บทที่ 11 เตรียมตัวเป็นเจ้าสาว

กู้เหม่ยอิงกลับมาบ้านในช่วงบ่ายโมง หญิงสาวเดินเข้าไปหาพ่อที่นั่งอยู่บริเวณลานบ้านก่อนเป็นอันดับแรก บางครั้งกู้เหม่ยอิงกลับรู้สึกว่าเธอกำลังใช้ชีวิตในที่แห่งนี้ได้อย่างกลมกลืนราวกับว่านี่เป็นชีวิตของเธอเองจริง ๆ

หากถามถึงความรู้สึกในชีวิตที่แล้วแน่นอนว่ายังคิดถึง แต่นั่นก็เป็นเพียงความทรงจำที่ดีในตอนนั้น ถึงอย่างไรก็ตายจากมาแล้ว เธอไม่มีทางกลับไปได้อีก แต่หากสักวันสวรรค์มีเมตตาให้เธอได้กลับไปบอกลาหรือสั่งเสียพวกเขาสักครั้งก็คงจะดีไม่น้อย ตอนที่จากมานอกจากคุณปู่เธอก็ไม่มีโอกาสได้บอกลาใครเลยด้วยซ้ำ

แต่สิ่งตรงหน้าก็ต้องรักษาเอาไว้เช่นเดียวกัน สภาพแวดล้อมและความเป็นไปในชีวิตนี้ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความรักและความผูกพันธ์ระหว่างสองพ่อลูกสกุลกู้เป็นอย่างดี ก็ได้แต่หวังว่าชีวิตหลังแต่งงานที่พ่อเลือกให้จะเป็นทางเลือกที่ดี 

สองเท้าเล็กพยายามก้าวเดินอย่างเงียบเชียบที่สุดเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้พ่อตกใจสักหน่อย ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าพ่อคงจับได้อย่างแน่นอน มือเรียวเล็กหยิบเอาหนังสือที่ตั้งใจซื้อมาวางไว้ข้างถาดวางถ้วยชา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สายตาของผู้เป็นพ่อกำลังมองอยู่พอดี

กู้เฉิงชะงักไปเพียงเสี้ยวอึดใจ ก่อนคิ้วหนาจะขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบไล่อ่านตัวอักษรที่หน้าปกหนังสือทีละตัว นอกจากสิ่งนี้จะมาจากลูกสาวแล้ว นี่ไม่ใช่หนังสือที่ซื้อมาส่ง ๆ แต่ชื่อของมันบ่งบอกว่าคนซื้อนั้นตั้งใจเลือกมาให้เขาโดยเฉพาะ เขารู้สึกเหลือจะเชื่อกับสิ่งที่ได้เห็นอยู่บ้าง แต่ด้วยความเป็นพ่อก็อดเย้าแหย่ลูกสาวสักเล็กน้อยไม่ได้

“เดี๋ยวนี้ลูกสาวรู้จักหาของฝากให้พ่อแล้วเหรอ?”กู้เฉิงถามอย่างนึกแปลกใจ ขณะเงยหน้ามองลูกสาวด้วยสีหน้าคล้ายจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม

หากมองให้ชัดปีนี้ลูกสาวของเขาโตขึ้นมากจริง ๆ ทั้งรู้ความ ทั้งรอบคอบ และที่ได้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็คงเป็นความฉลาดและรู้จักเอาตัวรอดนั่นเอง เห็นทีว่าต่อจากนี้เขาคงกลับไปทำงานได้อย่างสบายใจแล้วล่ะ

เขาไม่สงสัยเลยสักนิดว่าเหตุใดลูกสาวจึงเลือกหนังสือเล่มนี้มาฝาก กู้เหม่ยอิงอ่านหนังสือพวกนี้ออกหรือไม่ เพียงแค่เป็นของฝากที่มาจากเด็กตรงหน้าก็เพียงพอแล้ว

ในความคิดของเขาแม้ว่าลูกสาวจะเรียนไม่เก่งจนในที่สุดก็เลือกเรียนเพียงแค่ชั้นประถมต้นเท่านั้น แต่เมื่อมีสหายอย่างลูกสาวสกุลจางที่มักไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ เด็กคนนั้นหัวดีและค่อนข้างทันคน นั่นจึงทำให้เขาค่อนข้างเบาใจไปเปราะหนึ่ง 

แต่แล้วเด็กทั้งสองคนคงไม่อาจจะใช้ชีวิตตัวติดกันไปตลอดได้ วันหนึ่งก็ต้องแยกย้ายไปมีครอบครัว เขาเองจึงได้ตัดสินใจเลือกผู้ชายที่ดีให้กับเหม่ยอิงไว้

คนฟังได้ยินพ่อเช่นนั้นก็ทำหน้ามุ่ยในทันที ดวงตากลมกลอกกลิ้งไปมา เธอล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่าผู้ชายตรงหน้าเวลาอยู่ต่อหน้าลูกน้องใต้บังคับบัญชา หรือตอนทำภารกิจจะขยันพูดเรื่องเย้าแหย่เช่นนี้หรือไม่ “พ่อคะ…”

เสียงเรียกราวกับอ่อนใจกับผู้เป็นพ่อเต็มทีนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากกู้เฉิงได้ไม่ยาก เขาหยิบหนังสือเล่มหนาขึ้นมาเปิดอ่านอย่างอารมณ์ดี

“เอาล่ะ ๆ ไปพักเถอะ”

“พ่อยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงใช่ไหมคะ?”ดวงตากลมพลันหรี่แคบลงมองผู้เป็นพ่ออย่างจับผิด เพราะในความทรงจำลาง ๆ เหมือนว่ากู้เฉิงคนนี้จะไม่ทานอาหารฝีมือภรรยาอย่างถังเหมยลี่ หนึ่งก็เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นซ้ำสอง

เรื่องนี้กู้เหม่ยอิงคนก่อนอาจไม่รู้ เพราะหญิงสาวได้ออกไปไหนเลย ตลอดเวลาที่พ่อกลับมาเธอจึงเป็นคนทำอาหารทุกมื้อ นั่นจึงไม่ได้มีปัญหาหรือเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น แต่ทว่าวันนี้ที่เธอไม่อยู่บ้านครึ่งวัน คาดว่ามื้อเที่ยงแม่เลี้ยงก็คงทำอาหารเอง พ่อเธอถึงได้ไม่กินข้าว แต่มานั่งจิบชาเงียบ ๆ อยู่ตรงนี้แทน

“เอาไว้มื้อเย็นค่อยทำก็ได้ ลูกกลับมาเหนื่อย ๆ ก็ปะ-”

กู้เหม่ยอิงไม่รอฟังคำพูดยืดยาวของผู้เป็นพ่อ หญิงสาวหอบหิ้วของที่ซื้อมามากมายเข้าไปในตัวบ้าน วันนี้เธอซื้อของมาหลายอย่าง แม้แต่ของสดอย่างเนื้อและผักก็ซื้อมาด้วย ทิ้งไว้เพียงชายวัยกลางคนที่นั่งมองแผ่นหลังลูกสาวจากไปอย่างหมดคำพูด

ขณะกู้เฉิงกำลังเริ่มอ่านหนังสือที่พึ่งได้รับมา ในครัวก็เกิดเสียงความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เขาเพียงแค่อ่านหนังสือที่พึ่งได้รับมาต่อไปด้วยใบหน้ามีความสุข ผ่านไปราวสิบห้านาทีกลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาตามลม

บะหมี่ชามใหญ่ที่หญิงสาวลงมือนวดแป้งเอง เนื้อแต่ละชิ้นถูกหมักอย่างดี ปรุงสุกและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำอย่างใส่ใจ น้ำซุปสีเหลืองอ่อนร้อน ๆ ที่ราดลงไปในถ้วยนั้นเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี เพียงไม่นานบะหมี่เนื้อชามใหญ่ที่ลูกสาวตั้งใจทำก็มาวางอยู่ตรงหน้าผู้เป็นพ่อเสียแล้ว

“เดี๋ยวกลับไปทำงานก็ไม่ได้กินอาหารดี ๆ อีกแล้ว พ่อต้องกินอาหารฝีมือหนูให้มาก ๆ นะคะ”เสียงใสกล่าวเพียงเท่านั้น ก่อนจะยิ้มกว้างจนตาหยีแล้วหมุนตัวเดินกลับห้องไปโดยไม่รอฟังเสียงบ่นของร้อยเอกอายุมาก

กู้เฉิงนั้นนอกจากไม่บ่นหรือเย้าแหย่เจ้าของบะหมี่ชามนี้ หางตาของเขายังมีน้ำตาลูกผู้ชายซึมอยู่เล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า นัยน์ตาคมทอดมองยาวออกไปอย่างไรจุดหมาย ราวกับกำลังมองหาใครสักคนที่อยู่ไกลแสนไกลด้วยความคิดถึงที่อัดแน่นอยู่ในอกของชายชาติทหาร

“ลูกสาวของเรารู้ความมากจริง ๆ นะหนิงจิน…”

เขารู้สึกว่าการลากลับบ้านมาครั้งนี้ช่างคุ้มค่านัก เขาได้มาเห็นลูกสาวที่โตมากพอจะใช้ชีวิตได้โดยไม่มีพ่ออย่างเขา เหม่ยอิงจะได้แต่งงานกับผู้ชายที่ดี 

แม้แต่งงานโดยไร้รัก แต่ด้วยความดีของลูกสาวคนนี้อย่างไรฝ่ายนั้นก็ต้องเอ็นดูเธออยู่บ้างไม่มากก็น้อย

ตลอดเวลาก่อนถึงวันแต่งงานกู้เหม่ยอิงใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างสงบสุข ซึ่งชีวิตที่มีพ่อก็คงเป็นเช่นนี้ แต่หากพ่อกลับไปก็คงไม่ได้สงบสุขเท่าใดนัก 

หญิงสาวคิดเช่นนั้น…

ตลอดหลายวันหญิงสาวใช้เวลาไปกับการดูแลร่างกายและสุขภาพของผู้เป็นพ่อให้ดี ส่วนคนอื่นสังเกตว่าหล่อนคงทำใจกับชีวิตแบบนี้ได้แล้ว การที่ลูกเลี้ยงไม่ยอมก้มหัวให้ กับสามีที่เอาอกเอาใจแต่ลูกสาว แม้จะแวะเวียนไปเล่นกับลูกชายบ้าง แต่ก็ไม่ได้บ่อยนัก เพราะความไม่ชอบใจในตัวแม่ของลูก

ถังเหมยลี่แม้จะพยายามทำใจกับชีวิตในตอนนี้ ทว่าสายตาที่ลอบมองไปยังลูกเลี้ยงนั้นมีแต่ความเกลียดชังไม่เสื่อมคลาย 

กระทั่งสองวันก่อนถึงงานแต่งของลูกเลี้ยง เพื่อให้ได้รับความพึงพอใจของสามีเพียงเล็กน้อยก็ต้องยอมทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะทำ

เช้าวันนั้นชุดกี่เพ้าที่สั่งตัดให้กับลูกเลี้ยงเสร็จพอดีโดยฝีมือของช่างตัดผ้าในหมู่บ้าน ถังเหม่ยลี่ใช้เงินไปมากเพื่อให้เรื่องนี้ถูกพูดถึงในหมู่บ้านไปอีกนานแสนนาน เมื่อช่างนำชุดมาส่งเธอจึงเดินไปเรียกลูกเลี้ยงถึงห้องนอนด้วยตนเองเพื่อให้ออกมาลองชุดกี่เพ้าที่ตนเองตั้งใจสั่งตัดให้ใหม่

กู้เหม่ยอิงนำชุดกี่เพ้าสีแดงสด ที่ปักลวดลายดอกไม้เล็ก ๆ ตั้งแต่ช่วงสะโพกไปถึงชายผ้าอย่างเหลือจะเชื่อ เนื้อผ้านั้นดีมากคาดว่าราคาคงไม่ถูกนัก เพื่อหน้าตานับว่าถังเหมยลี่คนนี้ลงทุนไปมากจริง ๆ

“คุณน้าคะ ฉันว่าตรงเอวหลวมไปหน่อย รบกวนแก้ให้อีกนิดได้ไหมคะ?”กู้เหม่ยอิงไหว้วานช่างตัดผ้าด้วยความเกรงใจ ถึงแม่เลี้ยงจะร้ายกับเธอ แต่คนอื่นไม่ได้รู้เรื่องด้วย ฉะนั้นก็ควรให้เกียรติคนอาวุโสกว่าอย่างที่เด็กควรทำ

“ได้จ๊ะ หนูเหม่ยอิงนี่นะ ยิ่งใกล้วันงานก็ยิ่งสวย”ส่วนหนึ่งก็กล่าวเพราะต้องการเอาใจลูกค้า ซึ่งก็ทำเช่นนี้เป็นประจำอยู่แล้ว

แต่ทว่าส่วนหนึ่งแล้วเด็กคนนี้ก็สวยขึ้นจริง ๆ เพียงไม่กี่วันเธอรู้สึกว่าลูกสาวบ้านกู้ดูสวยสง่า ผิวก็เนียนผ่องไม่น้อย แม้ชุดที่ใส่จะหลวมไปสักหน่อย แต่เมื่ออยู่บนเรือนร่างสมส่วนของเด็กสาวก็ทำให้รู้สึกว่าชุดนี้ตัดมาเพื่อเด็กคนนี้จริง ๆ

ถังเหม่ยลี่ยิ้มพึงพอใจกับผลงานของตนเอง เพียงแค่ทำตัวหน้าใหญ่ใจกว้างสักหน่อย ก็สามารถทำให้ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของเธอนั้นถูกพูดถึงไปอีกนานนับเดือน ไหนยังไม่รวมคนเป็นสามีอีก ขณะที่เขากำลังอุ้มลูกเธอเห็นสายตาของสามีเหลือบมองมาทางนี้อยู่บ่อยครั้ง

แต่หารู้ไม่ว่าที่กู้เฉิงมองอยู่นั้นไม่ได้มีภรรยาคนปัจจุบันอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย เขาเพียงมองลูกสาวที่สวมกี่เพ้าสีแดง ใบหน้างดงามเช่นนี้ทำให้เขานึกถึงภรรยาเก่าที่จากไปเมื่อหลายปีก่อน 

เพราะในใจของเขานั้นมีเพียงแค่ ‘เฉินหนิงจิน’ คนเดียวเท่านั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป