บทที่ 20 คุณน้าดีที่สุด
ทว่าเมื่อหันกลับมาสบเข้ากับแววตาหม่นเศร้าของคุณหนูเสิ่นแล้วพาลทำให้คนเป็นแม่เลี้ยงอดใจอ่อนไม่ได้ “เป็นอะไร?”
น้ำเสียงราบเรียบของแม่เลี้ยงมีผลต่อความคิดและความรู้สึกของเด็กหญิงไม่น้อย เสิ่นเลี่ยงลี่มีสีหน้าลังเลที่จะตอบคำถามนั้น
“หนู…แค่เสียดายเท่านั้นค่ะ”กล่าวจบก็ก้มหน้าลงจนคางชิดอก มองมือตัวเองขณะน้ำตากำลังรื้นใกล้จะไหลออกมาอยู่รอมร่อ
แต่เรื่องนี้จะโทษใครได้ เป็นเธอเองที่ไม่ได้เตรียมเงินไปสำหรับใช้จ่ายของตนเอง หากจะรบกวนแม่เลี้ยงให้จ่ายเงินจำนวนนั้นให้ก็เกรงจะถูกตำหนิเอาได้ เด็กหญิงจึงทำได้เพียงรู้สึกเสียดายจนถึงตอนนี้
กู้เหม่ยอิงพอจะเข้าใจความหมายของคำว่า ‘เสียดาย’ ได้เป็นอย่างดี หากเข้าใจไม่ผิดก็คงจะหมายถึงผ้าผูกผมสีชมพูอันนั้นอย่างแน่นอน ในทีแรกเธอคิดว่าจะให้เด็กหญิงหลังจากรับมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว แต่นี่ใกล้เวลานอนกลางวัน หากไม่นำมามอบให้ตอนนี้เด็กน้อยคงนอนหลับไปทั้งใบหน้าหม่นเศร้าเช่นนี้เป็นแน่
“เสียดายอะไร หมายถึงอันนี้เหรอ?”ไม่พูดเปล่า มือเรียวล้วงเข้าไปในกระเป๋าก่อนจะหยิบผ้าผูกผมสีชมพูสดใสผืนหนึ่งออกมายื่นตรงหน้าของลูกเลี้ยง
เสิ่นเลี่ยงลี่จดจำผ้าผูกผมอันนี้ได้เป็นอย่างดี ตอนอยู่ที่ร้านเครื่องประดับกับคุณน้าเธอรู้สึกถูกใจมันมากกว่าผ้าผูกผมทุกชิ้นในร้าน แต่ก่อนออกจากร้านเธอสังเกตว่ามันไม่ได้วางอยู่ตรงนั้นแล้ว คิดว่าคงมีลูกค้าสักคนที่ซื้อมันไป
คิดไม่ถึงว่าลูกค้าคนนั้นจะเป็นคุณน้าที่ไปกับเธอแอบซื้อมันมานั่นเอง
“คุณน้า!! ซื้อให้หนูเหรอคะ?”แม้จะถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ แต่มือเล็กกลับไวกว่าคว้าผ้าผูกผมมากอดเอาไว้แนบอกอย่างทนุถนอม พลางมองไปที่แม่เลี้ยงด้วยแววตาซาบซึ้ง
“อยากได้ไม่ใช่เหรอ? เก็บไว้สิ ถือว่าเป็นของขวัญพบหน้าจากฉัน”ซึ่งที่จริงเธอควรให้ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน แต่กลับเกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน และเป็นเธอเองที่ลืมเตรียมเอาไว้ด้วยจึงไม่ได้ให้ตั้งแต่วันแรก
วันนี้อย่างไรก็มีโอกาสแล้ว อีกอย่างนี่ก็เป็นสิ่งที่เด็กน้อยชื่นชอบมากเสียจนมองแล้วมองอีกจนกระทั่งถึงบ้านคุณหนูเสิ่นก็ยังตัดใจไม่ได้เสียที
“ขอบคุณค่ะ คุณน้าดีที่สุด!”เสิ่นเลี่ยงลี่ยิ้มจนแก้มปริเมื่อรู้ว่าสิ่งนี้เป็นของเธออย่างสมบูรณ์ และแน่นอนว่าคำขอบคุณที่จริงใจนั้นเธอย่อมไม่หวงแหนที่จะกล่าวออกมา แถมยังกล่าวชมคนให้อีกด้วย
ท่าทางดีอกดีใจเช่นนี้ย่อมหมายความว่าแม่เลี้ยงสายเปย์อย่างเธอคิดถูกแล้วที่ซื้อสิ่งนี้มา
“ไปนอนกลางวันได้แล้ว”เธอไม่ได้อยากจะขัดจังหวะความสุขของเด็กน้อย แต่นี่ก็ได้เวลานอนกลางวันของคุณหนูเสิ่นแล้วจริง ๆ เลยเอ่ยเตือนขึ้น
ซึ่งเด็กหญิงนั้นรับคำทำตามที่แม่เลี้ยงพูดอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เสิ่นเลี่ยงลี่ยังคงถือผ้าผูกผมที่ได้รับมาอย่างทนุถนอมแล้วเดินขึ้นห้องนอนไปพร้อมกับพี่เลี้ยง นั่นยิ่งทำให้กู้เหม่ยอิงรู้สึกชื่นชอบเด็กคนนี้เข้าไปใหญ่
ดวงตาคู่สวยมองตามหลังเด็กน้อยที่เดินขึ้นห้องไปจนร่างเล็กจ้อยนั้นหายลับสายตาไปในที่สุด
คุณน้าดีที่สุดอย่างนั้นเหรอ…
ไม่จำเป็นต้องเรียกว่า ‘แม่’ แค่เด็กคนนี้มีความสุขก็มากพอแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะดูแลเอาใจใส่เธอให้ดีเอง…เด็กน้อย
นี่เป็นสิ่งที่อยู่ในหัวของกู้เหม่ยอิงในตอนนี้ เธอไม่มีทางรู้เลยว่าหลังจากผู้พันเสิ่นกลับมาจะเกิดอะไรขึ้น แต่ชีวิตในตอนนี้ก็ไม่ได้แย่ อย่างน้อยก็ทำหน้าที่แม่เลี้ยงให้ดีที่สุดก็แล้วกัน ส่วนหน้าที่ของ ’ภรรยา’ อย่างไรก็คงต้องรอคนเป็นสามีกลับมาแล้วค่อยตกลงกันอีกครั้ง
“คุณนายจะเข้าครัวเองเหรอคะ?”ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่หล่อนไม่เคยเห็นคุณนายจะเข้าครัวทำอาหารเองเลยสักครั้งจึงได้ถามขึ้น แม้จะพอรู้อยู่บ้างว่าถึงคุณนายอายุยังน้อยแต่ก็พอมีฝีมือหลายด้าน แต่จะเป็นไปได้อย่างไรที่คุณหนูผู้ดีจะเข้าครัวทำอาหารด้วยตนเอง
“อืม ว่าจะทำขนมให้เจ้าตัวเล็กสักหน่อย”หญิงสาวไม่ได้คิดจะอธิบายสิ่งใดให้ยืดยาว เธอเพียงแค่เดินเข้าไปยังห้องครัวอย่างไม่รีบร้อน
ซึ่งเจ้าตัวเล็กที่ว่าพึ่งจะเข้านอนกลางวัน ยังมีเวลาอีกมาก ฉะนั้นคงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนแต่อย่างใด
เมื่อได้ยินคุณนายของบ้านพูดเช่นนั้นมีหรือที่สาวใช้อย่างจื่อหนิงจะกล้าเอ่ยท้วง หล่อนเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินตามหลังเจ้านายเข้าไปในห้องครัว
นึกถึงตอนที่ผู้พันเสิ่นบอกว่าจะมีคุณนายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ ให้พวกหล่อนเคารพและเชื่อฟังคุณนายเช่นเดียวกับที่เชื่อฟังผู้พันเสิ่น
ในตอนนั้นหล่อนกับถิงถิงจินตนาการเอาไว้เสียมาก แต่ทว่าคุณนายเสิ่นตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่นี่จนทุกวันนี้ก็ยังไม่เห็นร้ายกาจอย่างเช่นแม่เลี้ยงบ้านอื่นที่เธอเคยได้ยินมาจากป้าขายเนื้อในตลาด แม้แต่ท่าทีรังเกียจลูกติดสามีก็ยังไม่มีให้เห็น
และที่สำคัญที่สุดคงไม่พ้นคุณหนูเสิ่นที่ดูเหมือนจะชอบแม่เลี้ยงของเธอมาก ตลอดเวลาที่คุณนายเดินไปไหนมาไหน พวกหล่อนมักจะเห็นคุณหนูตัวน้อยเดินอยู่บริเวณนั้นด้วยราวกับเป็นหางเล็ก ๆ ของคุณนายอย่างไรอย่างนั้น
ส่วนคุณนายนั้นถึงแม้จะไม่ได้แสดงออกว่ารักใคร่เอาอกเอาใจคุณหนู แต่หล่อนสังเกตหลายครั้งว่าเวลาที่คุณนายพูดคุยกับคุณหนูนั้นมีแต่ความอ่อนโยน และมักจะสั่งสอนแต่สิ่งที่ถูกที่ควรเสมอ ไม่ได้ตามใจจนคุณหนูของบ้านเสียนิสัยเลยสักครั้งอย่างที่พวกหล่อนเป็นกังวล
แล้วเหตุการณ์เมื่อครู่ก็เป็นคำตอบอย่างดีให้กับความรู้สึกของคุณนายเสิ่นที่มีต่อคนในบ้านนี้โดยเฉพาะคุณหนูซึ่งเป็นลูกเลี้ยง จื่อหนิงอดยอมรับในความใส่ใจของคุณนายที่มีต่อคุณหนูไม่ได้จริง ๆ และแน่นอนว่าเรื่องวันนี้ย่อมต้องถูกรายงานถึงผู้เป็นนายอย่างผู้พันเสิ่นเช่นที่แล้วมา
กู้เหม่ยอิงอยู่ที่นี่มาเดือนกว่าแล้วเข้ามาในครัวบ้างแต่ก็ไม่บ่อย ส่วนมากเพียงแค่มาดูอาหารที่เตรียมเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ยุ่มย่ามเกี่ยวกับขั้นตอนการทำ เพราะแขนยังเจ็บแม้แต่ช่วยเหลือตนเองยังทำได้ยาก การเข้ามายุ่มยามในครัวให้ลำบากสาวใช้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ
ทว่าวันนี้เธอกลับเดินเข้ามาในนี้ด้วยความตั้งใจอันล้นเปี่ยม หญิงสาวนำกล้วยหอมที่ซื้อมาปลอกเปลือกอย่างใจเย็น ก่อนจะส่งให้จื่อหนิงเป็นคนบดมันจนละเอียด ส่วนตนเองเตรียมวัตถุดิบขั้นต่อไป แค่เค้กกล้วยหอมนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรสำหรับเธอเลย พอดีกับเธอมีผู้ช่วยที่หยิบจับของในครัวได้อย่างคล่องแคล่วเช่นจื่อหนิง เพียงไม่นานแป้งเนื้อเนียนก็ถูกเทลงในถ้วยเล็กที่เตรียมไว้
ที่บ้านไม่มีเตาสำหรับอบขนมและคงไม่มีในเร็ว ๆ นี้ หญิงสาวจึงเลือกใช้วิธีนึ่งไปก่อน แม้จะสีสันต่างกันไปสักหน่อย แต่ด้วยฝีมือของเธอแล้วแน่นอนว่าต้องหอมอร่อยอย่างแน่นอน
พลันในหัวก็เกิดความคิดอีกหนึ่งอย่างขึ้นมา หากเธออยากอบขนมอย่างอื่นเห็นทีเตาอบก็จำเป็นไม่น้อยเลย ในยุคนี้ยังไม่มีเตาอบแบบสำเร็จถึงแม้จะมีไฟฟ้าใช้แล้วก็ตามที เช่นนั้นแล้วหากอยากได้ก็คงต้องหาช่างมาก่อเตาให้
“ฉันสามารถจัดการทุกอย่างในบ้านหลังนี้ได้จริงหรือ?”หญิงสาวถามย้ำอีกครั้งเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ เพราะสิ่งที่กำลังจะทำไม่ต่างจากการต่อเติมครัวของบ้านนี้เลย
“ค่ะคุณนาย”จื่อหนิงตอบรับผู้เป็นนายอย่างไม่ลังเล
กู้เหม่ยอิงผุดรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวความต้องการออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทว่าในประโยคหลังกลับขอร้องอยู่ในที อีกนัยหนึ่งก็เพื่อขอให้จื่อหนิงช่วยบอกกับเจ้าของบ้านที่แท้จริง “อย่างนั้นหากอยากได้เตาอบ จื่อหนิงช่วยหาช่างมาทำให้ฉันหน่อยได้หรือไม่?”
และแน่นอนว่า ‘เตาอบ’ ที่คุณนายอยากได้นั้นจื่อหนิงก็สามารถจัดสรรให้ได้อย่างรวดเร็ว หลังจากรายงานเรื่องนี้กับผู้พันเสิ่นทางโทรศัพท์ ไม่นานก็ได้ความว่าจะมีนายช่างจากกรมทหารที่ใช้เวลาว่างงานมารับทำงานเสริมถูกส่งมาที่บ้านเสิ่นในอีกสามวันข้างหน้า
ต่อจากนี้ก็ให้คุณนายเสิ่นคิดแบบที่ต้องการไว้คร่าว ๆ ได้เลย เพื่อวันที่ช่างมาถึงจะได้เริ่มงานได้เลย
นั่นจึงทำให้กู้เหม่ยอิงต้องรีบวิ่งขึ้นห้องนอนหลังจากนึ่งเค้กเสร็จ หญิงสาวเริ่มร่างแบบตามที่คิดเอาไว้ในหัวพร้อมกับคำอธิบายของส่วนต่าง ๆ วัสดุที่ต้องใช้อย่างละเอียด กว่าจะแล้วเสร็จก็ใกล้เวลาอาหารเย็นพอดี
