บทที่ 6 หนีไม่พ้น

พีรดายืนมองอยู่หลังหน้าต่างชั้นบน เห็นพัทรีราเดินลงบันไดเทอเรสหน้าบ้าน รถเก๋งคันยาวสีดำขัดจนขึ้นเงาเป็นมันปลาบจอดสนิทรออยู่ ผู้ชายร่างสูงสวมสูทสีดำหน้าตาดีทว่านิ่งเฉยก้าวลงมาจากเบาะด้านหน้า เปิดประตูหลังรอพัทรีรา

พีรดาเพ่งมองเข้าไปยังในรถ ไม่มีใครนั่งรอในนั้นเหมือนอย่างที่พีรดาได้คาดเดาเอาไว้แล้ว นายเฟรย์อะไรนั่นหยิ่งชะมัด! นัดกับผู้หญิงแต่เจ้าตัวไม่ยอมมารับเอง กลับให้บอดีการ์ดมารับแทน เจ้านายใหญ่ก็คงจะรออยู่ที่ร้านอาหาร หรือไม่เผลอๆ ก็อาจจะให้พัทรีราไปนั่งรอพ่อเจ้าประคุณท่าน เพื่อให้รู้ว่าใครกันแน่คือบุคคลสำคัญที่สุด! แค่คิดก็รู้สึกหมั่นไส้และขวางอารมณ์เป็นกำลัง

พีรดาสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากับกางเกงยีนส์รัดรูปสีเดียวกัน รองเท้าบู๊ทครึ่งน่องกับเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำ สวมหมวกแก็ปเก็บผมไว้ภายใน เธอไม่ต้องการให้ใครสังเกตเห็น แม้ว่าพีรดาจะไม่ใช่นางแบบ แต่ก็เป็นผู้จัดการนางแบบสาวสุดฮ็อต ถ้าหากพวกปาปารัซซีเห็นก็อาจจะจำได้และอาจจะสนใจอยากรู้ขึ้นมาว่าทำไมพีรดามาปรากฏกายอยู่แถวร้านอาหารหรูนี้

ทีแรกนั้นพีรดาได้ลองโทรไปบุ๊กโต๊ะที่ร้านแล้วแต่เต็มมีคิวว่างเดือนหน้า! ดังนั้นความคิดที่จะไปนั่งแอบดูตรงมุมใดมุมหนึ่งในร้านเป็นอันต้องพับเก็บไป เหลือแค่การนั่งกินกาแฟแกล้มเค้กที่ร้านติดกันและรอให้พัทรีราโทรศัพท์มาหาหากมีเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น

เธอบอกน้องสาวแล้วว่าให้แอบบันทึกบทสนทนาเอาไว้ด้วย เผื่อเกิดอะไรขึ้นอาจจะเป็นประโยชน์ โลกทุกวันนี้การเก็บหลักฐานเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แม้ว่าจะยังไม่มีคดีความก็ตาม พีรดายอมรับว่าเธอคิดหวาดระแวงมากไปนิดหนึ่ง แต่การป้องกันเอาไว้ย่อมดีกว่าแก้ไขไม่ใช่หรือ... การล้อมคอกก่อนวัวหาย ย่อมดีกว่าการปล่อยให้วัวหายก่อนแล้วจึงค่อยมาล้อมคอก!

หญิงสาวบึ่งรถขับแซงรถเก๋งคันยาวไป คิดว่าขับไปให้ถึงก่อนดีกว่า เพื่อจะได้จับตามองเวลารถของพัทรีราไปถึงร้านอาหาร พีรดาไปถึงร้านคอฟฟีช็อปน่ารัก แน่นอนว่าถึงแม้จะเล็กแต่ก็เป็นที่นิยม จึงมีแขกนั่งอยู่เกือบเต็มทุกโต๊ะ โชคดีที่โต๊ะหน้าร้านริมฟุตบาทไม่มีคนนั่งมาก ยังพอมีเหลือ

พีรดาสั่งกาแฟและขนมเค้กตามความต้องการ จ่ายเงินแล้วเดินไปนั่ง โต๊ะตัวที่พีรดานั่งอยู่นี้ตั้งอยู่มุมนอกสุดของร้านมีกระถางต้นไม้บังเป็นฉากให้ด้วย

ค็อฟฟีช็อปแห่งนี้เป็นร้านในเครือของร้านอาหารนั่นเอง จึงอยู่ในบริเวณเดียวกัน เธอหันหน้าไปทางประตูทางเข้าร้านอาหาร ร้านแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเก็บความลับของลูกอย่างดีที่สุด ใครจะบุ๊กโต๊ะเพื่อมาเป็นการส่วนตัว จะไม่มีการแพร่งพรายให้พวกนักข่าวได้รู้ ดังนั้นพวกดาราและผู้มีชื่อเสียงทั้งหลายจึงนิยมมาใช้บริการกันไม่เคยขาด

"ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าจะขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ พอดีโต๊ะเต็มหมด"

เสียงสุภาพเอ่ยขึ้น พีรดาเงยหน้าขึ้นมอง เห็นผู้ชายสวมเสื้อคอสูงที่ดำ กางเกงสีดำ แจ็กเก็ตสีดำ แต่ผมสีบลอนด์ตัดสั้นติดหนังศีรษะยืนอยู่ ใบหน้าเฉยชามีเครา เธอกราดตามองไปโดยรอบเห็นว่าโต๊ะเต็มจริงๆ จึงยิ้มให้นิดหนึ่ง

"เชิญค่ะ" พีรดาคิดว่าก็ดีเหมือนกันที่มีคนนั่งด้วย จะได้ไม่ดูแปลกจนเกินไปว่าทำไมผู้หญิงอย่างเธอถึงมานั่งกินกาแฟตามลำพังแบบนี้ เพราะส่วนใหญ่ก็มาเป็นคู่หรือเป็นกลุ่ม ยามค่ำคืนเช่นนี้ เหล่านักท่องราตรีแห่งมหานครนางฟ้าย่อมออกมาเริงร่าหาความบันเทิงกันเป็นปกติ

"ขอบคุณครับ... คุณมาคนเดียวหรือครับ" เขาถามเป็นการชวนคุยมากกว่าจะต้องการทราบคำตอบจริงๆ พีรดาเห็นเขากวาดสายตามองไปรอบๆ คล้ายมองหาใครอยู่ก่อนจะหันมายิ้มให้เธอนิดหนึ่ง

"มารอเพื่อนค่ะ...เขากำลังเดินทางมา" พีรดาโกหกไป เผื่อผู้ชายคนนี้คิดไม่ดีจะได้รู้ว่าเธอไม่ได้มาตามลำพัง

กาแฟและเค้กถูกนำมาวางตรงหน้า หญิงสาวจัดการเติมนมและน้ำตาล ชายหนุ่มสั่งกาแฟมาแก้วหนึ่ง เธอไม่ได้สนใจเขาอีกต่อไปเมื่อเห็นรถเก๋งสีดำจำเลขทะเบียนได้ขึ้นใจว่าเป็นคันที่พัทรีรานั่งมา เมื่อรถจอดตรงหน้าร้านอาหาร บอดีการ์ดรีบลงมาเปิดประตูให้พัทรีราก้าวออกมา พาเดินนำเข้าไปในร้าน พีรดาได้บอกแก่น้องสาวแล้วว่าเมื่อไปถึงให้ส่งข้อความมาบอกเธอด้วย

"ถึงร้านแล้ว นั่งโต๊ะในห้องวีไอพี เฟรย์ยังไม่มา"

ข้อความสั้นๆ จากพัทรีรา พีรดาอ่านแล้วก็รู้สึกอุ่นใจที่เธอได้รู้ความเคลื่อนไหวของน้องสาวแม้ว่าจะไม่ได้เห็น

ขณะเดียวกันนั้น บริเวณอีกฟากของถนนที่พีรดาไม่ได้สนใจนั้น ก็มีรถ SUV สีดำคันหนึ่งจอดอยู่อย่างเงียบๆ บอดีการ์ดของเฟรย์ ฟอกซิโมมาถึงก่อนหน้านี้นานพอสมควรแล้ว เพื่อเคลียร์พื้นที่และสังเกตการณ์ทั่วไป เวลาเจ้านายเดินทางไปในที่สาธารณะ แม้ว่าจะเป็นการส่วนตัวสุดไปรเวทไม่มีใครรู้ก็ตาม แต่เหล่าบอดีการ์ดจะต้องมาเคลียร์และสอดส่องเพื่อความปลอดภัยให้ก่อนเสมอ

"เฮ้ย... นั่นมันไอ้ดอร์สันนี่หว่า" เสียงบอดีการ์ดคนหนึ่งในรถเอ่ย ซูมกล้องส่องทางไกลอันทันสมัยเพื่อให้เห็นชัดขึ้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป