บทที่ 9 สัมภาษณ์
ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เข้ามาล้วนจัดเจนสังคม เต็มไปด้วยประสบการณ์และชั้นเชิงมารยาซับซ้อนเพื่อต้องการทำให้เขาประทับใจ
หลังจากรายการอาหารมาเสิร์ฟ ก็เริ่มมีการไถ่ถามสัมภาษณ์เชิงล้วงความลับต้องการให้อีกฝ่ายพูดบอกเล่า เฟรย์ก็นั่งพิงพนักบุนวมของเก้าอี้ฟังเสียงแจ่มใสของหญิงสาวตรงหน้าที่พูดแจ๋วๆ ถึง... งานและพี่สาว... พี่พีมเก่งอย่างนั้น พี่พีมเก่งอย่างนี้ พี่พีมทำกับข้าวเก่ง พี่พีมเล่นโยคะท่ายากๆ ได้ แถมพี่พีมก็เก่งคาราเต้และยูโดด้วย พี่พีมยิงปืนแม่นมาก พี่พีมไม่ชอบให้แพทพูดเรื่องส่วนตัว เธอเกลียดและกลัวงูที่สุด... บลา บลา บลา...
เฟรย์ไม่แน่ใจว่าเขากำลังนัดทานข้าวกับใครกันแน่ระหว่างพัทรีรากับพี่สาวของเจ้าหล่อน... ใบหน้านิ่งสงบซ่อนความรู้สึกขบขันเอาไว้... ฟังไปฟังมาก็ให้นึกอยากเห็นหน้า พี่พีม ของยัยเด็กหน้าสวยแต่ดูบ้องตื้นคนนี้ขึ้นมาตงิดๆ
"ใครสวยกว่ากันระหว่างแพทกับพี่พีมของแพท"
เฟรย์มีแก่ใจที่จะพูดกระเซ้าอย่างไม่เคยทำกับหญิงสาวคนไหนมาก่อน นอกจากฟารีณน้องสาวของเขาเอง เพราะโดยปกติเขาไม่นัดกินข้าวกับผู้หญิง แต่จะนัดขึ้นเตียงเลย โดยมีโดมินิคเป็นคนจัดการให้อย่างที่รู้กัน
"โธ่... ถามได้ ก็พี่พีมสิคะ สวยและเก่งกว่าแพททุกด้าน...พี่มาร์ชรักและหลงอย่างกับอะไรดี"
"พี่มาร์ชคือ..."
"แฟนพี่พีมสิคะ...เขาหลงพี่พีมสุดๆ แพทล่ะตกขอบ! พี่พีมสุดยอดจริงๆ ค่ะ แพทคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพี่พีม"
โดมินิคกับรอนลอบมองหน้ากัน... เห็นเจ้านายกำลังจุดยิ้มขำหญิงสาวที่แต่งตัวสวยเป็นสาวสุดเซ็กซี่ แต่เวลาพูดเหมือนเด็กมัธยมปลาย! ซึ่งความจริงอายุยี่สิบปีของเธอก็คงจะการันตีว่าเจ้าตัวยังใสอยู่ แต่มันแปลกตรงที่ว่าภาพลักษณ์ของพัทรีรา พอลสันในหน้าสื่อต่างๆ นั้นไม่ใช่อย่างนี้ เท่าที่ได้เห็นก็มักเน้นความเป็นผู้ใหญ่ที่งามดุจเจ้าหญิงแห่งวงการแฟชั่น แต่ไหงตัวจริงถึงพูดจาเจื้อยแจ้วเป็นนกแก้วต่อยหอยไปได้ และลักษณะไร้มารยาหญิง ไม่ทำท่าชะม้ายชายตาให้คนตรงหน้า แต่กลับชอบยิ้มตาหยีให้แทน
เธอไม่เหมือนหญิงสาวส่วนใหญ่อยู่ในวงการบันเทิงเลยสักนิดเดียว โดมินิครู้สึกกังขาสงสัยว่าเด็กคนนี้รอดปากเหยี่ยวปากกามาได้อย่างไร... สายสืบรายงานมาอย่างละเอียดว่า... ยังไม่เคยมีแฟนและยังเวอร์จินอยู่ ซึ่งปกตินายใหญ่ไม่ต้องการสาวบริสุทธิ์ แต่ในกรณีที่ต้องการทายาท จึงต้องเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติบางข้อให้เหมาะสมกับงานสำคัญครั้งนี้
"คุณชอบเมืองไทยมั้ยคะ"
พัทรีราเอ่ยถาม เธอพูดๆๆ และก็พูดจนกระทั่งรู้สึกหายอึดอัดและรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้เอ่ยถึงพี่สาว พี่พีมคือทุกสิ่งทุกอย่างของพัทรีรา การได้พาดพิงถึงเพียงแค่ชื่อก็ทำให้พัทรีรากลับมารู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยอีกครั้ง มันเป็นเรื่องของจิตวิทยาที่เธอใช้เวลาตัวเองรู้สึกประหม่ากลัว แค่ท่องชื่อพี่สาว พัทรีราก็รู้สึกมั่นใจและปลอดภัย เหมือนเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ยังไงยังงั้น พัทรีราเห็นใบหน้าหล่อคมสันดูผ่อนคลาย ประกายตาคมกริบของเขามองเธออย่างขบขัน เขาไม่ได้ดุอย่างที่เธอคิด พัทรีราบอกตัวเอง
"ชอบมาก"
"ว้าว... คุณเคยไปที่ไหนบ้างคะ"
"กรุงเทพฯ ภูเก็ต... เชียงใหม่... ผมชอบอาหารไทยและชอบธรรมชาติ คุณกลับไปเยี่ยมญาติๆ บ่อยไหม"
เฟรย์ป้อนคำถามเพื่อฆ่าเวลา เห็นสาวน้อยรวบช้อนอิ่มและยกน้ำผลไม้ขึ้นดื่ม... เจ้าตัวบอกว่าพี่พีมไม่ให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายแถมเป็นโทษอีกต่างหาก
"ไม่ค่อยได้กลับค่ะ ความจริงเราไม่ค่อยสนิทกับญาติทางคุณแม่ที่กรุงเทพฯ เพราะคุณแม่ทำให้คุณตากับคุณยายเสียใจที่เลือกแต่งงานกับคุณพ่อ คุณแม่ไม่เคยกลับไปอีก เราก็เลยไม่ค่อยได้พบญาติค่ะ แต่แพทไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ มีพี่พีมก็พอแล้วค่ะ พี่พีมเหมือนเป็นแม่คนที่สองของแพท"
เสียงสดใสกล่าว... เฟรย์หันไปมองโดมินิคกับรอนที่หันหลังให้ แต่เขารู้ดีว่าพวกมันกำลังกลั้นหัวเราะกันอยู่
ไอ้เวรโดมมันเสือกนัดเด็กสร้างบ้านมาให้เขา... แต่พวกมันกำลังขำกับการที่เห็นเขามานั่งปั้นหน้าทนฟังเด็กสาวคุยจ้อเป็นต่อยหอย
เดี๋ยวเถอะ! พ่อจะแจกตีนให้สักป้าบสองป้าบ! เฟรย์ส่งประกายตาวาววับให้ลูกน้องเมื่อโดมกับรอนหันมามอง ทั้งสองรีบหันกลับทันควัน เพราะนึกรู้ว่านายใหญ่กำลังอยากจะตวัดเท้ายันโครมใส่แผ่นหลังพวกเขาเต็มที!
"ผมสนุกและอร่อยกับอาหารมื้อนี้มาก... คุณเป็นคนน่ารักและคุยสนุก เราพอจะเป็นเพื่อนกันได้ไหม..."
เฟรย์เอ่ย ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม
"ยินดีมากๆ ค่ะ แต่แพทคงจะมาทานข้าวกับคุณบ่อยๆ ไม่ได้เพราะพี่พีมไม่ชอบคุณ พี่พีมบอกว่าคุณเป็นพวกเสือสิงห์กระทิงแรด ไม่ควรไว้ใจเป็นอย่างยิ่ง คุณก็คงทราบชื่อเสียงของคุณดีจริงมั้ยคะ แพทไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้และเห็นผู้หญิงเป็นเครื่องเล่น พี่พีมก็เหมือนกันค่ะ ถ้าคุณอยากเป็นเพื่อนดีๆ คงได้ แต่ไม่ขอเป็นเพื่อนอย่างว่านะคะ"
เสียงใสเอ่ยและมองหน้าอย่างจริงใจ เฟรย์เกือบจะสำลักเหล้าที่กำลังดื่ม แต่ก็เก็บอาการเอาไว้ได้ทัน... เจ้าหล่อนเป็นใครถึงกล้าพูดจากับเขาอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้ และที่สำคัญ...ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าบอกว่าไม่ขอเป็น เพื่อนอย่างว่า กับเฟรย์ ฟอกซิโม
"คุณแน่มาก...แพท...น่าประทับใจมากกับอาหารมื้อนี้ของเรา ยินดีที่ได้รู้จัก"
เขากล่าวอย่างประหยัดคำพูด หมดเวลาสำหรับเด็กไม่ประสา เวลาของเขามีค่าและไม่ได้ต้องการมานั่งฟังเด็กสาวพูดพล่ามเยินยอพี่สาวตัวเองให้ฟังทั้งคืน
โดมจัดการให้รถไปส่งพัทรีราที่บ้านเหมือนตอนที่ไปรับมา แยกจากกันที่หน้าร้านอาหารนั่นเอง
พัทรีราถอนหายใจโล่งอกหลังจากรถพุ่งออกจากร้านอาหาร หญิงสาวรีบโทรหาพี่สาวทันที แต่ก็ติดต่อไม่ได้ พัทรีรายักไหล่... คิดว่าพี่คงกำลังขับรถอยู่ เวลาพี่สาวขับรถจะไม่ชอบคุยโทรศัพท์
พัทรีรารู้สึกโล่งอกและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน... ตอนนี้เธอได้รู้จักตัวเป็นๆของเฟรย์ ฟอกซิโมแล้ว เขาไม่ค่อยพูดด้วยวาจา แต่สายตาของเขาพูดได้และมีเสน่ห์ร้ายกาจเพียงแค่ปรายตามองก็ทำให้เธอตัวลีบได้พอกันกับเวลาถูกพี่สาวดุ เธอรู้สึกว่าเขาจะชอบเธอไม่น้อย และคิดว่าเขาไม่มีท่าทีคุกคามเจ้าชู้และแทะโลมเธออย่างที่นึกกลัวเลย อยากจะเล่าให้พีรดาฟังเร็วๆ ถึงดินเนอร์มื้อพิเศษนี้
เฟรย์ก้าวขึ้นไปนั่งเบาะหลัง
"ไปเซฟเฮาส์" เสียงสั่งดังขึ้นทันทีที่โดมขึ้นมานั่งข้างรอนเรียบร้อยแล้ว
"ครับบอส"
รอนขับรถออกสู่ถนนสายหลัก มุ่งสู่นอกเมือง โดมกับรอนมองหน้ากัน บอสไม่ได้เอ่ยถึงพัทรีราอีก ใบหน้าที่ผ่อนคลายเปลี่ยนกลับมาเป็นเคร่งขรึมอีกครั้ง
"กูอยากจะรู้ว่าไอ้สัตว์ดอร์สันมันกำลังจะมาไม้ไหนอีก" เสียงกร้าวเอ่ย
"มันตั้งใจเดินออกมาให้เราเห็น อาจจะมีแผนอยากขายข้อมูลให้เราหรือเปล่าครับบอส"
รอนแสดงความคิดเห็นหลังจากนิ่งตรึกตรองพฤติกรรมของดอร์สันทหารเศษสวะ ไอ้หมาจิ้งจอกผู้ไม่เคยจงรักภักดีต่อผู้ใดนอกจากพระเจ้าเงินตราเท่านั้น
"เดี๋ยวพวกมึงก็จะได้รู้... คราวนี้กูจะสัมภาษณ์มันเอง"
เสียงเค้นลอดไรฟัน เพราะจำได้ดีถึงวีรกรรมสุดท้ายของไอ้เชลยศึกที่ตกมาอยู่ในกำมืออีกครั้ง
โดมกับรอนจุดยิ้มหยัน... คิดว่าถ้าไอ้ดอร์สันมันได้รู้ว่าคราวนี้มันจะได้รับเกียรติถูก สัมภาษณ์ จากนายใหญ่โดยตรง มันคงจะดีใจพิลึก!
พีรดาตื่นขึ้นมาก็พบว่าเธอกำลังนอนคดคู้อยู่มุมห้องสี่เหลี่ยม ด้านหนึ่งมีร่างของเจ้าหมอนั่นถูกมัดตรึงไว้กับบาร์เหล็ก โยงแขนทั้งสองข้างขึ้นผูกด้วยเชือก ใบหน้ามีรอยฟกช้ำและเลือดเกรอะกรัง พีรดากะพริบตาจำได้ทันทีว่าเธอถูกลักพาตัวมา!
