บทที่ 5 เรื่องที่ 1 พี่แท็กซี่ข้างห้อง (5/5)
“พี่เขียนไม่ออกอ่ะ ยังไม่เคยลองทำ” พี่ดนัยบอกแล้วกดจมูกมาที่ซอกคอแล้วไซร้ซอกคออยู่อย่างนั้น แล้วปล่อยมือฉัน เงยหน้าสบตาแล้วยิ้มให้ฉัน ฉันเอามือคล้องคอเขาเอาไว้
“ถ้าถอดแว่นแล้วจะหล่อขนาดนี้ ไม่ต้องถอดแล้วนะคะ ส้มหวง” ฉันบอก
“อืม” พี่ดนัยยิ้มพอใจ
“แล้วห้ามยิ้มให้สาวคนไหนแบบนี้อีก มันกระชากใจมาก” ฉันบอก เอานิ้วแตะที่ปากเขา เขางับนิ้วฉันเบาๆ
“ครับ พี่รับปาก” พี่ดนัยพูดแล้วสบตาหวานซึ้ง
“ใช้มุกพระเอกในนิยายมาจีบส้มแบบนี้สินะ ส้มเลยหลงกลพี่ดนัย สกิลการมองตานี่กะจะให้ส้มละลายเลยรึเปล่าคะ” ฉันถาม ยิ้มจนแก้มแทบปริ พี่ดนัยคือนักเขียนที่ฉันชื่นชอบ เขาคือแฟนของฉัน เหมือนว่าฉันฝันไป
“พี่ไม่เคยวางแผนจีบส้ม เหมือนวางโครงเรื่องในนิยาย แต่พี่ใช้หัวใจและความรู้สึกล้วนๆ” พี่ดนัยพูด ฉันยิ้มเขิน ต่างคนต่างเขินให้กัน
“ส้ม มีอะไรจะพูดอีกไหม” พี่ดนัยถาม
“ไม่มีค่ะ ทำไมเหรอคะ”
พี่ดนัยก้มมาที่ข้างๆ หูแล้วกระซิบเบาๆ
“พี่อยากศึกษาการจับกดต่อ”
ฉันถึงกับขนลุกซู่ ยิ้มเขินอาย
“นี่ตอนกลางวันนะคะ” ฉันบอก
“พี่ไม่สนหรอก”
พี่ดนัยพูดแล้วก็จับมือฉันกดลงข้างๆ หัว แล้วใช้ปากประกบปิดปากฉันไว้จูบอย่างดูดดื่ม
ก่อนจะปลดเสื้อผ้าออกจากตัวจนไม่เหลือสักชิ้น พี่ดนัยจูบอย่างหนักหน่วงและรุนแรง แทนที่จะผลักไสฉันกลับชอบซะงั้น
ฉันแอ่นตัวเข้าหาเขาด้วยความกำหนัด ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติของความต้องการทางร่างกายของมนุษย์
เมื่อความปรารถนาสิ้นสุดลง เราทั้งคู่ก็กอดกันกลม
“พี่มียังมีอีกอย่างที่ยังไม่ได้บอกส้มนะ แต่มันไม่ใช่ความลับอะไรมากมายหรอก แต่สักวันส้มจะค่อยๆ รู้ไปเองทีละเรื่อง เพราะมันเยอะจนพี่ไม่รู้จะเล่าตรงไหนก่อน” พี่ดนัยบอก เหมือนออกตัวไว้ก่อนหากฉันรู้ในภายหลัง
“พี่คงไม่ได้มีเมียแล้วใช่ไหม” ฉันเงยหน้าขึ้นจากอกเขา
“เปล่า” เขาตอบยิ้มๆ
“งั้นยกตัวอย่างได้รึเปล่าคะ ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง”
“เช่นพี่มีคอนโดอยู่แล้ว แต่มาเช่าห้องเพื่อมาเก็บประสบการณ์ในการเขียนนิยายในหอพักและขับแท็กซี่เพื่อหาประสบการณ์เขียนนิยายเช่นกัน” พี่ดนัยบอก
ฉันนิ่งไปพักใหญ่ ที่เขาเซอร์ไพรส์ฉันหลายเรื่องมากในวันนี้
“แล้วส้มเป็นตัวทดลองที่พี่จะใช้เป็นทางผ่านในการเขียนนิยายรึเปล่าคะ” ฉันถามเสียงน้อยใจ
“ไม่ๆ ส้มอย่าคิดแบบนี้นะ ส้มคือของจริง คือตัวจริง พี่กะว่าจะเช่าแค่เดือนเดียว เพราะมีส้มพี่ถึงอยู่มาจนถึงตอนนี้” พี่ดนัยบอกกอดฉันเอาไว้แนบอก
“กลับไป พี่ก็จะย้ายกลับคอนโดใช่ไหมคะ”
“ตอนแรกก็กะว่าจะเช่าต่อเพื่ออยู่จีบส้มต่อ แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว” พี่ดนัยพูด
“.....” ฉันนิ่ง พอจีบสำเร็จก็คงกะจะตีตัวออกห่างสินะ ฉันน้อยใจและรู้สึกใจไม่ดี
“พี่ว่าจะชวนส้มย้ายไปอยู่คอนโดกับพี่ เพราะพี่เป็นคนติดแฟน ไม่ยอมให้ส้มอยู่ห่างจากพี่หรอก” พี่ดนัยพูดต่อ ฉันยิ้มดีใจในสิ่งที่เขาพูด กอดเขาไว้แน่น
“ของส้มเยอะนะ ย้ายไปก็เต็มห้องพอดี ต้องแย่งนอนเตียง แย่งตู้เสื้อผ้า แย่งที่ตากผ้า พี่ไหวเหรอ” ฉันพูดหยอก
“ไหวสิ” พี่ดนัยบอกแล้วกดจมูกหอมที่หน้าผากของฉัน
“ย้ายไปอยู่กับพี่นะ พี่จะไปรับไปส่งทุกวัน บริการอาหารเช้าฟรีทุกวัน แถมอาหารเย็นอีกมื้อ โปรโมชั่นพิเศษ ตัดสินใจตอนนี้ รับนักเขียนคนนี้เป็นแฟนฟรีตลอดชีวิต ตกลงรึเปล่าครับ” พี่ดนัยพูดซึ้งติดตลก
“แถมอ่านนิยายล่วงหน้าฟรีแบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วยได้ไหมคะ” ฉันถาม
“ได้เลยครับ”
“งั้นตกลงค่ะ” ฉันกอดเขาแนบแน่น
ไม่อยากเชื่อว่าจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นหลายเรื่องเหลือเกินในวันนี้ ตกลงเป็นแฟนกับผู้ชายที่ตามจีบ แล้วเขาดันเป็นนักเขียนที่ตัวเองชื่นชอบ แถมฐานะก็ดี และที่สำคัญเขารักฉันจริง
“ขอบคุณนะคะ ที่เลือกส้ม”
“พี่ต้องเป็นฝ่ายพูดนะประโยคนั้น ขอบคุณที่เลือกนายดนัยคนขับแท็กซี่เป็นแฟนนะครับ” พี่ดนัยพูด เขาประทับใจที่ฉันตกลงเป็นแฟนของเขาเพราะตัวตนของเขา ไม่ใช่เพราะในฐานะไดนะ นักเขียนดาวรุ่งชื่อดัง
เรานอนกอดกันอยู่อีกแบบนั้นสักพัก ยิ้มให้กันด้วยความสุข กับสถานะใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ก่อนที่ไดนะของฉันจะหาข้ออ้างร้องขอบทรักเพื่อใช้ประกอบนิยายอีกครั้ง
ฉันยิ้มรับแบบมีความสุข เป็นแฟนนักเขียนต้องอดทนและรับได้ทุกบทบาทสินะ
-------- จบ --------
