บทที่ 4 เรื่องที่ 1 เพลิงรัก (4/12)
“รับปากสิคะ” แพรวพราวถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่เหมือนคนใกล้หมดลมหายใจ
“พี่สัญญาว่าพี่จะดูแลพลอยเหมือนที่แพรวดูแล” สัตยารับปากเธอขยับไปนอนอีกข้างของแพรวพราว แล้วโอบกอดเธอเอาไว้เพื่อให้กำลังใจเธอ
“พลอย” เธอเรียกพลอยไพลินเสียงเบา
“ขา พี่แพรว” พลอยไพลินเดินเข้าไป แล้วจับมือเธอเอาไว้
“พลอยอยู่ที่นี่ อย่าย้ายไปไหน ดูแลพี่ใหญ่แทนพี่ เข้าใจหรือเปล่า” แพรวพราวบอก
“พลอยรับปากค่ะ พี่แพรวอย่าเป็นอะไรนะ” พลอยไพลินบอกแล้วร้องไห้ออกมา
แพรวพราวยิ้มอ่อนลงเรื่อยๆ แล้วเธอก็หลับตาลงในอ้อมแขนของสัตยา ในขณะที่สัตยาและแพรวพราวนั้นร้องเรียกเธอด้วยความเป็นกังวลกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป
แพรวพราวไม่ได้เสียชีวิตในทันทีเธอถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล โรคแทรกซ้อนที่เพิ่มเข้ามาทำให้ร่างกายเธออ่อนแอ และทนต่อการรักษาไม่ไหว เธอเสียชีวิตหลังจากถูกนำส่งโรงพยาบาลเพียงแค่สามวัน ทำให้สัตยาและพลอยไพลินนั้นเสียใจจนทำอะไรไม่ถูก
งานศพของเธอถูกจัดขึ้นมาอย่างเรียบง่ายแต่ว่าสมเกียรติ แขกส่วนใหญ่ก็คือพนักงานบริษัทของสัตยาที่เข้ามาช่วยงาน และเพื่อนสมัยเรียนไม่กี่คนเท่านั้น ตลอดช่วงเวลาที่จัดงานศพสัตยาไม่ได้พูดหรือมองหน้าพลอยไพลินเลยแม้แต่น้อย เพราะโกรธที่เธอนำอาหารแสลงให้แพรวพราวทานจนอาการทรุดหนัก
ทั้งที่หมอบอกแล้วว่าไม่เกี่ยวกับสาเหตุการตาย เป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น แต่สัตยาที่มีอคติกับพลอยไพลินอยู่แล้ว เขาเลยตั้งใจโยนความผิดให้เธอ รวมถึงคำขอสุดท้ายที่ภรรยานั้นบอกเขาก่อนหมดสติ ทำให้เขาลำบากใจที่จะพบหน้าพลอยไพลิน
หลังจากงานศพเสร็จสิ้น สัตยาก็เก็บเสื้อผ้าเพื่อไปพักใจที่ทะเล เขายังทำใจไม่ได้ที่ต้องนอนอยู่ห้องที่มีแต่ความหลังของเขากับแพรวพราว ส่วนพลอยไพลินเองก็เริ่มหางานทำโดยใช้วุฒิปริญญาตรีของเธอ และได้งานในตำแหน่งพนักงานบัญชีในบริษัทแห่งหนึ่ง
สัตยากลับมาในตอนบ่ายแก่ๆ ของวันเสาร์ เขาเดินเข้ามาในบ้านพร้อมด้วยกระเป๋าเดินทางของเขาอีกสองใบ พลอยไพลินรีบเดินเข้าไปหาเขาเพื่อจะช่วยเขาถือของ
“ไม่ต้องมายุ่ง ฉันถือเองได้” สัตยาบอกเสียงเข้ม แล้วมองพลอยไพลินด้วยสายตาที่รังเกียจ
“ให้ฉันช่วยเถอะนะคะ คุณใหญ่ถือกระเป๋ามาตั้งหลายใบ คงหนักแย่”
“อย่าเอามือสกปรกของเธอมาแตะต้องข้าวของๆ ฉัน ที่เธออยู่ที่นี่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะฉันรับปากพี่สาวเธอเอาไว้ ดังนั้นต่างคนต่างอยู่ ถ้าอยากอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างมีความสุข” สัตยาตวาดขึ้นมาเสียงดัง แล้วคนขับรถที่พ่วงตำแหน่งคนสวนก็มาช่วยเขาถือกระเป๋าขึ้นไปเก็บยังห้องชั้นบน
พลอยไพลินมองเขาด้วยสายตาที่ตัดพ้อ น้ำตารื้นขึ้นมา ส่วนสัตยาเองก็มองเธออย่างเกลียดชัง เพราะเธอทำให้เขาต้องสูญเสียคนที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ
พอถึงเวลาอาหารเย็น สัตยานั่งอยู่หัวโต๊ะ และพลอยไพลินก็ยกอาหารมาเสิร์ฟเขาพร้อมกับแม่บ้านอีกคน
“วันนี้มีแกงส้มที่คุณใหญ่ชอบด้วยนะคะ” เธอบอกแล้วเลื่อนถ้วยแกงส้มมาใกล้เขา สัตยาเงียบไม่พูดแล้วทานอาหารตรงหน้า ก่อนจะคายออกมาแล้วทิ้งช้อนส้อมลงที่จานเสียงดัง
“ใครเป็นคนทำ” เขาถามเสียงดัง
“เอ่อ ฉันเองค่ะ” พลอยไพลินบอก แม่บ้านที่ยืนอยู่ใกล้โต๊ะก็ก้มหน้านิ่ง
สัตยาถือถ้วยแกงส้มขึ้นมาแล้วสาดใส่พลอยไพลินก่อนจะโยนถ้วยแกงส้มทิ้งจนแตกกระจายเต็มพื้น
“วันหลังถ้าไม่รู้ว่าฉันกินเผ็ดไม่ได้ ก็ไม่ต้องสะเออะเข้าครัวอีก” สัตยาบอก พลอยไพลินกลั้นน้ำตาแล้วเดินไปหยิบถ้วยที่แตก แล้วเศษของถ้วยที่แตกบาดนิ้วมือของเธอ
“แค่เก็บเศษถ้วยก็ยังปล่อยให้บาดมือตัวเอง ซุ่มซ่าม” สัตยาบอกแล้วเดินไปหาพลอยไพลิน จับต้นแขนเธอให้ลุกขึ้นยืน จ้องตาเธออย่างสมเพช
“จำเอาไว้ไม่ต้องทำอาหารให้ฉันกิน ไม่ต้องเอาหน้าของเธอมาให้ฉันเห็นตอนกินข้าว มันทำให้ฉันสะอิดสะเอียนและกินอะไรไม่ลง เพราะต้องทนเห็นฆาตกรที่ฆ่าพี่สาวอย่างเธอ” สัตยาตวาดขึ้นมาเสียงดัง ก่อนที่จะผลักเธอให้ล้มลงไปกับพื้นแล้วเดินออกไป
หนึ่งเดือนผ่านไปสัตยากลับมาถึงบ้านก็เอาแต่ดื่มเหล้า พลอยไพลินพยายามแอบดูแลเขาห่างๆ ทุกวิถีทางเพื่อทำตามคำขอร้องครั้งสุดท้ายของพี่สาว เธอยังคงช่วยแม่บ้านทำอาหารบางอย่างโดยไม่บอกสัตยาให้รู้ว่าเธอเป็นคนทำ
แต่ลึกๆ สัตยาก็รู้ว่าเป็นฝีมือเธอ เพราะรสชาติมันต่างจากแม่บ้านที่เคยทำแต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะลึกๆ แล้วเขาก็รู้ดีแก่ใจว่าพลอยไพลินแค่อยากทำตามที่แพรวพราวขอร้องและทางโรงพยาบาลก็บอกแล้วว่าแพรวพราวนั้นมีโรคแทรกซ้อนอยู่แล้วและเธอก็เสียชีวิตด้วยโรคแทรกซ้อนดังกล่าวด้วยตัวเธอเอง
ในวันธรรมดาสัตยาดื่มเหล้าแค่พอประมาณ แต่ถ้าเป็นคืนวันศุกร์และคืนวันเสาร์เขาจะดื่มหนักเป็นพิเศษ เพราะวันเสาร์เขาเข้าสายได้และวันอาทิตย์ก็เป็นวันหยุด
ทุกคืนวันศุกร์และเสาร์พลอยไพลินเลยต้องขอแรงให้คนในบ้านมาช่วยแบกสัตยากลับห้อง แล้วช่วยกันเช็ดตัวให้เขา แล้วจึงแยกย้ายกันกลับเข้าห้องนอนไป
“คุณพลอยคะ พอดีป้ากับลุงมีธุระด่วนต้องกลับต่างจังหวัด เพราะญาติเสียกะทันหันกว่าจะกลับอีกทีก็วันจันทร์ ช่วงที่ป้าไม่อยู่นี้รบกวนคุณพลอยดูแลเรื่องเสิร์ฟอาหารเย็นให้คุณใหญ่ด้วยนะคะ ป้าเตรียมไว้หมดแล้วเหลือแค่อุ่นก็พอ” แม่บ้านบอกพลอยไพลินในตอนเย็นวันเสาร์ที่เธอเลิกงาน
“ได้ค่ะป้า ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ” พลอยไพลินบอกเธอ แล้วเธอกับสามีก็รีบเข้าไปช่วยกันเก็บเสื้อผ้าทันที วันนี้เป็นคืนวันสุดสัปดาห์สัตยาคงดื่มหนักอย่างแน่นอน และพลอยไพลินคิดว่าเธอคงจะรับมือไหว
