บทที่ 7 คลังเสบียงขนาดย่อม
กู้เหม่ยอิงใช้เวลาอยู่กับตนเองภายในห้องนอนคับแคบอย่างเงียบเชียบ หญิงสาวไม่ได้สนใจว่าด้านนอกนั้นจะเกิดอะไรขึ้น เพราะกำลังรู้สึกมีความสุขกับเงินที่พ่อให้มา พลางเริ่มวางแผนการใช้เงินอย่างรัดกุม ซึ่งนิสัยการใช้จ่ายเงินเช่นนี้ติดตัวเธอมาตั้งแต่ชีวิตก่อนแล้ว ไม่ว่าจะมีรายได้มากขนาดไหน รายรับรายจ่ายอย่างไรก็ต้องแจกแจงให้ละเอียด
การใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย ไม่รู้จักเก็บออมไม่ใช่นิสัยของเธอ
หลังจากเก็บเงินไว้ในที่ที่ปลอดภัยแล้วร่างบางนอนเกลือกลิ้งไปมาบนที่นอนแข็งไม่นานก็ผล็อยหลับไป จนกระทั่งใกล้เวลาอาหารเย็นจึงตื่นขึ้นมา
เพื่อไม่ให้เป็นที่น่าสงสัยจนเกินไป กู้เหม่ยอิงเลือกที่จะทำตามหน้าที่ของเธอในบ้านหลังนี้ต่อไป หลังจากล้างหน้าล้างตาจนสดชื่น หญิงสาวในชุดเก่าซอมซ่อไม่ต่างจากคนรับใช้เดินเข้าไปในส่วนของครัวซึ่งอยู่ในสุดของตัวบ้าน
หากว่ากันตามจริงด้วยนิสัยที่ติดตัวมาใช่ว่าจะชอบทำงานบ้านเสียเมื่อไหร่ แต่การมาอยู่ในร่างนี้ซึ่งกู้เหม่ยอิงทำทุกอย่างราวกับคนรับใช้ของบ้าน งานอื่นจะไม่ทำก็แล้วไปเถอะ แต่อาหารแต่ละมื้อหากเธอไม่เป็นคนทำแล้วจะกินอะไรกันเล่า อีกอย่างเธอเชื่อว่าแม่เลี้ยงก็คงไม่ทำอย่างแน่นอน
ดวงตากลมใสมองสำรวจไปยังรอบห้องครัว มันแทบไม่มีวัตถุดิบให้ทำอาหารเลยด้วยซ้ำ บนโต๊ะมีเพียงตะกร้าผักที่สภาพดูไม่น่ากินเท่าไหร่นัก
นี่ขนาดพ่อกลับมาแล้วถังเหมยลี่ก็ยังไม่คิดจะนำอาหารที่กักตุนไว้ออกมาให้เธอทำอาหารเลยอย่างนั้นเหรอ
พลันนัยน์ตาใสกระจ่างสว่างวาบในทันทีเมื่อนึงสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้ ริมฝีปากบางเผยรอยยิ้มเย็น กู้เหม่ยอิงพาตัวเองไปหยุดยังตู้กับข้าวที่อยู่มุมหนึ่งของห้องครัว
จากความทรงจำแล้วตู้นี้คือ คลังเสบียงขนาดย่อม ที่แม่เลี้ยงมักจะเก็บสะสมอาหารเอาไว้เพื่อกินกับลูกชายเพียงสองคน ส่วนกู้เหม่ยอิงคนก่อนส่วนมากแล้วจะได้กินอาหารที่เหลือจากสองแม่ลูก ซึ่งมักจะมีเพียงเนื้อติดกระดูกและเศษผักเพียงเล็กน้อย บางวันก็อาจจะได้กินน้ำต้มข้าวใส ๆ ที่ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกอิ่มท้องได้เลยสักครั้ง
ไม่รอช้ามือบางคว้าเอามีดปังตอที่อยู่ใกล้มือที่สุดขึ้นมาพร้อมกับฟืนท่อนขนาดพอดีมือ การคลุกคลีกับพี่ชายที่เป็นทหารในชีวิตก่อนนั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าแม่กุญแจตรงหน้าจะหนักหนาอะไร
ปึกกกก!!!
แกร็ก!!!!
เพียงเสี้ยวอึดใจกุญแจที่คล้องอยู่ตรงประตูตู้เก็บเสบียงก็ถูกสะเดาะออกอย่างง่ายดาย กู้เหม่ยอิงแทบไม่ได้ใช้แรงอะไรมากมายเลยด้วยซ้ำ
ทันทีที่ประตูสองบานเปิดออกสิ่งแรกที่ปะทะสายตาของเธอคือไข่ไก่แปดฟองในตะกร้าที่ถูกเรียงไว้อย่างดี ข้างกันมีหมูสามชั้นชิ้นโตน้ำหนักน่าจะราว ๆ หนึ่งกิโลกรัมได้ ทั้งข้าวขาวอย่างดี แป้งสองสามชนิดที่เธอยังไม่ได้สำรวจว่าคือแป้งอะไรบ้าง ผักดองไหเล็กที่ปิดฝาอย่างดี เนื้อตากแห้ง น้ำตาลทรายแดง และหัวมันอีกหลายหัวที่แม่เลี้ยงซุกซ่อนเอาไว้
กู้เหม่ยอิงทยอยหยิบวัตถุดิบในตู้ออกมาเพื่อทำอาหารให้กับทุกคนได้กินในมื้อเย็น และเธอให้สัญญาไว้ตรงนี้เลยว่ามันจะเป็นมื้ออาหารที่ทุกคนจะจดจำมันไปตลอด โดยเฉพาะถังเหมยลี่แม่เลี้ยงของเธอคนนั้น
ด้วยความชำนาญและทักษะต่าง ๆ ที่ติดตัวมาจากชีวิตที่แล้ว หญิงสาวใช้เวลาอยู่หน้าเตาไฟเพียงครึ่งชั่วโมง อาหารหกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมส่งกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยลอยไปไกลหลายบ้าน
ขณะเดียวกันกับถังเหมยลี่ที่กำลังอาบน้ำให้ลูกชายวัยสองขวบอยู่ในห้องน้ำ กลิ่นอาหารจานเนื้อที่โชยมาเป็นระยะนั้นทำให้เธออดน้ำลายไหลไม่ได้
ไม่รู้ว่าบ้านไหนกันกล้าทำอาหารจานเนื้อในช่วงเวลายากลำบากเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าที่บ้านนั้นคงมีงานเลี้ยงเล็ก ๆ หรอกเหรอ
ถังเหมยลี่คิดไปก็กลืนน้ำลายไปจนกระทั่งอาบน้ำแต่งตัวให้ลูกชายจนเสร็จเรียบร้อย
คุณนายทหารอุ้มลูกชายเดินออกมาจากห้องนอนที่อยู่อีกด้านห่างจากห้องนอนของสามีไปพอสมควร กู้จื่อซวานถูกจับให้นั่งใกล้กับพี่สาว เพราะผู้เป็นแม่จงใจให้กู้เหม่ยอิงป้อนข้าวน้องชายให้อิ่มเสียก่อน จึงจะกินส่วนของตนเองได้ และจะเป็นเช่นนี้เสมอ
ถังเหมยลี่นั่งลงยังตำแหน่งของตนเองที่อยู่ระหว่างสามีและลูกชาย เธอเหลือบมองอาหารหลายจานบนโต๊ะ พลันขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นปม รู้สึกตงิดใจแปลก ๆ ถึงที่มาของอาหารพวกนี้ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยทักท้วงออกไปเพราะตนเองพึ่งถูกคาดโทษจากสามีไป หากมีปากเสียงขึ้นมาอีกคงไม่ดีสำหรับเธอและลูกชาย
เมื่อทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว หัวหน้าครอบครัวอย่างกู้เฉิงจึงเริ่มขยับตะเกียบเป็นคนแรก เขาคีบเอาสามชั้นตุ๋นเนื้อมันวาวเข้าปากอย่างไม่ลังเล สัมผัสนุ่มเด้งและรสชาติกลมกล่อมทำเอาชายชาติทหารแทบจะกลืนลิ้นตนเองลงไปด้วย ระหว่างที่เขาทำงานแน่นอนว่าแทบไม่ได้กินอาหารดี ๆ เลยด้วยซ้ำ แม้แต่ข้าวขาวร้อน ๆ ยังนับถ้วยได้เลยที่เขากินเข้าไปตลอดสามเดือนนี้
แต่พอกลับมาถึงบ้านมีลูกสาวคนดีทำอาหารมื้อใหญ่ทั้งยังเป็นจานเนื้อให้กินเช่นนี้ รสชาติอร่อยกลมกล่อมทำให้เขารู้สึกว่าการกลับมาที่บ้านบ่อย ๆ ก็ไม่แย่เสมอไป หากไม่นับรวมการที่ต้องอยู่ร่วมบ้านกับถังเหมยลี่น่ะ
“รสชาติดี”กู้เฉิงไม่ลืมเอ่ยชมลูกสาว ก่อนจะเริ่มคีบอาหารจานอื่นต่อ ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอยู่ในใจ เขาไม่ได้กลับบ้านมานานฝีมือทำอาหารของลูกสาวก้าวหน้าไปมากทีเดียว
กู้เหม่ยอิงยิ้มกว้างรับคำชมของผู้เป็นพ่อ ก่อนจะคีบสามชั้นชิ้นพอดีคำเข้าปากบ้าง เธอรู้ดีว่าการป้อนข้าวอาซวานเป็นหน้าที่ของพี่สาวที่แสนดีอย่างเธอ
แต่วันนี้ขอเป็นพี่สาวแย่ ๆ สักวันก็แล้วกัน ลูกใครก็รับผิดชอบเอาเองเถอะ มือเรียวเร่งพุ้ยข้าวเข้าปากโดยไม่สนใจสองแม่ลูกตรงหน้าอีก
เมื่ออิ่มแล้วก็พอดีกับที่สามชั้นในจานนั้นหมดพอดี หญิงสาวลุกเดินไปยกหม้อในครัวมาเติมให้พ่อได้กินอย่างจุใจ
“พ่อคะ หนูขอตักแบ่งสามชั้นตุ๋นไปให้บ้านลี่จูสักหน่อยได้ไหมคะ?”
“เอาสิ ฝากบอกลุงจางด้วยล่ะ ว่าพรุ่งนี้พ่อจะไปหาที่บ้าน”กู้เฉิงตอบรับอย่างไม่คิดมาก เขาเองก็รู้สึกอิ่มแล้วเช่นกัน กับข้าววันนี้มีถึงหกอย่าง หากจะแบ่งไปบ้านท่านผู้นำซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่เขาสนิทมาตั้งแต่วัยเด็กสักเล็กน้อยก็คงไม่เป็นไร
“ได้ค่ะ”เสียงใสรับคำและทำตามในทันที
กู้เหม่ยอิงตักในส่วนของที่บ้านไว้จนเต็มจาน ส่วนที่เหลือเธอถือเข้ามาในครัว ก่อนจะตักแบ่งใส่อีกจานจนหมดหม้อ ในตู้เสบียงเหลือไข่ไก่อยู่สามฟอง กับเนื้ออีกเล็กน้อยและข้าวขาว มือเรียวหยิบแบ่งใส่ตะกร้าไปด้วย ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปโดยไม่ได้สนใจสีหน้าและแววตาของแม่เลี้ยงที่มองเธออย่างคาดโทษสักนิด
ถังเหมยลี่มองลูกเลี้ยงกับสามีสลับกันไปมา เธอรู้สึกราวกับส่วนเกินของบ้านหลังนี้ก็ไม่ปาน ทุกการเป็นไปของสองพ่อลูกนั้นราวกับไม่จำเป็นต้องมีเธอไปเกี่ยวข้องเลยก็ว่าได้ แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอด
ตอนนี้ไม่มีอะไรน่าโมโหเท่ากับนางเด็กโสโครกเห็นแก่ตัวที่รีบกินข้าวรีบชิ่งลุกจากโต๊ะไปโดยไม่สนใจดูแลลูกชายของเธอด้วยซ้ำ เป็นเธอเองที่ต้องป้อนข้าวลูกชายอย่างเร่งรีบเพราะเด็กคนนี้กินเก่งมาก
เธอต้องป้อนข้าวลูกชายไม่ให้ขาด จนตนเองไม่มีเวลาได้คีบอาหารเข้าปากสักคำ สามีก็กินในส่วนของตนเองหน้าตาเฉย เขาไม่สนใจใยดีว่าเธอจะได้กินข้าวหรือไม่ด้วยซ้ำ
พลันนึกไปถึงเด็กสาวที่พึ่งวิ่งออกจากบ้านไปอย่างขุ่นเคือง ตั้งแต่โดนพ่อตบหน้าจนล้มหัวกระแทกโต๊ะ ไม่รู้สติฟั่นเฟือนไปถึงไหน วันนี้เด็กนั่นทำให้เธอโมโหไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
กู้จื่อซวานที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อข้าวหมดปากแล้วเขาก็เตรียมอ้าปากรอคำต่อไป พอผู้เป็นแม่ป้อนไม่ทันใจเขาก็ส่งเสียงร้องท้วงออกมาอย่างเอาแต่ใจ ยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้ถังเหมยลี่มากขึ้นไปอีก
