บทที่ 1 เรื่องที่ 1 เพลิงรัก (1/12)

สัตยานักธุรกิจหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี เดินทางเข้าไปยังบริษัทในตำแหน่งผู้บริหารระดับกลางเพื่อรอรับตำแหน่งรองประธานบริหารที่ต้องทำในอนาคตอันใกล้นี้ โดยมีสัญชัยพี่ชายของเขาซึ่งเป็นประธานบริษัทคอยให้คำปรึกษาเขาอยู่

สัตยาเป็นลูกของภรรยารอง และพี่ชายของเขาเป็นลูกของภรรยาคนแรก เขาเลยไม่เคยน้อยใจที่ได้รับแค่ตำแหน่งผู้บริหาร อีกทั้งคนที่เคยเกเรและเรียนเกือบไม่จบอย่างเขาได้มาไกลขนาดนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว ต่างจากพี่ชายที่เรียนจบต่างประเทศและมีคุณสมบัติที่จำดำรงตำแหน่งประธานบริษัทอย่างนี้

พ่อของสัตยายกบ้านให้สัตยากับแม่ของเขาอยู่แยกกันกับบ้านหลังใหญ่ เพื่อความสบายใจของภรรยาทั้งสองคน ที่ถึงจะเข้ากันได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดปัญหา และดีที่สัญชัยนั้นรักสัตยาและคอยช่วยเหลือน้องชายอยู่เสมอ สัตยาจึงไม่รู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายที่เกิดเป็นลูกภรรยารอง หรือที่หลายๆ คนเรียกว่าเมียน้อย

แต่พอมารดาของเขาเสียชีวิตตอนที่เขาอายุยี่สิบเอ็ดปี และสัญชัยก็ไปเรียนต่อต่างประเทศในช่วงนั้น สัตยาต้องอยู่บ้านที่บิดายกให้ตามลำพังโดยมีคนรับใช้เก่าแก่อีกสองคนคอยดูแลเขา สัตยาเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร เที่ยวดื่มเหล้าจนไม่ได้ไปสอบจนถูกให้ออกจากมหาวิทยาลัยและทำให้ผิดใจกับบิดาเพราะความเกเรของเขา

แต่ชีวิตเขาดีขึ้นหลังจากเจอแพรวพราวในวัยสิบเก้าปี ลูกแม่ค้าขายข้าวราดแกงหน้ามหาวิทยาลัย เธอช่วยเขาเรียนจนจบและช่วยให้เขาคืนดีกับบิดา และมีชีวิตที่ดีขึ้นจนถึงทุกวันนี้

จนบิดาของเขาเสียไปเมื่อปีที่แล้วหลังเขาแต่งงานกับแพรวพราวได้หนึ่งปี สัญชัยเข้ารับตำแหน่งประธานแทนบิดาและยังคงเป็นพี่ชายที่แสนดีอย่างเดิม เพียงแต่สัตยาไม่เคยไปเหยียบบ้านหลังใหญ่อีกเลย เพราะอึดอัดเวลาถูกมารดาของสัญชัยมองเขาด้วยสายตาที่ไม่ชอบใจนัก

สัตยาแต่งงานกับแพรวพราวได้สองปีแล้ว ตลอดเวลาสองปีทั้งสองคนมีความสุขกันมาก

“พรุ่งนี้ก็จะครบรอบหกปีของเราแล้วนะคะ พี่ใหญ่อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ แพรวจะได้เตรียมเอาไว้ให้” แพรวพราวถามสามีอย่างเอาใจ

พรุ่งนี้เป็นวันครบรอบหกปีที่เจอกันครั้งแรก และอีกสองเดือนก็เป็นวันครบรอบสองปีของงาน แต่งงานของทั้งคู่

“ปีหนึ่งมีวันครอบรอบสองครั้งแบบนี้ ไหนจะวาเลนไทน์ ปีใหม่ คริสมาสต์ ตรุษจีน ไม่เหนื่อยบ้างหรือยังไงที่ต้องเอาใจผมแบบนี้” สัตยาถามแล้วคว้าภรรยามากอดก่อนที่จะหอมแก้มเธอ

“แพรวเหงานี่ค่ะ พี่ใหญ่ไม่ให้แพรวออกไปทำงานด้วยแบบนี้ไม่มีอะไรทำนี่นา” แพรวพราวบอก

“แพรวแค่ทำอาหารเหมือนทุกวันก็พอ ไม่ต้องพิเศษอะไรมากมายหรอก แล้วอีกอย่างเมียคนเดียวผมเลี้ยงได้ ไม่ต้องไปทำงานที่บริษัทให้ต้องวุ่นวายปวดหัวเปล่าๆ” สัตยาบอก

“อืม พี่ใหญ่ค่ะ คือแพรวมีเรื่องอยากจะขอร้องพี่ใหญ่” แพรวราวบอก

“อยากได้อะไรบอกมาเลย ถ้าหาได้ผมจะหามาให้แพรวทุกอย่าง” สัตยาบอก

“แพรวอยากรับพลอยมาอยู่ด้วย ได้หรือเปล่าคะ” แพรวพราวถามสามีด้วยน้ำเสียงเบา รู้ว่าเขานั้นไม่อยากให้เธอยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวเก่าของเธอ ครอบครัวที่ไม่มีใครต้องการและขับไล่ไสส่งเธอ แม้กระทั่งงานศพของมารดาและงานแต่งงานของเธอก็ไม่มีใครมาร่วมแสดงความยินดี

เมื่อสิบสี่ปีก่อนพ่อแม่ของแพรวพราวและพลอยไพลินแยกทางกัน แพรวพราวอยู่กับแม่และช่วยแม่เปิดร้านข้าวแกงไปและเรียนมหาวิทยาลัยเปิดไปด้วย ตอนนั้นเองที่ได้พบกับสัตยา เขาเกเรจนถูกให้ออกจากมหาวิทยาลัยเอกชนตอนปีสามและกลับเข้ามาเรียนปีหนึ่งใหม่ในมหาวิทยาลัยเปิด จนพบรักกับแพรวพราวและเธอฉุดเขาให้ก้าวขึ้นมา เปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่จนถึงทุกวันนี้

ส่วนพลอยไพลินอยู่กับบิดา เขาแต่งงานใหม่และพาเธอไปอยู่ด้วย พลอยไพลินโดนน้องชายและแม่เลี้ยงรังแก บิดาเองก็รักลูกใหม่มากกว่า ไม่ให้พลอยไพลินใช้โทรศัพท์ ไม่ให้ติดต่อกับแพรวพราวและมารดาเลย แม้กระทั่งตอนมารดาเสียชีวิตพลอยไพรินก็รู้เป็นคนสุดท้ายหลังจากงานศพถูกจัดไปแล้ว พลอยไพลินจึงอยู่บ้านหลังนั้นอย่างไม่มีความสุข

“ตอนแม่แพรวเสีย พ่อเองก็ไม่ได้อยากดูแลแพรว พลอยเองก็ไม่ได้มาร่วมงานศพแม่ตัวเองด้วยซ้ำ ตอนงานแต่งเราก็ไม่มีใครมา ตอนนี้พอไม่มีทางไปก็จะมาอาศัยกันง่ายๆ แบบนี้เลยหรือไง” สัตยาบอกเสียงเรียบ เขาไม่รู้ว่าพลอยไพลินนั้นน่าสงสารเพียงใด

สัตยาไม่ได้โกรธภรรยาที่จะพาน้องสาวมาอยู่ด้วย แต่โกรธครอบครัวของเธอที่ตอนนั้นมารดาของแพรวพราวเสียชีวิต บิดาแท้ๆ ไม่เคยเหลียวแลเธอเลย แพรวพราวต้องขายข้าวแกงส่งตัวเองเรียนจนจบและแต่งงานกับสัตยาหลังจากที่ทั้งคู่เรียนจบแล้ว

“พลอยเขามาไม่ได้เพราะแม่เลี้ยงไม่ยอมให้มาต่างหากล่ะคะ ตอนนี้พลอยโดนกดขี่จากบ้านนั้น แพรวอยู่อย่างสุขสบายแล้ว ไม่อยากเห็นน้องต้องลำบากคนเดียว” แพรวพราวพูดเสียงอ่อน จนสัตยาอดสงสารเธอไม่ได้ และต้องใจอ่อนอีกตามเคย

“โอเค งั้นผมจะยอมแพรวครั้งนี้เป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเกี่ยวกับบ้านนั้น” สัตยาบอก แพรวพราวยิ้มแล้วคล้องคอสามีดึงลงมาหอมแก้ว

“ขอบคุณนะคะพี่ใหญ่ แพรวขอบคุณมากๆ เลยค่ะ” แพรวพราวบอกแล้วยิ้มให้สามีอย่างมีความสุข จนทำให้สัตยาต้องยิ้มตามไปด้วย เมื่อเห็นภรรยายิ้มกว้างได้ขนาดนี้


แพรวพราวก็รีบโทรบอกน้องสาวว่าให้เธอมาอยู่ด้วยได้ พลอยไพลินดีใจมากที่จะได้ออกไปจากที่นี่ เพราะตอนนี้บิดาที่เป็นที่พึ่งเดียวนั้นตอนนี้ไม่ได้เห็นเธออยู่ในสายตาด้วยซ้ำ มีแต่เอาใจลูกชายที่เกิดจากแม่เลี้ยงที่ตอนนี้อายุสิบขวบแล้วและชอบไล่ตีแต่พี่สาวอย่างเธอโดยมีแม่เลี้ยงให้ท้าย

บทถัดไป