บทที่ 4 เลี่ยงไม่ได้

พีรดากำลังคิดหนักในเรื่องที่พัทรีรามีนัดดินเนอร์กับ เฟรย์ ฟอกซิโม เวลาเย็นพีรดากับพัทรีราเสร็จธุระก็กลับบ้าน หญิงสาวรู้สึกดีใจที่คืนนี้ไม่มีโปรแกรมไปออกงานที่ไหน พีรดาอาบน้ำสระผม รู้สึกเพลียจากการที่ไม่ได้พัก หลังจากบินกลับมาถึงแอลเอก็ไปเฝ้าพัทรีราที่สตูดิโอถ่ายแบบแฟชั่นเสื้อผ้า

"สั่งเดลิเวอรีดีกว่าแพท พี่รู้สึกเพลีย ขี้เกียจทำอาหาร"

พีรดาเอ่ยกับน้องสาวที่อาบน้ำเสร็จก็มานั่งเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อดูภาพถ่ายจากแบรนด์เสื้อผ้าที่ได้ทำสัญญาสองปี ใบหน้ายามไร้เครื่องสำอางของพัทรีราดูอ่อนเยาว์ เครื่องหน้าละม้ายคล้ายกับพี่สาวแต่ดูสวยหวานสะดุดตากว่า ดวงตาสีน้ำตาลใหญ่เหมือนกันแต่แววตานั้นมีความแตกต่างชัดเจนระหว่างสองพี่น้อง

ประกายตาของพัทรีรานั้นดูคมหวานและเวลายิ้มดวงตาจะอ่อนเชื่อมจนทำให้คนได้เห็นนึกรักใคร่เอ็นดูและชายหนุ่มทั้งหลายมักใจละลายไปกับรอยยิ้มทั้งปากและดวงตานั้น แต่แววตาของพีรดาบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นเข้มแข็งและไม่เกรงกลัวใคร ดวงตาเธอมองตรงไม่หลบตาแต่จ้องมองนิ่งจนคนถูกมองมักเป็นฝ่ายเมินสายตาก่อน หากทว่าเวลายิ้มจากใจแล้วดวงตาคู่สวยก็จะเปล่งประกายระยับดุจดวงดาวทอแสงงามบนฟากฟ้า

"แล้วแต่พี่พีมค่ะ แพทยังไงก็ได้ ทานสลัดนะคะ ช่วงนี้รู้สึกน้ำหนักจะขึ้น ตอนที่พี่พีมไม่อยู่ พี่มาร์ชขุนแพทซะอ้วนเลย"

เสียงแจ่มใสเอ่ยคล้ายโยนความผิดไปให้คนดูแล พีรดายิ้ม น้องสาวของเธอน่าเอ็นดู นิสัยไม่ใช่คนวีนหรือแก่นกล้าเหมือนเด็กสาวอเมริกันทั้งหลาย ยามอยู่ในที่สาธารณะและหน้ากล้องนั้น พัทรีราจะวางตัวเป็นผู้ใหญ่และเหมาะสม แต่เวลาอยู่กับพี่สาวก็จะเป็นตัวของตัวเอง เหมือนเด็กขี้อ้อนคนเดิม พีรดาโทรสั่งอาหารเดลิเวอรี ซึ่งเป็นร้านอาหารจีนที่ขายอาหารไทยด้วย เป็นร้านประจำอยู่ไม่ไกล ชีวิตสองคนพี่น้องมีความสะดวกสบายและมีความสุขดีตามที่ควรเป็น

"พี่จะต้องจัดการมาร์ชอีกเรื่องกระมังถ้างั้น...ปล่อยให้แพทกินตามใจปากแบบนี้ใช้ไม่ได้จริงๆ... อืม... พี่อยากจะคุยกับแพทเรื่องนัดทานดินเนอร์กับนายเฟรย์อะไรนั่น เมื่อเช้าพี่เพิ่งฉะมาร์ชไปกับเรื่องนี้ พี่สั่งเอาไว้แล้วแต่มาร์ชกลับไปรับปากทางโน้น พูดแล้วมันน่าโมโห อยากจะโทรไปด่าอีกรอบ!"

พีรดาเดินมานั่งลงตรงมุมโซฟาตัวเดียวกับน้องสาว

"พี่พีมอย่าดุพี่มาร์ชเลยค่ะ แพทเองที่เป็นคนตัดสินใจรับนัด"

พัทรีราพูดเสียงอ่อน หญิงสาวถอนหายใจเมื่อนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของมาร์ช... เขาอยากผลักใสเธอดีนัก เธอเลยประชดเสียเลย แต่เขาไม่รู้หรอก คิดว่าเธอเป็นเด็กอยู่เรื่อย พัทรีรารู้ว่าเขารักพี่สาวของเธอ... ก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขาหรอก... แต่เวลาเจอเขาตามลำพังพัทรีรารู้สึกอยากจะแผลงฤทธิ์ใส่บ้างก็เท่านั้นเอง

"นั่นสิ... พี่ไม่เข้าใจว่าทำไมแพทถึงรับนัดนายคนนี้ เราเคยคุยกันแล้ว เฟรย์ ฟอกซ์ น่ะชื่อเสียงกระฉ่อนเรื่องผู้หญิง แพทรับนัดเขาทำไม เดี๋ยวเป็นข่าวขึ้นมาว่าเรามีอะไรกับนายนั่น เราเองจะเสียหายนะ เขามันมวยคนละรุ่นกับแพท"

พีรดาเอ่ยกับน้องสาวตรงๆ มองใบหน้าอ่อนใสที่เม้มปากเวลาตอบคำถามไม่ได้

"พี่มาร์ชบอกว่าแพททำตัวเป็นเด็กอยู่เรื่อย พูดเหมือนแพทเป็นคนไม่กล้าตัดสินใจอะไรคนเดียว ทุกอย่างต้องพึ่งแต่พี่พีม แพทเลยตัดสินใจให้เขาดูซะเลยไงคะ ชอบผลักเราทำไมล่ะ!"

น้ำเสียงกระเง้ากระงอดเมื่อเอ่ยถึงมาร์ช พีรดาส่ายหน้า

"โธ่เอ๊ยแพท ไปฟังอะไรกับมาร์ช ปากเขามีหูรูดที่ไหนกัน คิดยังไงก็พูดออกมา แพททำประชดเขาแบบนี้ แต่เขาไม่ได้เดือดร้อน คนที่เดือดร้อนคือพี่และแพท เรียกว่าหาเรื่องใส่ตัว สรุปว่าแพทไม่ได้อยากกินข้าวกับนายเฟรย์อะไรนั่นหรอกใช่ไหม"

พีรดาเอ่ยถาม พัทรีราก็ยิ้มอายออกมา

"เขาหล่อจังพี่พีม แพทชอบเขานะ ยังตัดรูปเขาเอาไว้ในไดอารีตั้งหลายรูป อยากจะเห็นตัวจริงเขาน่ะ" แพทรีราสารภาพ

"เด็กบ้า... นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะแพท นายคนนี้เขาเป็นพวกมาเฟียมีอิทธิพล เขาไม่นัดผู้หญิงเพื่อกินข้าวอย่างเดียวเท่านั้นหรอก นัดของคนพวกนี้มันหมายถึงการคาดหวังเรื่องบนเตียงด้วย เราอย่ามาทำเป็นไร้เดียงสาหน่อยเลยสำหรับเรื่องนี้ แพทก็เห็นเพื่อนๆ นางแบบของเรามาเยอะแล้วนี่ มีบางคนที่เคยถูกซื้อและเฉดหัวทิ้งเมื่อเขาหมดความต้องการ"

พีรดามองใบหน้าน้องสาวที่หน้าแดงเล็กน้อย เจ้าตัวเป็นคนขี้อายอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นนางแบบในสังคมอเมริกัน แต่พัทรีราก็เป็นคนมีสกิลเรื่องการแสดงอยู่ในตัว ยามอยู่ท่ามกลางผู้คนจะปั้นหน้าทำท่านางพญาผู้เชื่อมั่นจัดเจน ตบตาคนที่ไม่รู้จักคุ้นเคยได้เสมอ

"แพทเคยได้ยินไลลาพูดถึงเขาเหมือนกันค่ะ ว่าเขาเซ็กซี่มากบนเตียง"

แม้จะอายแต่ก็อดแบ่งปันเรื่องที่แอบได้ยินมาไม่ได้ พีรดาเป็นคนหน้าแดงเองคราวนี้ วางสีหน้าไม่ถูกทำให้พัทรีราหัวเราะเสียงดังออกมา ชอบใจที่เห็นพี่สาวหน้าแดง ซึ่งไม่บ่อยนักที่พีรดาจะเป็นแบบนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป