บทนำ
บท 1
ร่างเพรียวสูงโปร่งระหงในชุดสูทกางเกงสีเทาเก๋ก้าวฉับๆ อย่างเชื่อมั่นขึ้นบันไดหินอ่อนสู่เทอเรสกว้างของบ้านตึกสองชั้นหลังใหญ่ ใบหน้ารูปไข่ประกอบด้วยคิ้วเข้มเรียว ดวงตาสีน้ำตาลยาวรีมีแว่นกันแดดบดบังประกายขุ่นไม่พอใจเอาไว้ จมูกโด่งเป็นสันคมสวย ริมฝีปากอิ่มสีเรื่อเหยียดตรงเม้มสนิท บ่งบอกอารมณ์ไม่ปรารถนาจะยิ้มให้ใครง่ายๆ ในเวลานี้
"นายทำแบบนี้ใช้ไม่ได้นะมาร์ช จะมากไปหน่อยแล้ว เราไม่ใช่คนที่เสียเวลาคิดถ้าหากจะตัดเพื่อนสักคนหนึ่งออกจากชีวิต!"
น้ำเสียงเข้มฉุนเอ่ยขึ้นเมื่อพบกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง สวมเพียงเสื้อคลุมขนนุ่มสีน้ำเงิน ผมสีทรายประกายทองตัดสั้นรับกับใบหน้าหล่อโหนกแก้มสูง ดวงตาคู่สีฟ้าเข้ม ริมฝีปากบางหยักยิ้มเก๋อย่างรู้เสน่ห์ของตัวเอง เขายืนรอรับหน้าอย่างสบายๆ ไม่สะทกสะท้านกับใบหน้าบึ้งตึงพร้อมเอาเรื่องของแขกผู้เยือนแต่เช้า
ชายหนุ่มอ้าแขนรับร่างเพรียวที่เดินก้าวเข้ามาหา เธอผลักไหล่เขาอย่างโกรธๆ ทำให้มาร์ชหัวเราะขำ เขาตวัดแขนโอบไหล่บาง จูบแก้มเป็นการทักทายตามธรรมเนียม
มาร์ช มาร์โค มุติยากร วัย 26 ปี หนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แม่เป็นชาวอังกฤษพ่อเป็นคนไทย เป็นนายแบบฮ็อต และมีบริษัทส่วนตัวเป็นเอเยนต์หานางแบบโฆษณาให้กับแบรนด์สินค้าต่างๆ เขายิ้มกว้างที่ได้เห็นหน้าคนที่เขาอยากเห็นตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา
"ใจเย็นน่าพีม... เรื่องนี้เราคุยกันได้เบบี้ กาแฟสักถ้วยก่อนแล้วค่อยคุยกัน มาเถอะ... กำลังหาเพื่อนกินกาแฟอยู่พอดี"
สุ้มเสียงอารมณ์ดีและพร้อมประนีประนอมเอาใจเอ่ยขึ้น ทำให้คนมาเยือนส่ายหน้าด้วยทีท่าขุ่นใจ ยอมให้เจ้าของบ้านโอบไหล่พาเดินเข้าไปภายใน บ้านหลังนี้เป็นบ้านส่วนตัวของมาร์ช ตั้งอยู่ย่านหรูหราของคนรวยในวงการบันเทิงแห่งมหานครนางฟ้าลอสแองเจิลลิส
พีรดาหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มราคาแพง ร่างสูงเพรียวลักษณะสำอางของเจ้าของบ้านเดินไปยังโต๊ะริมผนัง ยกหูโทรศัพท์ขึ้นสั่งไปยังห้องครัว
"กาแฟ... ด่วนที่สุด"
เสียงสั่งสั้นๆ แล้ววางหู พีรดานั่งกอดอกมองนิ่งๆ ใบหน้าหล่อยิ้มกริ่มให้ ดวงตาสีฟ้ารื่นรมณ์แกล้งทำปริบปรอย พีรดาค้อนคว่ำให้ทีหนึ่ง
"ไม่ต้องมาทำตาปรอยกับเรา นายทำเกินคำขอร้องของเรานะมาร์ช เราไม่อยู่แค่อาทิตย์เดียว นายก็ทำเรื่องจนได้"
พีรดา พอลสัน วัย 24 ปี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกันเอ่ยต่อว่าเพื่อนชายคนสนิท เหตุที่สนิทกันก็เพราะเป็นลูกผสมมีสายเลือดไทยครึ่งหนึ่งเหมือนกัน เป็นผู้คลุกคลีอยู่ในวงการเดียวกัน แม้ว่าเขาจะแก่กว่าเธอสองปีแต่ก็ถือว่าเป็นเพื่อนกันตามสังคมตะวันตก
"ทำเรื่องดีน่า รู้ไหมแค่กินข้าวมื้อเดียว แต่จะสร้างโอกาสดีๆ ให้แพทได้ตั้งมากมาย มันไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกพีม"
มาร์ชกล่าว เดินมานั่งข้างพีรดา ไล้มือไปบนแก้มนวล หญิงสาวปัดทันทีอย่างไม่ชอบใจ
"นายก็พูดได้สิ ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนี่ ถ้าหากยัยแพทเป็นอะไรไปเราจะไม่ให้อภัยนายเลยคอยดูสิ! เขาให้นายเท่าไหร่ล่ะค่าหักหลังเพื่อนน่ะฮึ!"
"ฟังพูดเข้า... เราไม่ได้หักหลังพีมเลยสักนิด แค่รับนัดให้แพทไปทานข้าวมื้อเดียวกับเฟรย์ มันจะเป็นไรไป เขาไม่ใช่ฆาตกรซะหน่อย ก็เห็นไม่ใช่เหรอว่านายคนนี้เขาเกรียวกราวแค่ไหนในวงสังคม เขากว้างขวางมากนะ เข้าถึงแทบทุกวงการ ถ้าหากแพทมีโอกาสได้รู้จักก็จะเป็นประโยชน์แก่ตัวแพทเอง เราทำไปด้วยความหวังดีแท้ๆ"
มาร์ชเอ่ย พีรดาทำเสียงเหอะในลำคออย่างไม่พอใจ
"แล้วจำเป็นอะไรที่เราต้องไปพึ่งนายคนนั้นด้วย! เขาเป็นพวกเจ้าพ่อมาเฟียอะไรนั่นนายก็รู้ดีนี่ เราไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับวงการสีเทาพวกนั้น ทุกวันนี้แพทมีชื่อเสียงเพราะความสามารถของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องอาศัยใครเป็นบันไดให้ปีนป่ายขึ้นไปสู่เป้าหมายหรอกมาร์ช แพทมีความสามารถของเขา และพีมเองก็พยายามทำดีที่สุดเพื่อน้อง"
"เรารู้ดีในข้อนี้ พีมรักและห่วงน้องมาก แต่ตัวพีมเองล่ะ ไม่คิดถึงตัวเองบ้างหรือ พีมไม่ยอมมีชีวิตของตัวเอง มัวแต่ดูแลน้อง แล้วเคยถามตัวเองบ้างไหมว่าพีมต้องการอะไร ชีวิตแบบไหนที่พีมเคยใฝ่ฝันอยากมีอยากเป็น เวลานี้พีมกำลังทำตามความฝันของแพท... มันเป็นความฝันของแพทล้วนๆ ... แล้วความฝันของพีมล่ะ"
มาร์ชเอ่ยถามน้ำเสียงจริงจังกว่าปกติ ทำให้พีรดานิ่งอั้นไปชั่วครู่กับคำถามที่เธอหยุดถามตัวเองไปนานแล้ว ตั้งแต่บิดามารดาเสียชีวิต... ความฝันของเธอไม่สำคัญอะไรนักหรอกในเวลานี้ ความฝันที่จะอยู่ในชนบทต่างจังหวัดใกล้ทะเลที่เมืองไทย มีบ้านหลังเล็กอยู่อย่างสงบเรียบง่าย... ความฝันเล็กๆ แค่นั้นเองสำหรับพีรดา
เธอกับพัทรีราเป็นลูกครึ่ง มีพ่อเป็นอเมริกันและแม่เป็นคนไทย มารดาเป็นผู้มีอันจะกิน ฐานะร่ำรวยเป็นผู้ดีมีเชื้อสายที่ถูกส่งมาเรียนอเมริกา มาพบกับบิดาของพีรดาซึ่งเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์เล็กๆ ทั้งสองเกิดรักกันตั้งแต่แรกพบ ไม่นานก็แต่งงานกัน ตั้งรกรากอยู่ที่แอลเอซึ่งเป็นบ้านของพ่อ
เมื่อสามปีที่แล้วบิดาและมารดาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ทำให้พีรดากับพัทรีราต้องเป็นกำพร้า แต่โชคดีที่มีบ้านส่วนตัวอยู่ พีรดาได้ขายธุรกิจสำนักพิมพ์ที่บิดาครอบครองหลังจากได้คิดตรึกตรองอยู่ระยะหนึ่ง เธอไม่ต้องการรับภาระงานอันหนักอึ้งในวัยแค่ยี่สิบต้นๆ ทนายและเพื่อนสนิทของบิดาจึงแนะนำให้ขายดีกว่า ซึ่งเธอก็ได้ทำตามคำแนะนำนั้น ได้เงินมาจำนวนหนึ่งก็ได้นำไปลงทุนซื้อหุ้นและพันธบัตรรวมทั้งฝากกินดอกเบี้ยระยะยาว
พัทรีรา น้องสาวของพีรดานั้นได้เข้าสู่วงการนางแบบอย่างเต็มตัวหลังจากที่เริ่มรับงานเล่นๆ มาตั้งแต่อายุสิบหกปี และพีรดาก็เป็นห่วงไม่ไว้ใจให้ใครมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของน้องสาว เธอจึงตัดสินใจรับเป็นผู้ดูแลพัทรีราเสียเอง เวลานี้พัทรีราอยู่ในวงการมาได้สี่ปีแล้ว มีชื่อเสียงและกำลังฮ็อตมากจากงานโฆษณาน้ำหอมแบรนด์หนึ่งที่มีดาราฮอลลีวูดเป็นเจ้าของ
พัทรีรานั้นเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาสะสวยเด่นสะดุดตามากด้วยเลือดผสมตะวันออกกับตะวันตกที่ดึงเอาแต่ส่วนดีของพ่อและแม่มารวมกันได้อย่างลงตัวสมบูรณ์แบบ ผิวขาวอมชมพูไร้ที่ติ รูปร่างสูงระหงได้สัดส่วนขนาดประกวดนางงามจักรวาลได้เลยทีเดียว มีหลายคนชมว่าพัทรีราสวยกว่านางงามจักรวาลหลายคนรวมกันเสียอีก เคยมีพวกแมวมองมาทาบทามให้ขึ้นประกวดนามงาม แต่พีรดาไม่อนุญาตและพัทรีราก็ไม่ได้สนใจด้านนั้นด้วย พัทรีราสนใจเรื่องแฟชั่นและเสื้อผ้าจึงชอบงานเดินแบบและถ่ายแบบอย่างที่ทำอยู่
"ความฝันของพีมไม่มีอะไรหรอก เราเป็นคนชอบอยู่กับความจริงไม่ใช่ความฝัน พีมทำงานเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้แพทแบบนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว เราสองพี่น้องได้อยู่ด้วยกัน มีความสุขกันตามประสา แพทเขาต้องการพีม เพราะสังคมทุกวันนี้มันมีแต่พวกเสือสิงห์กระทิงแรด! ไว้ใจใครไม่ได้ทั้งนั้น"
"เราถึงคิดว่าแพทควรมีใครสักคนที่เข้มแข็งและเป็นผู้นำคอยปกป้องเขาแทนพีม พีมกับแพทเป็นผู้หญิงทั้งคู่ อายุก็ยังน้อย มีโอกาสที่จะพลาดถูกคนหลอกได้ เราเป็นห่วง"
"อ้อ...เป็นห่วงมากจนถึงกับคิดว่าพวกนักเลงมาเฟียน่ะเหมาะกับแพทสินะ!" พีรดาทำเสียงประชดใส่มาร์ช
"ปัดโธ่...อย่าเพิ่งโมโหสิ เราก็แค่อยากให้แพทเขาได้มีโอกาสรู้จักผู้คนให้กว้างขวางขึ้นก็เท่านั้นเอง ถ้าหากแพทเขาพบใครที่ถูกใจและเหมาะสม พีมก็จะได้พ้นภาระไง"
มาร์ชต้องการหาทางให้พีรดามีอิสระและได้มีโอกาสใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง
"พีมไม่ได้คิดว่าการดูแลน้องเป็นภาระอะไรนะมาร์ช นายเจ้ากี้เจ้าการไปหน่อยแล้ว เราเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่ต้องมาคิดแทนพีมหรอก! เราไปเมืองไทยแค่อาทิตย์เดียว นายก็ทำเรื่องให้เราต้องเดือดร้อนและปวดหัวซะแบบนี้ เกลียดนัก!"
บทล่าสุด
#257 บทที่ 257 โดม & เซริก้า 11 NC++ (The End)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#256 บทที่ 256 โดม & เซริก้า 11 NC++ (The End)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#255 บทที่ 255 โดม & เซริก้า 11 NC++ (The End)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#254 บทที่ 254 โดม & เซริก้า 11 NC++ (The End)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#253 บทที่ 253 โดม & เซริก้า 11 NC++ (The End)
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#252 บทที่ 252 โดม & เซริก้า 10
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#251 บทที่ 251 โดม & เซริก้า 10
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#250 บทที่ 250 โดม & เซริก้า 10
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#249 บทที่ 249 โดม & เซริก้า 10
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026#248 บทที่ 248 โดม & เซริก้า 10
อัปเดตล่าสุด: 4/1/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













