บทที่ 3 ตอนที่ 3 ฟูกเหม็นเน่า

“เสี่ยวหลิงไปหยิบชุดใหม่ของลูกมานะ เดี๋ยวแม่ขอหยิบของก่อนแล้วเราค่อยไปอาบน้ำกันนะจ๊ะ”ฟู่หว่านถิงกล่าวกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

หลังจากลูกสาวเดินเข้าห้องนอนของตนเองไป ผู้เป็นแม่จึงเดินแยกเข้าห้องนอนของตนเอง บ้านหลังนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้เพราะเจ้าของร่างเดิมไม่ได้กระตือรือร้นที่จะติดต่อขอมา อีกอย่างคงเป็นเพราะไม่อยากจ่ายเงินค่าไฟเสียมากกว่า

ตอนนี้แสงจากดวงอาทิตย์หมดไปแล้ว ฟู่หว่านถิงเดินไปจุดตะเกียงที่มุมห้องเพื่อเพิ่มแสงสว่าง เมื่อกวาดมองไปยังพื้นที่ภายในห้องก็คงต้องบอกได้คำเดียวเลยว่า “ฟู่หว่านถิง เธอนี่มันตัวขี้เกียจชัด ๆ เลย”

เธอบ่นออกมาอย่างเหลืออดเมื่อได้เห็นว่าสภาพฟูกนอนนั้นทั้งเก่าและสกปรก ตามผนังก็เต็มไปด้วยหยากไย่ แถมกลิ่นในห้องก็ยังเหม็นสาบมากอีกด้วย ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ร่างเดิมอาศัยอยู่ในที่แบบนี้ได้อย่างไรกัน

ฟู่หว่านถิงหายเข้าไปในมิติห้างสรรพสินค้า เลือกหยิบเอาของใช้ส่วนตัวสำหรับผู้ใหญ่และของเด็กอีกสองชุดออกมา เครื่องนอนสำหรับคืนนี้ และเมื่อครู่เห็นว่าผ้าเช็ดตัวที่มีอยู่นั้นไม่น่าใช้เอาเสียเลยจึงได้หยิบติดมือออกมาด้วย

หลังออกจากมิติฟู่หว่านถิงจึงเปิดหน้าต่างบานเก่าออกเพื่อระบายกลิ่นอับและความชื้น จากนั้นจึงรื้อฟูกและหมอนเก่าโยนออกไปด้านนอกหน้าต่าง แล้วปูด้วยฟูกอันใหม่เอี่ยมที่หยิบมาจากในมิติ

“ถึงฉันจะไม่ใช่คนเรื่องมาก แต่ฟูกเหม็นเน่าของเธอฉันรับไม่ได้จริง ๆ”

ไม่รู้ว่าวิญญาณของฟู่หว่านถิงยังคงอยู่แถวนี้หรืออาจจะได้ยินในสิ่งที่เธอบ่นออกมาหรือไม่ แต่อย่างไรก็ช่างเถอะ...ในเมื่อมันเหม็นมากจริง ๆ เจ้าตัวเองก็ต้องยอมรับล่ะนะ

เมื่อเปิดประตูห้องออกมาก็พบว่าลูกสาวยืนถือเสื้อผ้ามายืนรออยู่หน้าห้องแล้ว นอกจากนี้หางตาของเธอยังพบว่าเด็กชายที่ก่อนหน้านี้คล้ายไม่สนใจอาหารมื้อเย็น ทว่าตอนนี้กลับกำลังเติมข้าวต้มใส่ชามของตัวเองอยู่

เขายอมกินบ้างก็นับว่าดีแล้ว ฉะนั้นเธอจึงไม่ได้คิดจะเปิดโปงแต่อย่างใด เพียงแค่อมยิ้มให้กับความเป็นเด็กของกัวเทียนอวี่ แล้วหันมากล่าวกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “วันนี้แม่จะอาบน้ำให้เสี่ยวหลิงเอง เราไปกันเถอะ”

เด็กหญิงดีใจไม่น้อยที่ในที่สุดผู้เป็นแม่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้เสียที ระหว่างทางเดินไปยังห้องน้ำด้านนอกมือเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยสะอาดเท่าใดนักจึงถือโอกาสจับจูงมือของแม่เอาไว้แน่น เมื่อเห็นว่าแม่ไม่ได้ดุด่าเช่นเมื่อก่อนใบหน้าเล็กตอบจึงได้ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข

ห้องน้ำของบ้านนี้ไม่ได้ดีเท่าไหร่นักหากเทียบกับยุค 2026 ที่เธอจากมา แต่ก็ถือว่าดีกว่าไปขอใช้ห้องน้ำส่วนกลางที่คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านใช้กัน หมู่บ้านที่ห่างไกลเช่นนี้แน่นอนว่ายังไม่มีระบบน้ำประปา น้ำที่ใช้จึงเป็นน้ำที่ลูกชายไปตักมาจากลำธารท้ายหมู่บ้านในทุกวัน

หลังจากปิดประตูเรียบร้อยฟู่หว่านถิงบอกให้ลูกสาวถอดเสื้อผ้าออก และเด็กน้อยเสี่ยวหลิงก็รับคำทำตามอย่างเชื่อฟัง ส่วนตนเองหันมาวางอุปกรณ์อาบน้ำที่เตรียมมาเอาไว้ด้านข้างตุ่มน้ำเพื่อให้สะดวกต่อการหยิบใช้งาน

“อันนี้คืออะไรเหรอคะแม่?”กัวอี้หลิงถามผู้เป็นแม่ด้วยความสงสัย ขณะมือเล็กหยิบขวดสีใสที่มีลวดลายสวยงาม เด็กหญิงไม่เคยเห็นขวดที่สวยงามเช่นนี้มาก่อน ทั้งของเหลวสีชมพูข้นหนืดข้างในยิ่งไม่เคยพบเห็น

“นี่เป็นแชมพูและนี่ก็คือสบู่เหลวสำหรับเด็ก ส่วนนี่เป็นแปรงสีฟันและยาสีฟันของเสี่ยวหลิงจ๊ะ”ผู้เป็นแม่อธิบายให้กับลูกสาวฟังอย่างใจเย็น โดยไม่ลืมมอบแปรงสีฟันเด็กสีชมพูหวานแหววและยาสีฟันกลิ่นวานิลลาให้กับลูกสาว

เมื่อได้รับสิ่งของจากผู้เป็นแม่ครั้งแรก กัวอี้หลิงอดที่ไม่ได้ที่จะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ก่อนจะหันมาถามย้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้ฟังอะไรผิดเพี้ยนไป “แม่ให้หนูเหรอคะ?”

“ใช่จ๊ะ มาเริ่มแปรงฟันกันก่อนนะ”ทั้งที่เป็นเรื่องทั่วไปแต่หลังจากกล่าวจบแล้วไม่คิดว่าลูกสาวตัวน้อยจะมีสีหน้างุนงงเช่นนี้

ฟู่หว่านถิงไม่รอช้าจึงได้เอ่ยถามลูกสาวเกี่ยวกับการทำความสะอาดร่างกายตนเองในทุกวัน และคำตอบที่ได้รับจากปากเล็ก ๆ นั่นก็ทำให้เธอรู้สึกตกใจไม่น้อย เพราะปกติแล้วเสี่ยวหลิงจะทำเพียงแค่บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าเท่านั้น

ส่วนร่างกายก็ไม่ต่างกันเพียงแค่ใช้น้ำล้างแบบผ่าน ๆ ไม่ได้ขัดถูหรือใช้สบู่ทำความสะอาดผิวกายแต่อย่างใด และฟู่หว่านถิงก็เดาได้เลยว่าลูกชายก็คงทำแบบเดียวกันกับน้องสาวของเขาอย่างแน่นอน

หลังจากสอนลูกสาวแปรงฟันแล้วทำให้ฟู่หว่านถิงค้นพบว่าเด็กน้อยเสี่ยวหลิงคนนี้ฉลาดและหัวไวไม่เบาเลย เธอสอนเพียงไม่กี่คำก็สามารถจดจำและทำตามได้เป็นอย่างดี สำหรับคนเป็นแม่แล้วย่อมไม่ลืมเอ่ยชื่นชมเพื่อให้ลูกสาวมีกำลังใจทำมันให้ดีที่สุดในครั้งถัดไป

“เอาล่ะ หันมากอดแม่เอาไว้นะ เรามาสระผมกัน”

เด็กหญิงเสี่ยวหลิงรับคำผู้เป็นแม่เสียงใส ก่อนจะสวมกอดร่างของแม่เอาไว้แน่น โดยเอนศีรษะไปด้านหลังเล็กน้อยตามที่แม่บอก ทันทีที่น้ำเย็นราดลงบนเส้นผมทำให้กัวอี้หลิงสะดุ้งเล็กน้อย

“อดทนหน่อยนะเด็กดี เสร็จแล้วผมลูกก็จะหอมมากเชียวล่ะ”

ฟู่หว่านถิงกล่าวเสียงนุ่ม มืออวบเทแชมพูสำหรับเด็กลงบนผมยุ่งเหยิงของลูกสาวแล้วเริ่มลงมือสระผมให้อย่างเบามือที่สุด

ผมยาวของกัวอี้หลิงนั้นต้องสระถึงสี่ครั้งถึงจะคลายออกจากกันจนทิ้งตัวตรงสลวย ไม่รู้ว่าปล่อยให้พันกันขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้ว ยังดีที่ไม่หนักหนาจนถึงขั้นต้องตัดบางส่วนทิ้ง หลังจากจัดการผมยาวเรียบร้อยแล้วจึงได้เริ่มอาบน้ำและขัดคราบไคลตามผิวให้กับเด็กน้อย ซึ่งก็ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงจึงเสร็จเรียบร้อย

“เสี่ยวหลิงของแม่ ลูกตัวหอมมากเลย ผมลูกต้องเช็ดต่ออีกหน่อยนะ แห้งแล้วก็นอนได้แล้วล่ะจ๊ะ”ก่อนหน้านี้เธอเช็ดผมยาวของเสี่ยวหลิงจนเปียกหมาด แต่หากต้องเช็ดต่อจนแห้งกว่าตนเองจะได้อาบน้ำก็คงดึกดื่น

เช่นนั้นแล้วก็ควรปล่อยให้เด็กน้อยช่วยเหลือตนเองดูก่อน เอาไว้เธออาบน้ำเสร็จแล้วค่อยไปตรวจสอบอีกทีก็ยังได้

เด็กหญิงฉีกยิ้มกว้างเมื่อได้รับคำชมจากผู้เป็นมารดา ก่อนจะสูดดมไปที่แขนและปลายผมของตนเอง กลิ่นหอมโชยอ่อนที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนทำให้กัวอี้หลิงรู้สึกชื่นชอบสิ่งที่เรียกว่าแชมพูและสบู่เหลวเป็นอย่างมาก

“หนูไม่เคยตัวหอมขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะแม่ ขอบคุณนะคะ”

ฟู่หว่านถิงย่อตัวเล็กน้อยให้อยู่ในระดับเดียวกันกับลูกสาว ก่อนจะลูบผมนิ่มที่ตนเองเป็นคนสางให้กับมือก่อนหน้านี้ “เป็นสิ่งที่แม่สมควรทำอยู่แล้วจ๊ะ”

เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วเห็นว่าแม่เองก็ต้องอาบน้ำเช่นเดียวกัน กัวอี้หลิงจึงเอ่ยขอตัวออกจากห้องน้ำ “อย่างนั้นหนูไปก่อนนะคะ”

“ช้าก่อน แม่มีเรื่องให้เสี่ยวหลิงช่วยสักหน่อย ช่วยแม่ได้หรือไม่?”

หลังกล่าวจบรอให้เจ้าตัวเล็กพยักหน้าให้ความร่วมมือ ฟู่หว่านถิงจึงได้กล่าวต่อไปว่า “สิ่งที่แม่สอนไปเมื่อครู่หนูช่วยเอาไปสอนพี่ใหญ่หน่อยนะ แล้วนี่เป็นส่วนของเขา แม่ฝากเสี่ยวหลิงนำไปมอบให้พี่ใหญ่ได้หรือไม่?”

“ได้ค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงเสี่ยวหลิงทำได้สบายมาก”กล่าวจบมือเล็กก็ตบลงบนหน้าอกของตนเองราวกับต้องการให้แม่เชื่อมั่นในตนเอง

ซึ่งท่าทางแข็งขันของเด็กน้อยก็ทำให้ฟู่หว่านถิงหัวเราะออกมาด้วยความขบขันปนเอ็นดู “เก่งมากเด็กดี ไปเถอะจ๊ะ”

ขณะกล่าวชมมืออวบก็ลูบข้างแก้มของลูกสาวแผ่วเบา ก่อนจะส่งเธอออกจากห้องน้ำไป หลังจากนั้นจึงหันมาทำความสะอาดร่างกายของตนเองบ้าง

ระหว่างที่แม่และน้องสาวไม่อยู่ในบ้าน กัวเทียนอวี่ก็จัดการข้าวต้มหมูสับในหม้อจนหมดเกลี้ยงด้วยความหิวโหย เขาไม่เคยรู้สึกอิ่มขนาดนี้มาก่อน หน้าท้องที่เคยแบนราบราวกับคนไม่มีไส้ ตอนนี้กลมป่องจนเกรงว่าจะปริแตกออกมา

เด็กชายยกภาชนะทั้งหมดไปล้างหลังบ้านโดยไม่ต้องให้ใครบอก ราวกับเดิมทีเขาก็ทำหน้าที่นี้เป็นประจำอยู่แล้ว หลังจากคว่ำชามที่ล้างเสร็จแล้วผึ่งลมเอาไว้ก็เห็นว่าน้องสาวเดินเข้าบ้านมาพอดี

“พี่ใหญ่ ของพวกนี้แม่ฝากมาให้พี่”เสียงเล็กสดใสกล่าวด้วยรอยยิ้ม ขณะยื่นขวดแชมพู สบู่เหลวและยาสีฟันแปรงสีฟันอันใหม่เอี่ยมให้กับพี่ชาย

“เสี่ยวหลิงเก็บเอาไว้ใช้เถอะ”

กัวเทียนอวี่ตอบน้องสาวไปตามความเคยชิน แต่ทว่ามือเล็กคู่นั้นกลับไม่ยอมรามือโดยง่าย กัวอี้หลิงยังคงดึงดันที่จะมอบมันให้กับเขา

“ไม่ได้ ๆ อันนี้ของพี่ใหญ่ ของฉันมีแล้ว”

“มีแล้ว?”

เด็กหญิงเสี่ยวหลิงพยักหน้าให้กับพี่ชายสองสามครั้ง พลางนึกไปถึงของใช้ที่ตนเองพึ่งได้รับมาก่อนหน้านี้ แล้วตอบไปว่า “อื้ม แม่ก็มอบให้ฉันเหมือนกัน แล้วยังอาบน้ำสระผมให้อีกด้วย พี่ใหญ่ดมดูสิตัวฉันหอมมากเลย”

“เธอดีกับเสี่ยวหลิงก็ดีแล้ว”

“มาเถอะฉันจะสอนพี่ใช้เอง”ว่าจบก็เริ่มอธิบายว่าสิ่งที่มอบให้ไปใช้สำหรับส่วนไหนของร่างกายบ้าง ส่วนแปรงสีฟันต้องใช้อย่างไรและการแปรงฟันที่ถูกวิธีเป็นอย่างไร ทุกคำพูดของกัวอี้หลิงนั้นถอดแบบจากผู้เป็นแม่มาไม่มีผิดเพี้ยน ทำเอาคนที่ตั้งใจฟังรู้สึกเพลิดเพลินและทึ่งในเวลาเดียวกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป