บทนำ
บท 1
ท่ามกลางบรรยากาศความวุ่นวายในช่วงเลิกเรียนของโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองหลวงไป๋เหม่ยอิง ส่งนักเรียนตัวจิ๋วคนสุดท้ายให้ผู้ปกครองเสร็จก็ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเพื่อเก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้านเสียที
เธอคิดถึงกลิ่นอาหารหอม ๆ ฝีมือคุณแม่จะแย่แล้ว…
อาชีพคุณครูปฐมวัยนี่สูบพลังกายเธอในแต่ละวันไปมากจริง ๆ แต่ด้วยพลังใจเต็มเปี่ยม แน่นอนว่ามันทำให้เธอตื่นเช้ามาทำงานอย่างมีความสุข
ไป๋เหม่ยอิงเลือกเรียนเฉพาะทางสำหรับการสอนเด็กปฐมวัย และด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเล็กที่พ่อแม่รักใคร่ ย่อมไม่ใช่ปัญหาเพราะทุกคนในครอบครัวต่างสนับสนุนทางเดินที่เธอเลือกอย่างเต็มที่
เดิมทีเธอยอมรับว่าไม่ได้มีนิสัยรักเด็กขนาดนั้น แต่ด้วยเพราะในตอนที่เธออายุเพียงสี่ขวบถูกคุณครูปฎิบัติไม่ดี ทั้งดุด่าและตะคอกใส่ บางวันถึงกับมีรอยหยิกเป็นจ้ำกลับบ้านจนคุณแม่ต้องมาเอาเรื่องครูคนนั้นถึงโรงเรียน
ความทรงจำเหล่านั้นฝังอยู่ในหัวไป๋เหม่ยอิงมาจนโต หญิงสาวจึงตั้งมั่นว่าหากเธอเป็นครูแล้ว เธอจะไม่มีวันทำกับเจ้าเด็กตัวจิ๋วพวกนี้อย่างที่เธอเคยเจอมาในตอนเด็กเด็ดขาด
เธอยังจำวันหนึ่งหลังจากเลิกเรียนในชั้นมัธยมปลาย ในตอนนั้นไป๋เหม่ยอิงตัดสินใจบอกเล่าให้ทุกคนในครอบครัวเกี่ยวกับอนาคตการงานของตนเอง และแน่นอนว่าทุกคนสนับสนุนเธอ โดยเฉพาะพี่รองที่เรียนเกี่ยวกับการบริหารองค์กร เขาถึงกับออกปากว่าจะเปิดโรงเรียนให้ แต่เธอไม่ได้อยากเป็นฝ่ายบริหาร เธออยากเป็นครูที่ดูแลเด็กเล็กจึงได้ปฎิเสธไป
แต่ทว่าหลังจากนั้นพี่รองและคุณพ่อก็ร่วมหุ้นกันเปิดโรงเรียนเอกชนขนาดกลางขึ้นมา และหลังจากนั้นสองปีที่ไป๋เหม่ยอิงเรียนจบก็ได้เข้าสอนในโรงเรียนแห่งนั้นทันที
ร่างบางสมส่วนเจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบเก้าเดินหิ้วของพะรุงพะรังไปที่รถยนต์ส่วนตัวที่จอดอยู่บริเวณหลังอาคาร ใบหน้าที่บรรจงแต่งแต้มเครื่องสำอางค์มาตั้งแต่เช้าตอนนี้เลือนหายไปจนแทบจะเหลือเพียงสีหน้าซีดเซียวของคุณครูคนสวย
“อ้าว! เหม่ยอิง ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ?”
เสียงคุ้นเคยดึงความสนใจจากไป๋เหม่ยอิงที่กำลังวางของไว้ที่เบาะหลังรถในทันที เมื่อเห็นว่าคนที่ทักคือพี่สะใภ้รองใบหน้างามจึงยิ้มเจื่อนออกมา แววตาไร้แววความสดใส คงไว้แต่ความอ่อนล้าที่สะสมมาตลอดวัน
“พอดีนักเรียนคนสุดท้ายพึ่งกลับน่ะค่ะ พี่สะใภ้มาหาพี่รองเหรอคะ?”
“จ๊ะ ผ่านมาแถวนี้พอดีเลยจะชวนกลับด้วยกัน”หญิงสาวอายุมากกว่าตอบรับในทันที เธอมองสภาพของน้องสามีด้วยความรู้สึกสงสารปนจนใจ
เด็กคนนี้ก็จริง ๆ เลย ทั้งที่มีทางสบายให้เลือก กลับเลือกทางลำบากให้ตัวเอง ต้องโทษอุดมการณ์อันแรงกล้าสินะ ที่ทำให้เด็กสาวที่แสนสดใสกลายเป็นคุณครูปฐมวัยที่ดูเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้
แต่เธอเป็นเพียงสะใภ้จะพูดอะไรได้ ขนาดพ่อแม่ของเธอเองยังห้ามเธอไม่ได้เลย ฝูเฟยเมี่ยวได้แต่คิด พลางเผยยิ้มจางบนใบหน้า
“อย่างนั้นฉันขอกลับด้วยคนได้ไหมคะ? ฮือออ! ฉันเหนื่อยจนขับรถไม่ไหวแล้วค่ะพี่สะใภ้”น้ำเสียงอ่อนล้าเริ่มออดอ้อนพี่สะใภ้ในทันที
วันนี้เป็นช่วงแรกของการเปิดเทอม แม้จะเข้าใจธรรมชาติของเด็กเล็กเป็นอย่างดี แต่ต้องยอมรับว่างานของเธอมันเหนื่อยมากจริง ๆ
ในระหว่างที่น้องสามีกำลังกอดแขนข้างหนึ่งแล้วซบใบหน้าลงบนไหล่ ฝูเฟยเมี่ยวสังเกตเห็นร่างสูงเด่นในชุดสูทสีเรียบดูสุขุมของสามีกำลังเดินมาทางนี้พอดี ริมฝีปากอิ่มส่งยิ้มให้สามีอย่างรู้กัน
ไป๋ตงหยางพอจะรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองสาว เขาเพียงเดินไปหยิบของที่น้องสาวพึ่งวางไว้หลังรถขึ้นมาถือ พลางบ่นอย่างไม่จริงจังนัก
“เด็กดื้อ! พี่บอกให้ขึ้นมาอยู่ฝ่ายบริหารก็ไม่เชื่อ”
ดวงตากลมใสกลอกกลิ้งมองด้านบน ไป๋เหม่ยอิงรู้สึกเบื่อกับคำเชื้อเชิญแกมบังคับของพี่รองมากจริง ๆ ประโยคนี้เธอฟังมาตั้งแต่ทำงานได้สามวัน จนตอนนี้เธอเป็นครูได้ห้าปีพี่ชายคนนี้ก็ยังยืนยันคำเดิม
พลันดวงตาคู่โตตวัดมองพี่ชายอย่างขุ่นเคือง
“หยุดว่าน้องเดี๋ยวนี้นะ พี่สะใภ้ดูพี่รองดุฉันอีกแล้ว”
พูดจบไม่วายหันไปออดอ้อนพี่สะใภ้ต่อ สถานการณ์เช่นนี้ฝูเฟยเมี่ยวเห็นแทบทุกวันก็ยังอดขบขันกับสองพี่น้องคู่นี้ไม่ได้เลย
“ฉันเห็นด้วยกับคุณนะคะ เหม่ยอิงของเราเหนื่อยเกินไปจริง ๆ”
“เอาเถอะค่ะ ๆ รบกวนท่านผู้อำนวยการและภรรยาหยุดหลอกล่อครูอนุบาลตัวน้อยอย่างฉันได้แล้วนะคะ ตอนนี้ฉันเหนื่อยและหิวมาก เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ ฉันคิดถึงกับข้าวฝีมือคุณแม่จะแย่แล้ว”ไป๋เหม่ยอิงพูดออกมายาวเหยียด ก่อนจะกระพริบตาปริบ ๆ ถี่รัวเรียกร้องความสงสาร
เธอเข้าใจความเป็นห่วงของทุกคนดี ยิ่งทุกคนเห็นเธอลับบ้านไปในสภาพนี้แทบทุกวันพวกเขาจะยิ่งห่วงเธอมากขึ้น แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอตั้งใจทำมันแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่สิถึงจะถูก
“จริง ๆ เลยนะเราน่ะ! เร็วเข้า!!”ไป๋ตงหยางยีผมบนหัวทุยเล็กที่เดิมทีก็ยุ่งอยู่แล้วอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะเดินไปประจำตำแหน่งคนขับ
ฝูเฟยเมี่ยวเห็นสามีพร้อมแล้วเธอจึงเดินไปนั่งด้านข้างคนขับ โดยที่ไม่ลืมเปิดประตูด้านหลังแล้วดันร่างอ่อนแรงของน้องสามีเข้าไปด้านในเสียก่อน
“แม่คะ หนูหิวจังเลย!!!”เสียงใสตะโกนเข้าไปในบ้านตั้งแต่ยังไม่ถอดรองเท้าด้วยซ้ำ เธอรู้สึกหิวจนใส้จะขาดอยู่แล้ว ทั้งที่มื้อเที่ยงก็กินไปตั้งมาก แต่รู้สึกราวกับไม่มีอะไรตกถึงท้องมาทั้งวันอย่างไรอย่างนั้น
“กินนี่รองท้องไปก่อน วันนี้อากั๋วกลับบ้าน แม่จะทำมื้อใหญ่ ลูกรอหน่อยได้ไหม?”ซ่งเยว่ซินยัดหมั่นโถวที่เป่าจนคลายร้อนใส่ปากลูกสาวในทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามาใกล้
ความอุ่นของก้อนแป้งขาวนวลในปากทำให้น้ำย่อยในกระเพาะค่อย ๆ สงบลง ไป๋เหม่ยอิงพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจ ก่อนจะแบมือขึ้นข้างหนึ่ง พลางส่งสายตาไปยังหมั่นโถวหลายลูกที่วางอยู่ในหม้อนึ่ง
ผู้เป็นแม่แม้จะเหนื่อยใจกับความกินจุของลูกสาวคนเล็ก ซ่งเยว่ซินส่ายหัวเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็หยิบเอาลูกที่ใหญ่ที่สุดขึ้นมา ก่อนจะแบ่งออกเป็นสองส่วนเพื่อให้คลายร้อนเร็วขึ้นแล้ววางใส่มือลูกสาวคนเล็ก
เพียงเท่านี้ไป๋หม่ยอิงก็ยอมจากไปแต่โดยดี แค่หมั่นโถวสองก้อนแน่นอนว่ามันไม่สามารถทำให้เธออิ่มท้องได้ แต่มันก็ช่วยให้เธอไม่ต้องทนหิวจนท้องร้องได้
ในระหว่างที่ทุกคนในบ้านกำลังช่วยกันขนย้ายข้าวของไปยังสนามหญ้าหน้าบ้านเพื่อเตรียมตั้งมื้อใหญ่ต้อนรับคนที่กลับบ้านมาเพียงปีละสองครั้งอย่างพี่ใหญ่เจี้ยนกั๋ว
ไป๋เหม่ยอิงถือโอกาสใช้สิทธิน้องสาวคนเล็กที่เป็นที่รักใคร่ของทุกคนในการหอบร่างกายอันเหนื่อยอ่อนขึ้นชั้นสอง ขาเรียวก้าวไปยังห้องนอนส่วนตัวอย่างไม่ลังเล กว่าจะเดินถึงประตูห้องหมั่นโถวที่แม่ให้ก็หมดพอดี ปากเล็ก ๆ กลืนอาหารคำสุดท้ายลงท้องไปก่อนจะจิบน้ำตามเล็กน้อยแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มในทันที
ร่างกายที่แสนอ่อนล้าเมื่อสัมผัสเข้ากับความนุ่มของที่นอน และกลิ่นหอมอ่อนที่คุ้นเคยก็รู้สึกผ่อนคลาย ไป๋เหม่ยอิงผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย โดยไม่ได้รู้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีต่อมาเธออาจจะไม่มีโอกาสตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตอีกแล้ว…
ท่ามกลางอากาศที่ร้อนขึ้นในทุกวัน รอยเลื่อนเก่าของแผ่นเปลือกโลกก็เริ่มขยับตัวอย่างไม่มีใครคาดคิด และแน่นอนว่าทุกชีวิตที่ดำเนินไปอย่างมีความสุขจำต้องหยุดชะงักลงในทันทีที่รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนภายใต้ฝ่าเท้า
เช่นเดียวกับสมาชิกครอบครัวไป๋ในปักกิ่ง บ้านหลังใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาหลายชั่วอายุคน เมื่อได้รับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงมีหรือจะยังคงตั้งอยู่ต่อไปได้ไหว หลังจากแผ่นดินไหวใจกลางเมืองเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที คฤหาสน์ขนาดสามชั้นก็พังครืนลงมา ซากปรักหักพังทับถมกันเป็นกองใหญ่เท่าเนินเขาขนาดย่อม เสียงกรีดร้องของสมาชิกในครอบครัวบ่งบอกความรู้สึกของพวกเขาได้เป็นอย่างดี
ร้อยเอกอนาคตไกลอย่างไป๋เจี้ยนกั๋วเร่งบึ่งรถกลับบ้านให้เร็วขึ้นด้วยความรู้สึกร้อนใจ ทันทีที่ร่างสูงองอาจลงจากรถจี๊ปเขาตรงไปหาทุกคนที่ยังคงนั่งอยู่บริเวณสนามหญ้า “พ่อแม่ ทุกคนเป็นอย่างไรบ้างครับ?”
“แม่ไม่เป็นไร อากั๋ว! อาอิงอยู่ อึก! ในบ้าน ช่วยน้องด้วย ช่วยน้อง!!”คนเป็นแม่ร้องบอกลูกชายด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ
นายทหารหนุ่มละสายตาจากใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาของแม่ ก่อนจะมองสำรวจไปยังคนอื่น แล้วเลื่อนสายตาไปยังเศษซากที่กองพะเนินตรงหน้าด้วยหัวใจระส่ำ
บทล่าสุด
#65 บทที่ 65 หวานกลมกล่อม(จบ)
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#64 บทที่ 64 สองพี่น้องทรงอิทธิพล
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#63 บทที่ 63 ชีวิตคุณแม่ลูกสอง
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#62 บทที่ 62 น้องชายมาแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#61 บทที่ 61 ทวงสัญญา
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#60 บทที่ 60 วันเกิดของกู้เหม่ยอิง
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#59 บทที่ 59 หึงหวงจนแทบคลั่ง
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#58 บทที่ 58 เปิดร้านวันแรก
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#57 บทที่ 57 วันเปิดร้านใกล้เข้ามา
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#56 บทที่ 56 ช่วยเหลือจางลี่จู
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
กับดักรักท่านประธาน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เซต หลงเด็ก
ซื่อสัตย์เหมือนหมา จูงจมูกง่ายเหมือนควาย
กูนี่ไงเป็นทั้งหมาทั้งควายของเธอ!!
"เมื่อคืนถามเสี่ยว่าอะไรจำได้ไหม?"
"เมื่อคืน?"
"หลินบอกว่าอยากได้เสี่ยเป็น...ผัว"
"บ้า!!! เสี่ยว่านอย่าถือคนเมาเลยเนอะเราเป็นพี่น้องกันแบบนี้น่ะดีแล้ว!!" ให้ตายเถอะนี่เธอพูดอะไรออกไปเนี่ย แล้วดูหน้าเขาดิห่างกันไม่ถึงคีบด้วยซ้ำ ทุกครั้งที่ลมหายใจอุ่นกระทบแก้มหัวใจก็เต้นแรงยิ่งกว่ากลองยาวอีก
ใครอยากเป็นพี่น้องเล่าแต่ปากมันไวเกิน!!
"หนักนะ!"
"รู้ไหมว่าพี่น้องก็เอากันได้"
เรื่อง เฮียเฟยแสนดี
เพราะทุกอย่างมีการแข่งขันเสมอ ไม่เว้นแม้แต่...ความรัก
เพราะมาทีหลังงั้นเหรอเลยต้องยอมแพ้ หรือ เพราะมันมาก่อนถึงได้ไม่มีสิทธิ์
หึ...น่าตลกสิ้นดี!
ต่อให้ต้องใช้ร้อยเล่ห์มารยา สารพัดวิธีล่อลวง ปั่นหัวให้เลิกกัน สุดท้ายคือ...นำเสมอตัวเองเข้าไปแทนที่ตรงนั้นและจะทำแบบไม่ลังเล
ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าการแอบรักแฟนคนอื่นมันเป็นเรื่องไม่ดีเลยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้ปัญหาซะหน่อย ก็แค่...แย่งมาเป็นแฟนตัวเองเสียให้สิ้นเรื่อง
"เฮียเฟยมาคนเดียวเหรอคะ?"
"หนูก็มาคนเดียวเหมือนกัน...ใช่ไหม?"
"แล้วเห็นคนอื่นมาด้วยเหรอคะ?"
"มานั่งดื่มกับเฮียสิจะได้ไม่เหงา"
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ













