจบ ม.6 ไม่ใช่เหรอ"

"ปรางจบแค่มัธยมต้นก็ออกมาทำงานค่ะพี่ แต่ตอนนี้กำลังเรียน ม.6 ของ ก.ศ.น. อยู่ ปีหน้าก็จะจบแล้วค่ะ คือบ้านปรางยากจนพ่อแม่ไม่มีตังค์ส่งเรียนน่ะพี่"

นวลปรางขยายความให้แววดาวรู้ เธอไม่ได้รู้สึกว่าความยากจนเป็นความน่าอายเพราะมันไม่ใช่ความชั่วร้ายเสียหน่อย ถ้าเราชั่วร้ายสิถึงต้องอาย แต่แค่จนทำไมต้องอายด้วย

นวลปรางยอมรับสภาพได้ตามความจริง ก็ถ้าหากเรายอมรับความจริงเกี่ยวกับตัวเราเองไม่ได้แล้วใครจะยอมรับเราได้ล่ะ การเกิดมาบนความขัดสนจนยากนั้น มันก็พอมีข้อดีอยู่บ้างหรอกตรงที่มันทำให้เราได้ทดสอบความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ในจิตวิญญาณ และทำให้เราดึงศักยภาพทุกอย่างที่มีอยู่ในตัวออกมาใช้อย่างเต็มที่

มีคนบอกว่าเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะเป็นได้ อยากเป็นอะไรก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้ให้มั่นและหาหนทางก้าวไปให้ถึง อย่างตอนนี้นวลปรางเองก็กำลังบากบั่นพยายามที่จะไปสู่เป้าหมายนั้นของตนเองให้ได้ในสักวันหนึ่ง เธอไม่เอาเวลามานั่งคิดน้อยใจในโชคชะตาและวาสนาของตนหรอก แต่จะเอาเวลาที่แสนมีค่านั้นมาสร้างบันไดทีละขั้นเพื่อไต่ไปสู่ปลายทางแห่งฝันที่หวังไว้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป