บทนำ
บท 1
ท่ามกลางบรรยากาศความวุ่นวายในช่วงเลิกเรียนของโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองหลวงไป๋เหม่ยอิง ส่งนักเรียนตัวจิ๋วคนสุดท้ายให้ผู้ปกครองเสร็จก็ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเพื่อเก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้านเสียที
เธอคิดถึงกลิ่นอาหารหอม ๆ ฝีมือคุณแม่จะแย่แล้ว…
อาชีพคุณครูปฐมวัยนี่สูบพลังกายเธอในแต่ละวันไปมากจริง ๆ แต่ด้วยพลังใจเต็มเปี่ยม แน่นอนว่ามันทำให้เธอตื่นเช้ามาทำงานอย่างมีความสุข
ไป๋เหม่ยอิงเลือกเรียนเฉพาะทางสำหรับการสอนเด็กปฐมวัย และด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเล็กที่พ่อแม่รักใคร่ ย่อมไม่ใช่ปัญหาเพราะทุกคนในครอบครัวต่างสนับสนุนทางเดินที่เธอเลือกอย่างเต็มที่
เดิมทีเธอยอมรับว่าไม่ได้มีนิสัยรักเด็กขนาดนั้น แต่ด้วยเพราะในตอนที่เธออายุเพียงสี่ขวบถูกคุณครูปฎิบัติไม่ดี ทั้งดุด่าและตะคอกใส่ บางวันถึงกับมีรอยหยิกเป็นจ้ำกลับบ้านจนคุณแม่ต้องมาเอาเรื่องครูคนนั้นถึงโรงเรียน
ความทรงจำเหล่านั้นฝังอยู่ในหัวไป๋เหม่ยอิงมาจนโต หญิงสาวจึงตั้งมั่นว่าหากเธอเป็นครูแล้ว เธอจะไม่มีวันทำกับเจ้าเด็กตัวจิ๋วพวกนี้อย่างที่เธอเคยเจอมาในตอนเด็กเด็ดขาด
เธอยังจำวันหนึ่งหลังจากเลิกเรียนในชั้นมัธยมปลาย ในตอนนั้นไป๋เหม่ยอิงตัดสินใจบอกเล่าให้ทุกคนในครอบครัวเกี่ยวกับอนาคตการงานของตนเอง และแน่นอนว่าทุกคนสนับสนุนเธอ โดยเฉพาะพี่รองที่เรียนเกี่ยวกับการบริหารองค์กร เขาถึงกับออกปากว่าจะเปิดโรงเรียนให้ แต่เธอไม่ได้อยากเป็นฝ่ายบริหาร เธออยากเป็นครูที่ดูแลเด็กเล็กจึงได้ปฎิเสธไป
แต่ทว่าหลังจากนั้นพี่รองและคุณพ่อก็ร่วมหุ้นกันเปิดโรงเรียนเอกชนขนาดกลางขึ้นมา และหลังจากนั้นสองปีที่ไป๋เหม่ยอิงเรียนจบก็ได้เข้าสอนในโรงเรียนแห่งนั้นทันที
ร่างบางสมส่วนเจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบเก้าเดินหิ้วของพะรุงพะรังไปที่รถยนต์ส่วนตัวที่จอดอยู่บริเวณหลังอาคาร ใบหน้าที่บรรจงแต่งแต้มเครื่องสำอางค์มาตั้งแต่เช้าตอนนี้เลือนหายไปจนแทบจะเหลือเพียงสีหน้าซีดเซียวของคุณครูคนสวย
“อ้าว! เหม่ยอิง ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ?”
เสียงคุ้นเคยดึงความสนใจจากไป๋เหม่ยอิงที่กำลังวางของไว้ที่เบาะหลังรถในทันที เมื่อเห็นว่าคนที่ทักคือพี่สะใภ้รองใบหน้างามจึงยิ้มเจื่อนออกมา แววตาไร้แววความสดใส คงไว้แต่ความอ่อนล้าที่สะสมมาตลอดวัน
“พอดีนักเรียนคนสุดท้ายพึ่งกลับน่ะค่ะ พี่สะใภ้มาหาพี่รองเหรอคะ?”
“จ๊ะ ผ่านมาแถวนี้พอดีเลยจะชวนกลับด้วยกัน”หญิงสาวอายุมากกว่าตอบรับในทันที เธอมองสภาพของน้องสามีด้วยความรู้สึกสงสารปนจนใจ
เด็กคนนี้ก็จริง ๆ เลย ทั้งที่มีทางสบายให้เลือก กลับเลือกทางลำบากให้ตัวเอง ต้องโทษอุดมการณ์อันแรงกล้าสินะ ที่ทำให้เด็กสาวที่แสนสดใสกลายเป็นคุณครูปฐมวัยที่ดูเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้
แต่เธอเป็นเพียงสะใภ้จะพูดอะไรได้ ขนาดพ่อแม่ของเธอเองยังห้ามเธอไม่ได้เลย ฝูเฟยเมี่ยวได้แต่คิด พลางเผยยิ้มจางบนใบหน้า
“อย่างนั้นฉันขอกลับด้วยคนได้ไหมคะ? ฮือออ! ฉันเหนื่อยจนขับรถไม่ไหวแล้วค่ะพี่สะใภ้”น้ำเสียงอ่อนล้าเริ่มออดอ้อนพี่สะใภ้ในทันที
วันนี้เป็นช่วงแรกของการเปิดเทอม แม้จะเข้าใจธรรมชาติของเด็กเล็กเป็นอย่างดี แต่ต้องยอมรับว่างานของเธอมันเหนื่อยมากจริง ๆ
ในระหว่างที่น้องสามีกำลังกอดแขนข้างหนึ่งแล้วซบใบหน้าลงบนไหล่ ฝูเฟยเมี่ยวสังเกตเห็นร่างสูงเด่นในชุดสูทสีเรียบดูสุขุมของสามีกำลังเดินมาทางนี้พอดี ริมฝีปากอิ่มส่งยิ้มให้สามีอย่างรู้กัน
ไป๋ตงหยางพอจะรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองสาว เขาเพียงเดินไปหยิบของที่น้องสาวพึ่งวางไว้หลังรถขึ้นมาถือ พลางบ่นอย่างไม่จริงจังนัก
“เด็กดื้อ! พี่บอกให้ขึ้นมาอยู่ฝ่ายบริหารก็ไม่เชื่อ”
ดวงตากลมใสกลอกกลิ้งมองด้านบน ไป๋เหม่ยอิงรู้สึกเบื่อกับคำเชื้อเชิญแกมบังคับของพี่รองมากจริง ๆ ประโยคนี้เธอฟังมาตั้งแต่ทำงานได้สามวัน จนตอนนี้เธอเป็นครูได้ห้าปีพี่ชายคนนี้ก็ยังยืนยันคำเดิม
พลันดวงตาคู่โตตวัดมองพี่ชายอย่างขุ่นเคือง
“หยุดว่าน้องเดี๋ยวนี้นะ พี่สะใภ้ดูพี่รองดุฉันอีกแล้ว”
พูดจบไม่วายหันไปออดอ้อนพี่สะใภ้ต่อ สถานการณ์เช่นนี้ฝูเฟยเมี่ยวเห็นแทบทุกวันก็ยังอดขบขันกับสองพี่น้องคู่นี้ไม่ได้เลย
“ฉันเห็นด้วยกับคุณนะคะ เหม่ยอิงของเราเหนื่อยเกินไปจริง ๆ”
“เอาเถอะค่ะ ๆ รบกวนท่านผู้อำนวยการและภรรยาหยุดหลอกล่อครูอนุบาลตัวน้อยอย่างฉันได้แล้วนะคะ ตอนนี้ฉันเหนื่อยและหิวมาก เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ ฉันคิดถึงกับข้าวฝีมือคุณแม่จะแย่แล้ว”ไป๋เหม่ยอิงพูดออกมายาวเหยียด ก่อนจะกระพริบตาปริบ ๆ ถี่รัวเรียกร้องความสงสาร
เธอเข้าใจความเป็นห่วงของทุกคนดี ยิ่งทุกคนเห็นเธอลับบ้านไปในสภาพนี้แทบทุกวันพวกเขาจะยิ่งห่วงเธอมากขึ้น แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอตั้งใจทำมันแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่สิถึงจะถูก
“จริง ๆ เลยนะเราน่ะ! เร็วเข้า!!”ไป๋ตงหยางยีผมบนหัวทุยเล็กที่เดิมทีก็ยุ่งอยู่แล้วอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะเดินไปประจำตำแหน่งคนขับ
ฝูเฟยเมี่ยวเห็นสามีพร้อมแล้วเธอจึงเดินไปนั่งด้านข้างคนขับ โดยที่ไม่ลืมเปิดประตูด้านหลังแล้วดันร่างอ่อนแรงของน้องสามีเข้าไปด้านในเสียก่อน
“แม่คะ หนูหิวจังเลย!!!”เสียงใสตะโกนเข้าไปในบ้านตั้งแต่ยังไม่ถอดรองเท้าด้วยซ้ำ เธอรู้สึกหิวจนใส้จะขาดอยู่แล้ว ทั้งที่มื้อเที่ยงก็กินไปตั้งมาก แต่รู้สึกราวกับไม่มีอะไรตกถึงท้องมาทั้งวันอย่างไรอย่างนั้น
“กินนี่รองท้องไปก่อน วันนี้อากั๋วกลับบ้าน แม่จะทำมื้อใหญ่ ลูกรอหน่อยได้ไหม?”ซ่งเยว่ซินยัดหมั่นโถวที่เป่าจนคลายร้อนใส่ปากลูกสาวในทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามาใกล้
ความอุ่นของก้อนแป้งขาวนวลในปากทำให้น้ำย่อยในกระเพาะค่อย ๆ สงบลง ไป๋เหม่ยอิงพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจ ก่อนจะแบมือขึ้นข้างหนึ่ง พลางส่งสายตาไปยังหมั่นโถวหลายลูกที่วางอยู่ในหม้อนึ่ง
ผู้เป็นแม่แม้จะเหนื่อยใจกับความกินจุของลูกสาวคนเล็ก ซ่งเยว่ซินส่ายหัวเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็หยิบเอาลูกที่ใหญ่ที่สุดขึ้นมา ก่อนจะแบ่งออกเป็นสองส่วนเพื่อให้คลายร้อนเร็วขึ้นแล้ววางใส่มือลูกสาวคนเล็ก
เพียงเท่านี้ไป๋หม่ยอิงก็ยอมจากไปแต่โดยดี แค่หมั่นโถวสองก้อนแน่นอนว่ามันไม่สามารถทำให้เธออิ่มท้องได้ แต่มันก็ช่วยให้เธอไม่ต้องทนหิวจนท้องร้องได้
ในระหว่างที่ทุกคนในบ้านกำลังช่วยกันขนย้ายข้าวของไปยังสนามหญ้าหน้าบ้านเพื่อเตรียมตั้งมื้อใหญ่ต้อนรับคนที่กลับบ้านมาเพียงปีละสองครั้งอย่างพี่ใหญ่เจี้ยนกั๋ว
ไป๋เหม่ยอิงถือโอกาสใช้สิทธิน้องสาวคนเล็กที่เป็นที่รักใคร่ของทุกคนในการหอบร่างกายอันเหนื่อยอ่อนขึ้นชั้นสอง ขาเรียวก้าวไปยังห้องนอนส่วนตัวอย่างไม่ลังเล กว่าจะเดินถึงประตูห้องหมั่นโถวที่แม่ให้ก็หมดพอดี ปากเล็ก ๆ กลืนอาหารคำสุดท้ายลงท้องไปก่อนจะจิบน้ำตามเล็กน้อยแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มในทันที
ร่างกายที่แสนอ่อนล้าเมื่อสัมผัสเข้ากับความนุ่มของที่นอน และกลิ่นหอมอ่อนที่คุ้นเคยก็รู้สึกผ่อนคลาย ไป๋เหม่ยอิงผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย โดยไม่ได้รู้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีต่อมาเธออาจจะไม่มีโอกาสตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตอีกแล้ว…
ท่ามกลางอากาศที่ร้อนขึ้นในทุกวัน รอยเลื่อนเก่าของแผ่นเปลือกโลกก็เริ่มขยับตัวอย่างไม่มีใครคาดคิด และแน่นอนว่าทุกชีวิตที่ดำเนินไปอย่างมีความสุขจำต้องหยุดชะงักลงในทันทีที่รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนภายใต้ฝ่าเท้า
เช่นเดียวกับสมาชิกครอบครัวไป๋ในปักกิ่ง บ้านหลังใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาหลายชั่วอายุคน เมื่อได้รับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงมีหรือจะยังคงตั้งอยู่ต่อไปได้ไหว หลังจากแผ่นดินไหวใจกลางเมืองเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที คฤหาสน์ขนาดสามชั้นก็พังครืนลงมา ซากปรักหักพังทับถมกันเป็นกองใหญ่เท่าเนินเขาขนาดย่อม เสียงกรีดร้องของสมาชิกในครอบครัวบ่งบอกความรู้สึกของพวกเขาได้เป็นอย่างดี
ร้อยเอกอนาคตไกลอย่างไป๋เจี้ยนกั๋วเร่งบึ่งรถกลับบ้านให้เร็วขึ้นด้วยความรู้สึกร้อนใจ ทันทีที่ร่างสูงองอาจลงจากรถจี๊ปเขาตรงไปหาทุกคนที่ยังคงนั่งอยู่บริเวณสนามหญ้า “พ่อแม่ ทุกคนเป็นอย่างไรบ้างครับ?”
“แม่ไม่เป็นไร อากั๋ว! อาอิงอยู่ อึก! ในบ้าน ช่วยน้องด้วย ช่วยน้อง!!”คนเป็นแม่ร้องบอกลูกชายด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ
นายทหารหนุ่มละสายตาจากใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาของแม่ ก่อนจะมองสำรวจไปยังคนอื่น แล้วเลื่อนสายตาไปยังเศษซากที่กองพะเนินตรงหน้าด้วยหัวใจระส่ำ
บทล่าสุด
#65 บทที่ 65 หวานกลมกล่อม(จบ)
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#64 บทที่ 64 สองพี่น้องทรงอิทธิพล
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#63 บทที่ 63 ชีวิตคุณแม่ลูกสอง
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#62 บทที่ 62 น้องชายมาแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#61 บทที่ 61 ทวงสัญญา
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#60 บทที่ 60 วันเกิดของกู้เหม่ยอิง
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#59 บทที่ 59 หึงหวงจนแทบคลั่ง
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#58 บทที่ 58 เปิดร้านวันแรก
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#57 บทที่ 57 วันเปิดร้านใกล้เข้ามา
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026#56 บทที่ 56 ช่วยเหลือจางลี่จู
อัปเดตล่าสุด: 2/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
สัญญารักประธานร้าย
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ













