บทที่ 26 น้ำตาของลูกชาย2
……………………………………………………………………………….
ทางด้านถิงถิงก็ไม่ได้รับรู้ และก็ไม่สนใจเรื่องราววุ่นวายของคนอื่นก็ยังคงตั้งใจทำงานของตัวเองต่อ
“จะถึงเวลาอาหารแล้วฉันไปช่วยลูกๆ ทำอาหารก่อนนะคะ” ถิงถิงหันไปบอกสามี
“อืมไปเถอะผมก็จะออกไปเหมือนกัน” สองสามีภรรยาก็ออกไปช่วยลูกๆ ทำงาน โดยที่ฝั่งผู้ชายไปทำสวนหลังบ้าน ส่วนสาวๆ มาทำอาหาร สะใภ้สามก็มาด้วยเพราะกลัวแม่สามีเอาของมาแล้วแอบไม่แบ่งตน เธอที่เข้ามาเห็นก็ได้แต่พยักหน้าอย่างยินดีที่สะใภ้สามออกมาช่วยงานบ้างแล้ว ถึงแม้จะไม่รู้เหตุผลจริงๆ ของหล่อนก็เถอะ
“ดีๆ อยู่กันครบ สะใภ้สามเธอไปเก็บผักกาดขาวมาสักสองหัว แล้วก็แตงกวามาเยอะหน่อยนะ สะใภ้ใหญ่ไปเอาข้าวนี้ไปหุงนะพึ่งแม่ได้มา ส่วนสะใภ้รองเอาหอมกับกระเทียมใส่เตาให้แม่หน่อย แล้วก็คั่วพริกนี้ด้วย ระวังอย่าให้ไหม้ละ แม่จะทำน้ำพริกรสเด็ดให้กิน อย่าลืมมาดูวิธีทำล่ะจะได้ทำเป็นกัน” เหล่าลูกสะใภ้ตอบอย่างกระตือรือร้นรวมถึงสะใภ้สามด้วย เธอรู้สึกว่าสะใภ้สามวันนี้มาแปลก แต่ก็ดีที่รู้จักกลับตัว คนเราไม่สายที่จะกลับตัวกลับใจหรอกนะ เธอบอกทุกคนเสร็จก็หันมาสับไก่สองตัวที่เหลือเป็นชิ้นๆ แล้วไว้ในตู้กับข้าวก่อน
“แม่คะแค่นี้พอไหมคะ ฮาฮาฮัดชิ้ว” สะใภ้รองถามแม่สามีแล้วก็จามออกมา คนทั้งบ้านก็จามกันถ้วนหน้า “ในครัวทำอะไรกันเนี่ยทำไมฉุนจัง” เหล่าผู้ชายก็บ่นทีจามไปที
“จามจมูกแทบหลุดกันขนาดนี้แสดงว่าใช้ได้แล้วล่ะ อย่าลืมเอาหอมกระเทียมออกมาด้วยละเดี๋ยวมันไหม้ซะก่อน เดียวแม่ไปหยิบครกที่ซื้อมาใหม่ก่อน แม่ซื้อมาใช้ทำน้ำพริกนี้โดนเฉพาะ สะใภ้สามล้างผักเสร็จก็หันแตงกว่าเป็นสี่ชิ้นทางยาวจัดใส่จานไว้เลยนะ”
“ค่ะแม่” สะใภ้สามตอบอย่างประจบประแจง เธอส่ายหัวยิ้มๆ แล้วผละไปเอาครกในห้องที่จริงคือเอามาจากมิติ พอได้ก็เดินเข้าไปตำน้ำพริกในครัวต่อ เหล่าลูกสะใภ้เธอมาดูวิธีทำอย่างใคร่รู้แต่มีคนหนึ่งที่หายไปเธอนั้นไม่ได้สนใจ
ขั้นตอนแรกเธอใส่พริกเข้าไปตำแล้วปอกเปลือกหอมกระเทียมเผาใส่ลงไปในครก ตำให้ละเอียด ปรุงรถด้วย น้ำตาล น้ำปลา ผงอร่อย แล้วก็มะขามเปียกสับละเอียด เธอปรุงให้มีรสชาติกลมกล่อมเสร็จแล้วก็ตักขึ้น ใส่ถ้วยเล็กกินตอนเย็นแล้วก็แบ่งใส่กระปุกไว้ในตู้เพราะเธอทำไว้เยอะถ้าไม่ลุยก็จะเก็บไว้ได้นาน
อาหารเสร็จเรียบร้อย ก็จัดขึ้นโต๊ะ วันนี้มี ข้าวสวย น้ำพริกผักสด แล้วก็ไก่ย่าง ทุกคนกินอย่าง เอร็ดอร่อย เด็กๆ ได้กินไก่ย่างอีกมื้อก็กินอย่างมีความสุข ถิงถิงมองเหล่าลูกหลานก็กินข้าวไปยิ้มไปอย่างมีความสุข พลางคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ทุกวันก็ดีนะสิ
…………………………………………………………………………
หลังกินข้าวเสร็จทุกคนก็นั่งย่อยอาหารคุยกัน
“เจ้าใหญ่เจ้าสาม ไปยกของสามกองที่แม่กองๆ ไว้ในห้องออกมาให้หน่อย สะใภ้ใหญ่แม่วานไปหยิบมีดกับเค้กในตู้มาให้แม่หน่อยเมื่อกลางวันแม่ก็ลืมว่าซื้อมา” เธอหันไปสั่งลูกๆ
“อ้อสะใภ้รองเอาลูกอมที่แม่ให้ไว้เมื่อสองวันก่อนมาด้วยนะ”
เมื่อสะใภ้สามได้ยินว่าแม่สามีเอาลูกอมให้สะใภ้รอง ก็แว้ดขึ้นมาด้วยความโมโหเพราะเข้าใจว่าแม่สามีลำเอียงให้สะใภ้รองเหมือนที่เคยให้เธอ เธอไม่ยอมมันมีสิทธิ์อะไร แค่เธอต้องลงแปลงนาเธอก็อยากจะบ้าตายอยู่แล้ว “คุณแม่ค่ะทำไมแม่ให้ลูกอมพี่สะใภ้รองแต่ทำไมฉันไม่ได้ละคะคุณแม่ลำเอียงอีกแล้วนะคะ!” สะใภ้สามตะโกนขึ้นมาเสียงดัง “สะใภ้สามก่อนที่เธอจะว่าฉันเธอช่วยถามหรือฟังฉันก่อนลูกอมนั้นน่ะฉันให้สะใภ้รองไว้แจกเด็กๆ แล้วก็ฉันซื้อมาให้ครบทุกบ้านไม่มีการลำเอียงอะไรทั้งนั้น ลูกอมที่อยู่กับสะใภ้รองน่ะของฉัน ส่วนของพวกเธอน่ะอยู่ในกองนั้น ของที่ฉันให้สามีเธอไปหอบเอามานั้นไง ฉันละเหนื่อยใจกับเธอจริงๆ สะใภ้สาม ของนั้นแม่จัดไว้ตามบ้านแล้วนะ นั้นของบ้านใหญ่บ้านรอง แล้วก็บ้านสาม ส่วนเสื้อผ้าของเด็กๆ แม่ซักตากแล้วล่ะ” เธอพูดพลางตัดเค้กด้วยความเหนื่อยอกเหนื่อยใจ อุตส่าห์คิดว่าหล่อนจะคิดได้แล้วซะอีก เห้ออ
“เค้กนี้ก็แบ่งกันคนละชิ้น เท่ากันทุกชิ้น ต้องใช้ฉันเอาชั่งน้ำหนักไหมล่ะสะใภ้สามเดียวหาว่าฉันลำเอียงอีก” เธอแซะลูกสะใภ้ความหมั่นไส้
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขอเสียมารยาทนะคะขอเอากลับไปกินที่ห้องนะคะ” สะใภ้สามที่เดินกลับห้องด้วยความโมโห ทำไมกันนะทำไมไม่มีอะไรได้ดั่งใจสักอย่าง ไม่รู้ว่าสามีเอาเงินไปเก็บที่ไหนหาทั่วห้องเท่าไร่ก็ไม่เจอ แถมแม่สามีไม่รู้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาลุกมาทำดีแถมยังมาเปลี่ยนกุญแจห้องเสบียงอีกจะแอบเอาไปขายก็ไม่ได้ มันน่าโมโหจริงๆ
“ผมขอโทษครับแม่ ผมหย่ากับเธอดีไหมครับ” ลี่เฉียวบอกแม่ด้วยความรู้สึกผิด
“มันเป็นชีวิตของลูก ลูกต้องตัดสินใจเลือกทางเดินของตัวเอง ไม่ว่าลูกจะเลือกทางไหนพ่อแม่ แล้วก็พี่ๆ ของลูกอยู่เป็นกำลังใจให้ตรงนี้จะทำอะไรก็คิดถึง ลี่ซือ กับลี่หลินให้เยอะๆ เพราะตอนนี้ลูกเป็นพ่อคนแล้ว ไม่ใช่เด็กน้อยจะงอแงที่จะแต่งงานก็ต้องแต่งให้ได้เหมือนเมื่อห้าปีที่แล้วแล้วนะลูก ไม่เป็นไรลูกสามไม่ต้องคิดมานะ” เธอตอบลูกชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
