บทที่ 1 สวยและแกร่ง
ร่างเพรียวสูงโปร่งระหงในชุดสูทกางเกงสีเทาเก๋ก้าวฉับๆ อย่างเชื่อมั่นขึ้นบันไดหินอ่อนสู่เทอเรสกว้างของบ้านตึกสองชั้นหลังใหญ่ ใบหน้ารูปไข่ประกอบด้วยคิ้วเข้มเรียว ดวงตาสีน้ำตาลยาวรีมีแว่นกันแดดบดบังประกายขุ่นไม่พอใจเอาไว้ จมูกโด่งเป็นสันคมสวย ริมฝีปากอิ่มสีเรื่อเหยียดตรงเม้มสนิท บ่งบอกอารมณ์ไม่ปรารถนาจะยิ้มให้ใครง่ายๆ ในเวลานี้
"นายทำแบบนี้ใช้ไม่ได้นะมาร์ช จะมากไปหน่อยแล้ว เราไม่ใช่คนที่เสียเวลาคิดถ้าหากจะตัดเพื่อนสักคนหนึ่งออกจากชีวิต!"
น้ำเสียงเข้มฉุนเอ่ยขึ้นเมื่อพบกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง สวมเพียงเสื้อคลุมขนนุ่มสีน้ำเงิน ผมสีทรายประกายทองตัดสั้นรับกับใบหน้าหล่อโหนกแก้มสูง ดวงตาคู่สีฟ้าเข้ม ริมฝีปากบางหยักยิ้มเก๋อย่างรู้เสน่ห์ของตัวเอง เขายืนรอรับหน้าอย่างสบายๆ ไม่สะทกสะท้านกับใบหน้าบึ้งตึงพร้อมเอาเรื่องของแขกผู้เยือนแต่เช้า
ชายหนุ่มอ้าแขนรับร่างเพรียวที่เดินก้าวเข้ามาหา เธอผลักไหล่เขาอย่างโกรธๆ ทำให้มาร์ชหัวเราะขำ เขาตวัดแขนโอบไหล่บาง จูบแก้มเป็นการทักทายตามธรรมเนียม
มาร์ช มาร์โค มุติยากร วัย 26 ปี หนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แม่เป็นชาวอังกฤษพ่อเป็นคนไทย เป็นนายแบบฮ็อต และมีบริษัทส่วนตัวเป็นเอเยนต์หานางแบบโฆษณาให้กับแบรนด์สินค้าต่างๆ เขายิ้มกว้างที่ได้เห็นหน้าคนที่เขาอยากเห็นตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา
"ใจเย็นน่าพีม... เรื่องนี้เราคุยกันได้เบบี้ กาแฟสักถ้วยก่อนแล้วค่อยคุยกัน มาเถอะ... กำลังหาเพื่อนกินกาแฟอยู่พอดี"
สุ้มเสียงอารมณ์ดีและพร้อมประนีประนอมเอาใจเอ่ยขึ้น ทำให้คนมาเยือนส่ายหน้าด้วยทีท่าขุ่นใจ ยอมให้เจ้าของบ้านโอบไหล่พาเดินเข้าไปภายใน บ้านหลังนี้เป็นบ้านส่วนตัวของมาร์ช ตั้งอยู่ย่านหรูหราของคนรวยในวงการบันเทิงแห่งมหานครนางฟ้าลอสแองเจิลลิส
พีรดาหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มราคาแพง ร่างสูงเพรียวลักษณะสำอางของเจ้าของบ้านเดินไปยังโต๊ะริมผนัง ยกหูโทรศัพท์ขึ้นสั่งไปยังห้องครัว
"กาแฟ... ด่วนที่สุด"
เสียงสั่งสั้นๆ แล้ววางหู พีรดานั่งกอดอกมองนิ่งๆ ใบหน้าหล่อยิ้มกริ่มให้ ดวงตาสีฟ้ารื่นรมณ์แกล้งทำปริบปรอย พีรดาค้อนคว่ำให้ทีหนึ่ง
"ไม่ต้องมาทำตาปรอยกับเรา นายทำเกินคำขอร้องของเรานะมาร์ช เราไม่อยู่แค่อาทิตย์เดียว นายก็ทำเรื่องจนได้"
พีรดา พอลสัน วัย 24 ปี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกันเอ่ยต่อว่าเพื่อนชายคนสนิท เหตุที่สนิทกันก็เพราะเป็นลูกผสมมีสายเลือดไทยครึ่งหนึ่งเหมือนกัน เป็นผู้คลุกคลีอยู่ในวงการเดียวกัน แม้ว่าเขาจะแก่กว่าเธอสองปีแต่ก็ถือว่าเป็นเพื่อนกันตามสังคมตะวันตก
"ทำเรื่องดีน่า รู้ไหมแค่กินข้าวมื้อเดียว แต่จะสร้างโอกาสดีๆ ให้แพทได้ตั้งมากมาย มันไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกพีม"
มาร์ชกล่าว เดินมานั่งข้างพีรดา ไล้มือไปบนแก้มนวล หญิงสาวปัดทันทีอย่างไม่ชอบใจ
"นายก็พูดได้สิ ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนี่ ถ้าหากยัยแพทเป็นอะไรไปเราจะไม่ให้อภัยนายเลยคอยดูสิ! เขาให้นายเท่าไหร่ล่ะค่าหักหลังเพื่อนน่ะฮึ!"
"ฟังพูดเข้า... เราไม่ได้หักหลังพีมเลยสักนิด แค่รับนัดให้แพทไปทานข้าวมื้อเดียวกับเฟรย์ มันจะเป็นไรไป เขาไม่ใช่ฆาตกรซะหน่อย ก็เห็นไม่ใช่เหรอว่านายคนนี้เขาเกรียวกราวแค่ไหนในวงสังคม เขากว้างขวางมากนะ เข้าถึงแทบทุกวงการ ถ้าหากแพทมีโอกาสได้รู้จักก็จะเป็นประโยชน์แก่ตัวแพทเอง เราทำไปด้วยความหวังดีแท้ๆ"
มาร์ชเอ่ย พีรดาทำเสียงเหอะในลำคออย่างไม่พอใจ
"แล้วจำเป็นอะไรที่เราต้องไปพึ่งนายคนนั้นด้วย! เขาเป็นพวกเจ้าพ่อมาเฟียอะไรนั่นนายก็รู้ดีนี่ เราไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับวงการสีเทาพวกนั้น ทุกวันนี้แพทมีชื่อเสียงเพราะความสามารถของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องอาศัยใครเป็นบันไดให้ปีนป่ายขึ้นไปสู่เป้าหมายหรอกมาร์ช แพทมีความสามารถของเขา และพีมเองก็พยายามทำดีที่สุดเพื่อน้อง"
"เรารู้ดีในข้อนี้ พีมรักและห่วงน้องมาก แต่ตัวพีมเองล่ะ ไม่คิดถึงตัวเองบ้างหรือ พีมไม่ยอมมีชีวิตของตัวเอง มัวแต่ดูแลน้อง แล้วเคยถามตัวเองบ้างไหมว่าพีมต้องการอะไร ชีวิตแบบไหนที่พีมเคยใฝ่ฝันอยากมีอยากเป็น เวลานี้พีมกำลังทำตามความฝันของแพท... มันเป็นความฝันของแพทล้วนๆ ... แล้วความฝันของพีมล่ะ"
มาร์ชเอ่ยถามน้ำเสียงจริงจังกว่าปกติ ทำให้พีรดานิ่งอั้นไปชั่วครู่กับคำถามที่เธอหยุดถามตัวเองไปนานแล้ว ตั้งแต่บิดามารดาเสียชีวิต... ความฝันของเธอไม่สำคัญอะไรนักหรอกในเวลานี้ ความฝันที่จะอยู่ในชนบทต่างจังหวัดใกล้ทะเลที่เมืองไทย มีบ้านหลังเล็กอยู่อย่างสงบเรียบง่าย... ความฝันเล็กๆ แค่นั้นเองสำหรับพีรดา
เธอกับพัทรีราเป็นลูกครึ่ง มีพ่อเป็นอเมริกันและแม่เป็นคนไทย มารดาเป็นผู้มีอันจะกิน ฐานะร่ำรวยเป็นผู้ดีมีเชื้อสายที่ถูกส่งมาเรียนอเมริกา มาพบกับบิดาของพีรดาซึ่งเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์เล็กๆ ทั้งสองเกิดรักกันตั้งแต่แรกพบ ไม่นานก็แต่งงานกัน ตั้งรกรากอยู่ที่แอลเอซึ่งเป็นบ้านของพ่อ
เมื่อสามปีที่แล้วบิดาและมารดาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ทำให้พีรดากับพัทรีราต้องเป็นกำพร้า แต่โชคดีที่มีบ้านส่วนตัวอยู่ พีรดาได้ขายธุรกิจสำนักพิมพ์ที่บิดาครอบครองหลังจากได้คิดตรึกตรองอยู่ระยะหนึ่ง เธอไม่ต้องการรับภาระงานอันหนักอึ้งในวัยแค่ยี่สิบต้นๆ ทนายและเพื่อนสนิทของบิดาจึงแนะนำให้ขายดีกว่า ซึ่งเธอก็ได้ทำตามคำแนะนำนั้น ได้เงินมาจำนวนหนึ่งก็ได้นำไปลงทุนซื้อหุ้นและพันธบัตรรวมทั้งฝากกินดอกเบี้ยระยะยาว
พัทรีรา น้องสาวของพีรดานั้นได้เข้าสู่วงการนางแบบอย่างเต็มตัวหลังจากที่เริ่มรับงานเล่นๆ มาตั้งแต่อายุสิบหกปี และพีรดาก็เป็นห่วงไม่ไว้ใจให้ใครมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของน้องสาว เธอจึงตัดสินใจรับเป็นผู้ดูแลพัทรีราเสียเอง เวลานี้พัทรีราอยู่ในวงการมาได้สี่ปีแล้ว มีชื่อเสียงและกำลังฮ็อตมากจากงานโฆษณาน้ำหอมแบรนด์หนึ่งที่มีดาราฮอลลีวูดเป็นเจ้าของ
พัทรีรานั้นเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาสะสวยเด่นสะดุดตามากด้วยเลือดผสมตะวันออกกับตะวันตกที่ดึงเอาแต่ส่วนดีของพ่อและแม่มารวมกันได้อย่างลงตัวสมบูรณ์แบบ ผิวขาวอมชมพูไร้ที่ติ รูปร่างสูงระหงได้สัดส่วนขนาดประกวดนางงามจักรวาลได้เลยทีเดียว มีหลายคนชมว่าพัทรีราสวยกว่านางงามจักรวาลหลายคนรวมกันเสียอีก เคยมีพวกแมวมองมาทาบทามให้ขึ้นประกวดนามงาม แต่พีรดาไม่อนุญาตและพัทรีราก็ไม่ได้สนใจด้านนั้นด้วย พัทรีราสนใจเรื่องแฟชั่นและเสื้อผ้าจึงชอบงานเดินแบบและถ่ายแบบอย่างที่ทำอยู่
"ความฝันของพีมไม่มีอะไรหรอก เราเป็นคนชอบอยู่กับความจริงไม่ใช่ความฝัน พีมทำงานเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้แพทแบบนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว เราสองพี่น้องได้อยู่ด้วยกัน มีความสุขกันตามประสา แพทเขาต้องการพีม เพราะสังคมทุกวันนี้มันมีแต่พวกเสือสิงห์กระทิงแรด! ไว้ใจใครไม่ได้ทั้งนั้น"
"เราถึงคิดว่าแพทควรมีใครสักคนที่เข้มแข็งและเป็นผู้นำคอยปกป้องเขาแทนพีม พีมกับแพทเป็นผู้หญิงทั้งคู่ อายุก็ยังน้อย มีโอกาสที่จะพลาดถูกคนหลอกได้ เราเป็นห่วง"
"อ้อ...เป็นห่วงมากจนถึงกับคิดว่าพวกนักเลงมาเฟียน่ะเหมาะกับแพทสินะ!" พีรดาทำเสียงประชดใส่มาร์ช
"ปัดโธ่...อย่าเพิ่งโมโหสิ เราก็แค่อยากให้แพทเขาได้มีโอกาสรู้จักผู้คนให้กว้างขวางขึ้นก็เท่านั้นเอง ถ้าหากแพทเขาพบใครที่ถูกใจและเหมาะสม พีมก็จะได้พ้นภาระไง"
มาร์ชต้องการหาทางให้พีรดามีอิสระและได้มีโอกาสใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง
"พีมไม่ได้คิดว่าการดูแลน้องเป็นภาระอะไรนะมาร์ช นายเจ้ากี้เจ้าการไปหน่อยแล้ว เราเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่ต้องมาคิดแทนพีมหรอก! เราไปเมืองไทยแค่อาทิตย์เดียว นายก็ทำเรื่องให้เราต้องเดือดร้อนและปวดหัวซะแบบนี้ เกลียดนัก!"
