บทนำ
บท 1
ฉันชื่อส้ม เป็นคนหน้าตาธรรมดา ตัวเล็ก สูงเพียงหนึ่งร้อยห้าสิบห้า ไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่น ฉันเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ฉันฝึกงานในเทอมสุดท้ายก่อนจะเรียนจบในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
ฉันเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีแฟน และไม่อยากมีแฟน เพราะตั้งใจเรียนให้จบ หางานทำ เพื่อใช้หนี้ทุนที่กู้ยืมเรียนและทำงานเก็บเงินส่งให้พ่อแม่ ปกติฉันทำงานพาร์ทไทม์เป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหาร แต่เทอมนี้ฝึกงานเลยไม่ได้ทำงานเสิร์ฟแล้ว
ฉันอาศัยอยู่หอพักรวมที่ราคาไม่แพงมาก หอพักมีทั้งหมดสามชั้น ฉันอยู่ชั้นแรก ที่นี่เราอยู่แบบตัวใครตัวมันไม่ค่อยยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร ยกเว้นพี่แท็กซี่ข้างห้อง ที่เข้ามาจีบฉัน ตั้งแต่วันแรกที่เขาย้ายมาอยู่เมื่อสองเดือนที่แล้ว เขาชอบซื้อโจ๊กมาห้อยไว้ที่หน้าห้องตอนเช้า บางวันเป็นน้ำเต้าหู้ แรกๆ ฉันก็เกรงใจ หลังๆ นี่คือเต็มใจล้วนๆ เพราะความงกและเสียดายของ ถึงแม้มันจะเหมือนให้ความหวังก็ตามที
ฉันคุ้นๆ ว่าเขาเคยบอกว่าชื่อวินัยหรือวิชัย อะไรสักอย่างนี่แหละ แต่ฉันเรียกเขาว่าพี่แท็กซี่ เพราะเขาทำงานเป็นคนขับแท็กซี่
พี่แท็กซี่เป็นผู้ชายที่ตัวสูงไม่มาก สูง165 อายุน่าจะไม่เกินสามสิบ หน้าตาก็ถือว่าพอใช้ ทรงผมไม่จัดทรง ตกลงมาปิดหน้าผาก ใส่แว่นตาหนาเตอะ เขาตามจีบฉันจนออกนอกหน้า แต่ไม่เคยก้าวก่ายหรือสร้างเรื่องปวดหัวให้ฉัน แค่ซื้อของกินมาห้อยไว้หน้าห้อง ตอนเช้าขอไปส่งที่บริษัทที่ฉันฝึกงาน และตอนเย็นขอมารับกลับห้อง เราแทบจะไม่ได้เจอกันเวลาอื่น ยกเว้นตอนที่เขาไปรับไปส่งฉันก็แค่นั้น
ฉันฝึกงานแล้วสามเดือนกว่า อีกเดือนเดียวฉันก็ฝึกงานจบ และต้องทำรายงานการฝึกงานเพื่อยื่นจบ แล้วรอรับปริญญาในปลายปีนี้
ฉันคิดว่าจะสมัครเข้าทำงานในบริษัทที่ฉันฝึกงาน เพราะเขาทาบทามฉันเอาไว้แล้ว เพราะเกรดเฉลี่ยฉันสูง และฝึกงานอย่างทุ่มเทพี่ๆ ในแผนกชื่นชมไม่ขาดปาก
“ส้ม” พี่แท็กซี่เรียกฉัน ขณะที่เดินออกมาหน้าบริษัท
ฉันยิ้มให้และเดินขึ้นรถไปเหมือนทุกครั้ง
“ถามจริงมารับส่งส้มฟรีตั้งสองเดือนแล้ว ไม่กลัวขาดทุนเหรอ” ฉันถาม
“ไม่นี่ ก็พี่บอกแล้วว่าเต็มใจ”
“ส้มเกรงใจนะ แต่ของฟรีก็ไม่อยากปฏิเสธ” ฉันบอกตรงๆ ไม่อยากให้ความหวังใคร
“ครับ ย้ำทุกวัน พี่รู้แล้วครับ” พี่แท็กซี่พูดยิ้มๆ
“วันนี้ส้มเลี้ยงหมูกระทะ” ฉันบอก วันนี้เบี้ยเลี้ยงเด็กฝึกงานออก ฉันพอมีเงินเก็บไว้ใช้จ่าย อยากเลี้ยงตอบแทนเขาบ้าง
ฉันกินข้าวที่เขาเอามาห้อยไว้หน้าประตูทุกเช้า แถมนั่งรถฟรีแบบนี้มาสองเดือนแล้ว เลี้ยงตอบแทนเขาหน่อยก็ไม่เสียหาย
“ใจอ่อนแล้วละสิ”
“ใจอ่อนบ้าอะไรล่ะพี่ ส้มแค่อยากตอบแทนที่มารับมาส่ง” ฉันบอกพี่แท็กซี่ แต่ในใจก็คิดว่าทำไมวันนี้อยากกินข้าวกับเขาก็ไม่รู้
“พี่ล้อเล่น เดี๋ยวพาแวะร้านหมูกระทะแถวปากซอยหอพัก” พี่แท็กซี่บอกแล้วผิวปากอย่างอารมณ์ดีจนหน้าหมั่นไส้
เรานั่งกินหมูกระทะแบบบุฟเฟ่ต์ เพราะฉันเป็นประเภท ขี้งก และต้องกินให้คุ้ม สั่งเป็นชุดก็กลัวขาดทุน ก็คนมันไม่ได้เกิดมารวยนี่นะ
ฉันรวบผมขึ้น เพื่อจะได้กินได้ถนัด พี่แท็กซี่มองแล้วยิ้มในท่าทางของฉัน
ฉันตักหมูและผักมาพอประมาณ นั่งย่างรอพี่แท็กซี่ที่ไปตักอาหารอยู่ พี่แท็กซี่เดินกลับมานั่งแล้วเริ่มย่าง เขาปาดเหงื่อตรงหน้าผากที่มีผมบังปิดไว้อยู่ ฉันหงุดหงิดที่เขาย่างไปเช็ดเหงื่อไป เลยค้นหายางมัดผมในกระเป๋ายื่นให้เขา
เขามองอย่างงงๆ ฉันเลยลุกไปยืนข้างหลังเขาแล้วรวบผมด้านหน้าเขาขึ้นมามัดจุกน้ำพุไว้ แล้วกลับไปนั่งที่
พี่แท็กซี่หน้าแดง ยิ้มไม่หุบ ฉันมองดูใบหน้าเขาที่ตอนนี้ไม่มีผมมาบัง
‘ก็น่ารักดี’
“ส้ม กินเก่งจัง” พี่แท็กซี่พูดขึ้น
“นานๆ ที เอาให้คุ้มสิพี่” ฉันบอกอย่างไม่อาย
“เออ ว่าแต่พี่แท็กซี่เป็นคนที่ไหน” ฉันถาม เขาหน้าสลดลงนิดนึง
“ส้มไม่เคยเรียกชื่อพี่เลย” เขาพูดเสียงเศร้า
ฉันเหวอไปนิดนึง รู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ กินข้าวของเขาฟรี นั่งรถเขาฟรี สองเดือนแต่ไม่เคยเรียกชื่อเขาเลย ไม่เคยอ่านป้ายชื่อเขาบนรถด้วยซ้ำ
“ส้มขอโทษ มันเรียกพี่แท็กซี่จนชินปาก” ฉันบอกเสียงอ่อน
“พี่ชื่อ ดนัย” พี่แท็กซี่ดนัยบอก
“ค่ะ” ฉันบันทึกใส่สมองทันที
พี่ดนัยเล่าว่าเขาเป็นคนต่างจังหวัด เข้ามาทำงานตามความฝันที่กรุงเทพฯ ตอนแรกก็ทำงานประจำ แต่ก็ไม่ก้าวหน้าเพราะหัวหน้างานที่เป็นคนเก่าแก่เอาผลงานเขาไปเอาหน้าตลอด จนได้เลื่อนขั้น พอมีโปรเจ็คใหญ่ที่เขากำลังทำ หัวหน้างานคนนั้นก็บอกผู้บริหารว่าเป็นผลงานของตัวเอง
พี่ดนัยเลยลาออกแล้วเอาโปรเจ็คที่ตัวเองคิดกลับมาด้วย ผู้บริหารเลยรู้ความจริง พยายามดึงตัวพี่ดนัยกลับ แต่เขาก็ไม่กลับไปร่วมงานกับหัวหน้างานคนเก่าแล้ว ผู้บริหารเลยเสนอให้เขารับงานแบบฟรีแลนด์แทน เขาเลยมาขับแท็กซี่เป็นงานเสริมเวลาคิดงานไม่ออก เพราะดีกว่านั่งเล่นนอนเล่นที่ห้องไปวันๆ
ฉันพยักหน้าเข้าใจสถานการณ์ของเขา เพราะตอนที่ฉันฝึกงานก็เจอคนแบบนี้เยอะ รุ่นพี่ในแผนกก็ทำงานแข่งขันกัน เวลาทานข้าวก็ปั้นหน้ายิ้มให้กัน เลียแข้งเลียขาเจ้านาย นินทาเพื่อนร่วมงานลับหลังแล้วปั้นหน้ายิ้มให้กันต่อหน้า มีทุกรูปแบบ
บทล่าสุด
#146 บทที่ 146 เรื่องที่ 24 รักร้ายนายมาเฟีย (11/11)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#145 บทที่ 145 เรื่องที่ 24 รักร้ายนายมาเฟีย (10/11)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#144 บทที่ 144 เรื่องที่ 24 รักร้ายนายมาเฟีย (9/11)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#143 บทที่ 143 เรื่องที่ 24 รักร้ายนายมาเฟีย (8/11)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#142 บทที่ 142 เรื่องที่ 24 รักร้ายนายมาเฟีย (7/11)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#141 บทที่ 141 เรื่องที่ 24 รักร้ายนายมาเฟีย (6/11)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#140 บทที่ 140 เรื่องที่ 24 รักร้ายนายมาเฟีย (5/11)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#139 บทที่ 139 เรื่องที่ 24 รักร้ายนายมาเฟีย (4/11)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#138 บทที่ 138 เรื่องที่ 24 รักร้ายนายมาเฟีย (3/11)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#137 บทที่ 137 เรื่องที่ 24 รักร้ายนายมาเฟีย (2/11)
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
ภรรยาลับที่ท่านประธานไม่เห็นค่า
เธอเป็นภรรยาที่เขาซ่อนไว้ในเงามืด เป็นผู้หญิงที่มีทะเบียนสมรส แต่ไม่มีสิทธิ์ยืนข้างเขาต่อหน้าผู้คน
เป็นคนที่รักเขาหมดหัวใจ…ในวันที่เขามองเธอเป็นเพียงเงื่อนไขของพินัยกรรม
ม่านไหมเคยคิดว่า หากเธออดทนมากพอ สักวันภาคินจะหันมาเห็นค่าความรักของเธอ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงความเย็นชา ข่าวหมั้นของเขากับผู้หญิงที่เหมาะสมกว่า และคำถามที่ทำลายหัวใจที่สุดในชีวิต“เด็กในท้องเป็นลูกของใคร”
คืนนั้นเอง เธอจึงเดินออกจากชีวิตเขา พร้อมลูกน้อยในครรภ์และหัวใจที่แตกสลาย
ภาคินเคยคิดว่าการเสียม่านไหมไปเป็นเพียงเรื่องเล็กจนวันที่เขารู้ว่า ผู้หญิงที่เขามองข้ามมาตลอดคือคนที่รักเขาจริงที่สุดและลูกในท้องของเธอ…คือลูกสาวของเขาแต่เมื่อเขาตามไปขอโอกาส ความลับในอดีตก็ถูกขุดขึ้นมา พ่อของม่านไหมถูกใส่ร้าย ศักดิ์ศรีของเธอถูกเหยียบซ้ำ หญิงอีกคนพร้อมทำลายเธอให้ย่อยยับ และความรักที่มาช้าเกินไปของภาคิน อาจไม่พอจะเยียวยาบาดแผลที่เขาได้เป็นคนสร้างเอาไว้
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
รักระรินใจ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ลุ้นรักวิวาห์หวาม Irresistible Love
และเมื่อครอบครัวทั้งสองฝ่ายมาเห็นภาพนั้นพร้อมกัน คำตอบเดียวที่เหลือคือ "แต่งงาน"
เธอประกาศว่าจะแต่งแค่ในนาม หนึ่งปีแล้วหย่า แต่ยิ่งใช้ชีวิตอยู่ใกล้ชิดกับชายผู้นี้มากเท่าไหร่ หัวใจของเธอก็ยิ่งเริ่มเต้นผิดจังหวะมากขึ้นเท่านั้น
แล้วชายผู้ถูกเรียกว่า "คุณลุง" คนนี้...จะกลายเป็น "ที่รัก" ในใจเธอได้หรือไม่ ?
ติดตามความวิวาห์หวามที่เริ่มต้นจากความซวย แต่ลงเอยด้วยรักที่มิอาจห้ามใจ













