บทที่ 6 เปิดโปงแม่เลี้ยง

กู้เหม่ยอิงกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อนึกไปถึงสีหน้าเจ็บแค้นของแม่เลี้ยงเมื่อครู่นี้ พลันมองไปยังชั้นวางว่างเปล่าที่อยู่มุมหนึ่งของห้องน้ำ ทว่าพอสังเกตให้ดีนอกจากสบู่ก้อนเล็กบางแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีสิ่งอื่นอีก

ร่างบางถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง จำใจเดินไปหยิบสบู่ก้อนน้อยนิดมาฟอกผิวกายรวมถึงสระผมไปก่อนเพื่อชำระคราบเหงื่อไคล ส่วนเรื่องการขัดผิวกายให้เรียบลื่นอย่างที่ตั้งใจคงต้องเอาไว้ครั้งหน้า พลันคิดในใจว่าคงต้องขอเงินพ่อไปซื้อของใช้พวกนี้บ้างแล้ว ที่ผ่านมายอมยกเงินให้แม่เลี้ยงทั้งหมดจนตนเองลำบาก ต่อจากนี้เธอไม่จำเป็นต้องเกรงใจใครหน้าไหนอีกแล้ว

ต่อแต่นี้ไปเธอไม่ใช่กู้เหม่ยอิงคนก่อนที่เอาแต่ก้มหน้ายอมทำตามความต้องการของแม่เลี้ยง ยินยอมและเสียสละทุกสิ่งอย่างจนตนเองมีชีวิตไม่ต่างจากคนรับใช้เช่นนี้ ในเมื่อมาอาศัยอยู่ร่างของคนอื่นแล้ว ก็ควรต้องดูแลรักษาร่างนี้ไว้ให้ดี ไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจก็ตามที

สบู่ในยุคนี้มีฟองน้อยมาก ทั้งกลิ่นหอมของดอกไม้ก็ไม่มี นั่นจึงทำให้หญิงสาวใช้เวลาอาบน้ำค่อนข้างนาน กว่าจะสะอาดก็หมดเวลาไปเกือบยี่สิบนาที

กู้เหม่ยอิงออกจากห้องน้ำด้วยชุดเสื้อผ้าที่คิดว่าดีที่สุดที่ตนเองมีแล้ว พอดีกับที่เดินผ่านมายังห้องโถงก็พบกับพ่อที่กลับเข้ามาในบ้านพ่อดี

ร่างผอมบางเดินไปหาพ่อที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ เมื่อเห็นมุมปากของผู้เป็นพ่อยกขึ้นเล็กน้อย แววตาเช่นนี้ดูก็รู้ว่ากำลังมีความสุข

ไม่รอช้าหญิงสาวใช้โอกาสนี้ในการขอในสิ่งที่ต้องการในทันที

“พ่อคะ คือฉันอยากจะขอเงินเพิ่มเพื่อไปซื้อของใช้ส่วนตัวสักหน่อย”เสียงใสกล่าวร้องขอออกไป ขณะกำลังทิ้งกายลงบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ไม่ไกลกันนัก

กู้เฉิงได้ยินลูกสาวเอ่ยเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วในทันที

“แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนพ่อพึ่งให้ลูกไป ใช้หมดแล้วเหรอ?”

คำถามของผู้เป็นพ่อนั้นช่างตรงใจเธอเสียจริง กู้เหม่ยอิงคิดในใจ

ใบหน้าเล็กแสร้งก้มลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตาหมองเศร้า มือเรียวจับกันแน่นราวกับกำลังประหม่า ไม่กล้าพูดออกมาให้พ่อได้รับรู้เรื่องราว คล้ายกับเกรงว่าจะถูกผู้เป็นพ่อตำหนิ

“เอ่อ…คือว่า”

กู้เฉิงเห็นท่าทีขลาดกลัวของลูกสาวก็ถอนหายใจออกมา ก่อนน้ำเสียงทุ้มจะพูดออกมาอย่างใจเย็น พลางลูบลงบนเรือนผมนิ่มของลูกสาว

“พูดออกมาเถอะลูก พ่อไม่ว่าลูกหรอก”

“หนูเอาเงินให้แม่เลี้ยงไปหมดแล้วค่ะ”ไม่เพียงน้ำเสียงสั่นเครือราวกับใกล้ร้องไห้ออกมาเต็มที แต่หญิงสาวพยายามบีบน้ำตาให้คลอหน่วย โดยไม่ปล่อยให้ไหลออกมาเพื่อแสดงให้พ่อรู้ว่าเธอกำลังสกัดกลั้นมันเอาไว้

นายทหารยศสูงได้ยินเช่นนั้นยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ เขารับทำภารกิจสำคัญบ่อยครั้ง ค่าตอบแทนที่ได้เมื่อรวมกับเงินเดือนแล้วไม่ใช่น้อย ๆ ในทุกเดือนหากเขาไม่กลับบ้าน ก็จะใส่ซองเอาไว้สองซองเพื่อให้ลูกน้องนำมาให้เหมยลี่และลูกสาวคนละซอง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

“ให้เหมยลี่…ลูกเอาเงินไปให้เธอทำไม?”

เขาเห็นมาเยอะ ปัญหาแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงนั้นมีให้เห็นแทบทุกบ้าน ฉะนั้นแล้วเงินที่ส่งมาจึงแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน แต่ก็ยังมีปัญหาอีกจนได้ 

เห็นทีการรับเธอเข้ามาเป็นภรรยาคงเป็นเรื่องผิดพลาดที่ไม่อาจแก้ไขให้ดีขึ้นได้จริง ๆ แน่นอนว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายที่ได้ภรรยาใหม่แล้วทอดทิ้งลูกที่เกิดจากภรรยาเก่า และไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้เหม่ยอิงลูกสาวที่เกิดจากหญิงที่เขารักดั่งชีวิตต้องอยู่อย่างยากลำบาก

แม้จะมีบางครั้งที่เธออาจจะถูกรังแกลับหลัง แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ไม่ถึงขั้นเลือดตกยางออก บางครั้งเขาเองก็ไม่อยากให้ลูกสาวเปราะบางจนเกินไปขนาดที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ เรื่องไหนที่เขาจัดการได้เขาก็จะจัดการให้เหมาะสม ส่วนเรื่องนี้เห็นทีว่าต้องจัดการให้เด็ดขาดกว่าที่แล้วมา

กู้เฉิงพลันทอดมองสำรวจลูกสาวให้ถ้วนถี่กว่าทุกครั้ง ดูจากชุดเก่าที่ลูกสาวสวมอยู่และใบหน้าเล็กตอบเช่นนี้ ทั้งข้อมือยังบางเฉียบแทบจะเรียกได้ว่าหนังหุ้มกระดูก คาดว่าเหมยลี่คงไม่ได้พึ่งทำเช่นนี้เป็นครั้งแรกอย่างแน่นอน

แววตาวาวโรจน์ของผู้เป็นพ่อทำให้กู้เหม่ยอิงรู้สึกได้ใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็จำต้องเล่นบทโศกต่อไปเพื่อแนบเนียนและสมบทบาท 

“แม่เลี้ยงบอกว่าน้องต้องบำรุงให้มากถึงจะแข็งแรงและโตไว จึงขอเงินส่วนของหนูไปซื้อนมให้น้อง”น้ำเสียงสั่นเครือขลาดเขลาจงใจชี้นำผู้เป็นพ่อ

ชายวัยกลางคนถอนหายใจออกมาไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่ของวัน นิ้วยาวนวดคลึงระหว่างคิ้วไปมา เขาหยัดกายลุกขึ้นเดินกลับไปยังห้องนอนส่วนตัวที่อยู่ไม่ไกล หยิบเอาเงินปึกหนึ่งขึ้นมาเพื่อนำออกมาให้ลูกสาวโดยไม่รู้สึกหวงแหนสักนิด

เขาทำงานเสี่ยงชีวิตเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว เงินพวกนี้ก็เพื่อลูก ๆ ทั้งนั้นไม่จำเป็นต้องรู้สึกเสียดาย “อืม นี่เงินที่ลูกขอ ส่วนเรื่องนั้นพ่อจัดการเอง”

กู้เหม่ยอิงรับเงินปึกใหญ่มาไว้ในมืออย่างมึนงง

“มันมากไปหรือเปล่าคะพ่อ?”เธอตั้งใจเพียงแค่จะขอเงินไปซื้อของมาประทินผิวสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้คาดคิดว่าพ่อจะให้เงินเธอหลายร้อยหยวนเช่นนี้

“เอาไปเถอะ ไปซื้อของที่ลูกอยากซื้อ แล้วชวนสหายไปด้วยล่ะ อย่าไปคนเดียว พ่อเป็นห่วง”ความห่วงใยถูกเจือไปในน้ำเสียงแหบต่ำ ลูกสาวคนนี้ในสายตาของเขาเธอยังคงเป็นเด็กหญิงตัวน้อยผมเปียที่คอยเรียกเขาว่า ‘พ่อขา’ เสมอ

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”หญิงสาวรับมาเก็บไว้ด้วยหัวใจลิงโลดไม่เบา ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อนั่งนับเงินที่พึ่งได้รับมา

ขณะเดียวกันก็พยายามเค้นความทรงจำถึงสหายของร่างนี้ที่พ่อพูดถึงเมื่อครู่ไปพร้อมกัน

‘อ่า คงหมายถึงลี่จูสินะ’

เมื่อไขข้อข้องใจของตนเองสำเร็จ กู้เหม่ยอิงตั้งใจนับเงินที่ได้มา ก่อนจะนำเงินเก็บไม่กี่สิบหยวนในตู้เสื้อผ้าออกมานับรวมกันเอาไว้ โดยไม่สนใจว่าภายนอกห้องนอนจะเกิดสิ่งใดขึ้นหลังจากที่เธอปิดประตูสนิทแล้ว

“ผมรู้ว่าคุณแอบฟังอยู่”กู้เฉิงเอ่ยเสียงเย็นชาท่ามกลางความเงียบงัน

ทันใดนั้นร่างอวบอิ่มของถังเหมยลี่ก็ค่อย ๆ ก้าวออกมาจากมุมอับ สายตาที่มองสามีนั้นแสดงออกถึงความหวั่นใจไม่น้อย เมื่อความผิดที่ก่อไว้ถูกเปิดโปงจนหมดเปลือก แน่นอนว่ามันทำให้เธอไม่กล้าเดินเข้าไปหาสามีเท่าไหร่นัก

แม้เขาจะไม่เคยทำร้ายร่างกายเธอสักครั้ง แต่คำพูดเจ็บแสบและแววตาเฉยชาตั้งแต่ที่เรามีสัมพันธ์กันในคืนนั้นไม่เคยหายไป ทั้งที่เธอหลงรักผู้ชายคนนี้จนหมดหัวใจ ยอมทิ้งศักดิ์ศรีปีนเตียงชายในดวงใจอย่างหน้าด้าน ๆ 

ไม่น่าเชื่อว่าความสาว ความสวย หรือแม้แต่ลูกชายคนแรกที่เธอพึ่งคลอดให้กับครอบครัวสกุลกู้ ไม่สามารถทำให้เธอเข้าไปนั่งในใจเขาได้เลย

ในเมื่อเขาไม่ได้รักใคร่ในตัวเธอ ปฎิบัติต่อเธออย่างเย็นชา แม้จะมีลูกให้เขาหนึ่งคน แต่ใช่ว่าตำแหน่งคุณนายของเธอในบ้านหลังนี้จะมั่นคง นั่นก็ทำให้ถังเหมยลี่ไม่กล้ามีปากเสียงกับสามีมากนัก ต่อหน้าสามีเธอค่อนข้างสงบปากสงบคำ ทำหน้าที่เลี้ยงลูกชายอย่างเจียมตัวมาตลอด ไม่กล้าทำให้เขาขุ่นเคืองใจแม้แต่น้อย

“คุณพี่คะ เรื่องนั้นลูกน่าจะเข้าใจผิด คือฉัน…”

นัยน์ตาแข็งกร้าวตวัดมองคนพูดในทันที กู้เฉิงไม่รอให้ภรรยาพูดจบ เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้ารักเหม่ยอิงเหมือนลูกไม่ได้ ก็อย่ายุ่งกับเธอ แล้วหากผมรู้ว่าคุณทำร้ายลูกของผมไม่ว่าวิธีไหน ผมจะส่งคุณกลับบ้านเดิม…ทันที!”

ถังเหมยลี่ได้ยินสามีประกาศร้าวเช่นนั้นก็ถึงกับเข่าอ่อนทรุดกายลงนั่งที่พื้นแทบจะทันที เข่าสองข้างคลานเข้าไปกอดขาสามีด้วยท่าทีลนลาน

“ไม่นะคะ คุณพี่!”เสียงสั่นเครือพูดขึ้นด้วยน้ำตาอาบหน้า 

เธอไม่มีทางกลับบ้านเดิมอย่างเด็ดขาด

นัยน์ตาคมกริบปรายตามองภรรยาอย่างเย็นชา เขาไม่ลังเลที่จะดึงขาออกจากการเกาะกุมของผู้หญิงน่ารังเกียจอย่างถังเหมยลี่

กู้เฉิงโน้มใบหน้าลงต่ำ ก่อนจะเค้นเสียงรอดไรฟัน 

“อาซวานไม่จำเป็นต้องมีแม่จิตใจแบบคุณ และคุณก็น่าจะรู้ว่าผมทำได้อย่างที่พูดจริง ๆ เหมยลี่ อย่าบังคับให้ผมต้องใจร้าย”

หญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็รับรู้ได้ถึงชะตาชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้นหากเธอเลือกขัดคำสั่งของเขา ใบหน้าโศกเศร้าพยักขึ้นลงถี่รัวราวกับไก่จิก

“ฉัน…เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะไม่ทำอีก ฉันสาบาน”ถังเหมยลี่ยกมือขึ้นชูสามนิ้วแทบจะทันทีที่พูดจบ

เธอยอมแล้ว ยอมแล้วทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ที่นี่ต่อกับลูกชาย เธอจะไม่มีวันปล่อยให้อาซวานอยู่ที่นี่เพียงลำพัง 

เธอวาดหวังเอาไว้ว่าในอนาคตลูกชายของเธอจะต้องขึ้นเป็นผู้นำตระกูลกู้ อนาคตเธอต่อจากนั้นจะไม่มีทางลำบาก ถึงตอนนั้นต่อให้พ่อของลูกจะไม่รักใคร่ในตัวเธอก็ไม่ได้สลักสำคัญอีกต่อไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป