บทนำ
บท 1
ในยามโพล้เพล้พื้นที่บริเวณส่วนท้ายสุดของหมู่บ้านติดกับเชิงเขาเป็นที่ตั้งของบ้านสกุลกัวสายรอง ท่ามกลางความเงียบสงัดทว่ากลับเกิดเสียงร่ำไห้ของเด็กหญิงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ลูกสาวคนเล็กของบ้านยืนเคียงข้างร่างไร้ลมหายใจของผู้เป็นมารดา มือเล็กที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินจับแขนข้างหนึ่งเอาไว้พร้อมกับออกแรงเขย่าอยู่นานสองนานอย่างไม่ยอมแพ้
ทั้งที่รู้ว่าผู้เป็นแม่ไม่อาจฟื้นขึ้นมา แต่ทว่าสำหรับเด็กหญิงวัยแปดขวบนั้นกลับเป็นความจริงที่ยากจะยอมรับ กัวอี้หลิง ยังคงเขย่าร่างของมารดาอยู่นานนับสิบนาทีโดยสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในสายตาของคนเป็นพี่ชายทั้งสิ้น
“แม่คะ! แม่ ฮึก! ฮือ แม่อย่าทิ้งพวกเราไป!”เสียงเล็กปนสะอื้นยังคงเรียกร้องด้วยความหวังว่าผู้เป็นแม่จะฟื้นขึ้นมาเสียที
เมื่อสองปีก่อนพ่อจากพวกเราไปแล้ว ตอนนี้แม่ยังจะจากพวกเราไปอีกคนอย่างนั้นหรือ...แล้วตนเองและพี่ชายจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรต่อจากนี้
กัวเทียนอวี่ เฝ้ามองน้องสาวด้วยความสงสารจับใจ แต่ทว่าเมื่อเลื่อนสายตาไปยังร่างของมารดาที่ฟุบหน้าหมดสติไปกับโต๊ะกินข้าว และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้กลับทำให้เด็กชายวัยสิบสองปีรู้สึกว่า ‘เป็นเช่นนี้ก็สมควรแล้ว...’
เมื่อไม่กี่นาทีก่อนตนได้รับหมั่นโถวสองลูกที่ผู้เป็นย่าแอบเเบ่งให้จึงได้วิ่งนำมาแบ่งให้เสี่ยวหลิงกินคนละลูก แต่แม่กลับเข้ามาเห็นพอดีจึงเกิดโมโหลงมือทุบตีเราสองคนพี่น้อง ก่อนจะแย่งหมั่นโถวสองลูกนั้นไปกินคนเดียว อาจเพราะความเร่งรีบจึงทำให้หมั่นโถวติดคอและหมดลมหายใจไปต่อหน้าต่อตาพวกเรา
ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด แต่ทว่ากัวเทียนอวี่กลับไม่กระตือรือร้นให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด มิหนำซ้ำเด็กชายยังเอาแต่ทอดสายตามองไปยังผู้เป็นแม่ที่กำลังหน้าดำหน้าแดงจากการที่อาหารติดคอด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
“พอเถอะเสี่ยวหลิง เธอตายไปแบบนี้ก็ดีแล้ว”น้ำเสียงของเด็กชายนั้นเต็มไปด้วยความเฉยชาอย่างที่สุด มือเล็กหยาบกร้านจากการทำงานรับใช้ผู้เป็นแม่มาหลายปีของกัวเทียนอวี่จับประคองร่างสั่นเทาของน้องสาวเอาไว้
เด็กชายไม่เรียกหญิงตรงหน้าว่าแม่มาตั้งแต่จำความได้ ความเลวร้ายที่อีกฝ่ายปฏิบัติต่อพวกเรานั้น ทำให้กัวทียนอวี่รู้สึกเกลียดชังมากกว่าจะรักใคร่อย่างแม่ลูกเสียอีก ทั้งทำตัวเกียจคร้าน งานการไม่หยิบจับ ทุบตีเราสองคนอย่างไร้เหตุผล แล้วเมื่อครู่ยังจะแย่งอาหารที่ย่าแบ่งให้เราสองคนไปกินคนเดียวอีก
แววตาสาแก่ใจนั้นจับจ้องไปยังผู้เป็นแม่ไม่วางตา นั่นยิ่งทำให้กัวอี้หลิงตวัดมองพี่ชายอย่างไม่พอใจนัก จริงอยู่ที่เมื่อก่อนแม่ใจร้ายกับพวกเราไม่น้อย แต่ทว่าถึงอย่างไรก็เป็นแม่ผู้ให้กำเนิดไม่ใช่หรือ ความกตัญญูต่อบุพการีเป็นสิ่งที่พ่อสอนพวกเราสองพี่น้องมาตลอด แล้วเหตุใดพี่ใหญ่ถึงได้พูดออกมาเช่นนี้
“พี่ใหญ่พูดอะไรน่ะ? ไม่ว่าอย่างไรนี่ก็คือแม่ของพวกเรานะ!! ฮือออ!”
กัวเทียนอวี่สวมกอดร่างสั่นเทาของน้องสาวเอาไว้ หวังให้คนที่กำลังร่ำไห้อย่างหนักค่อย ๆ สงบลง พลันคิดในใจว่าในโลกนี้มีใครไม่ตายบ้างหรือ แม้แต่พ่อที่เป็นที่พึ่งเดียวของพวกเราก็จากพวกเราไปแล้วเมื่อสองปีก่อน
วันนี้หากเป็นแม่ที่ตายจากไปอีกสักคน จากนี้เขาก็เพียงแค่ใช้ชีวิตต่อไปและเลี้ยงดูน้องสาวให้ดีก็เท่านั้น
“ไม่เอาน่าเสี่ยวหลิง ตายก็คือตาย จำไม่ได้หรือว่าก่อนหน้านี้เธอทำกับพวกเราอย่างไรน่ะ!”คนเป็นพี่ชายไม่ลืมเน้นย้ำในสิ่งที่แม่เคยทำกับพวกเราสองคนพี่น้องเอาไว้ก่อนหน้านี้ น้องสาวยังเด็กมากหากเธอจะลืมเลือนไปชั่วขณะก็ไม่ผิด
แต่เขาโตกว่าและจดจำทุกเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำ ย่อมไม่ลืมที่จะเอ่ยเตือนสติน้องสาวอยู่บ่อยครั้ง จะได้ไม่ใจอ่อนให้กับหญิงเกียจคร้านคนนี้อีก
เฮือกกกก!
ทันทีที่เปลือกตาที่หลับสนิทเปิดขึ้น เธอย่อมได้ยินเสียงสนทนาของเด็กสองคนก่อนหน้านี้ได้อย่างชัดเจน นัยน์ตาคู่โตเพ่งมองไปยังเด็กทั้งสองคนอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามขึ้นอย่างเหม่อลอย
“ใครตาย? ฉันเหรอ? ไม่ โอ๊ยยย!”มืออวบสัมผัสที่ขมับทั้งสองข้างของตนพลางส่งเสียงร้องออกมาน่าเวทนา ท่ามกลางสายตางุนงงของเด็กชายหญิงทั้งสองคนที่กำลังจับจ้องมาที่เธอไม่วางตา
ผ่านไปเพียงเสี้ยวอึดใจหลังจากผ่านพ้นความเจ็บปวดที่บีบรัดรอบศีรษะไปแล้ว ความทรงจำของใครบางคนและเหตุการณ์ที่ดูจะเป็นเรื่องเลวร้ายสำหรับครอบครัวนี้ก็ไหลเวียนเข้ามาในสมองของเธอ
เทียนหอม กวาดมองไปรอบกายด้วยแววตาตื่นตระหนก ก่อนหน้านี้เธอกำลังยืนถ่ายรูปที่สะพานเฉียนซีเหมิน แต่โชคกลับไม่เข้าข้างผู้คนที่นั่นแออัดเบียดเสียดกันมากเกินไป จนทำให้เธอพลัดหลงกับกลุ่มเพื่อนในที่สุด
ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุพลัดตกลงไปในแม่น้ำเย็นเฉียบสายนั้น เทียนหอมยังคงจดจำความรู้สึกหนาวเหน็บถึงกระดูกและความมืดมิดในตอนนั้นได้ไม่ลืม และเดิมทีคิดว่าถึงเวลาที่ชีวิตนี้จบสิ้นลง แต่กลับไม่คิดดว่าจะตื่นขึ้นมาในร่างของหญิงหม้ายเกียจคร้านร่างอ้วนฉุ ที่วัน ๆ ไม่ทำสิ่งใดอย่าง ฟู่หว่านถิง คนนี้
ภายในบ้านหลังเก่าสภาพทรุดโทรมหลังนี้ มีเพียงเด็กชายหญิงหน้าตามอมแมมนั่งมองมาที่ตนด้วยแววตาที่แตกต่างกัน ดวงตาแดงก่ำที่คล้ายกับพึ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักของเด็กหญิงมองมาด้วยความสงสัยปนดีใจ
ทว่าแววตาของเด็กชายอีกคนนั้นกลับเต็มไปด้วยความปราถนาบางอย่างที่เทียนหอมก็ไม่เข้าใจ เพียงแต่ที่ชัดเจนกว่านั้นเห็นจะเป็นแววตาชิงชังที่มองมาที่ตนราวกับเป็นศัตรูคู่อาฆาตมาตั้งแต่ชาติปางก่อนอย่างไรอย่างนั้น
ไม่เข้าใจว่าอะไรกันที่ทำให้เด็กชายที่อายุเพียงแค่นี้สามารถใช้สายตาแบบนี้มองคนอื่นได้อย่างไม่เกรงกลัว...
แต่เมื่อลองนึกถึงภาพความทรงจำของร่างนี้ให้ดี ก็พอจะทำให้เข้าใจถึงการแสดงออกของเด็กคนนี้อยู่บ้าง เจ้าของร่างนี้รังเกียจการแต่งงานครั้งนี้เป็นอย่างมาก แต่ฟู่หว่านถิงจำใจต้องแต่งเข้าสกุลกัวก็เพราะที่บ้านต้องการเงินไปให้น้องชายแต่งภรรยา
แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดโรคระบาดขึ้นงานแต่งของน้องชายยังไม่ทันได้กำหนดวัน โรคระบาดก็แพร่มาถึงหมู่บ้านเสียก่อน คนสกุลฟู่จึงพลอยติดโรคระบาดตายกันจนหมดทั้งครอบครัว เหลือรอดก็เพียงแต่ฟู่หว่านถิงที่แต่งงานมาอยู่กับสามีที่หมู่บ้านอินเหลียงเสียก่อน
ทว่าในความทรงจำกลับไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่าทั้งคู่รังเกียจกันอย่างไร จึงได้มีลูกชายหญิงเกิดขึ้นมาเช่นนี้ หากเป็นยุคที่เธอจากมาการคลุมถุงชนหรือสัญญาหมั้นหมายเกิดขึ้นน้อยมาก และคนที่ชีวิตคู่ล้มเหลวก็สามารถหย่าร้างกันได้อย่างปกติ ชายหญิงต่างก็หาได้มีข้อครหาให้มากมายอย่างเช่นตอนนี้
ฟู่หว่านถิงหลังจากแต่งงานก็มักจะชอบหาเรื่องทะเลาะกับสามีบ่อยครั้ง วัน ๆ เอาแต่กินนอนและทำตัวเกียจคร้าน ไม่คิดจะลุกไปทำสิ่งใดให้เกิดประโยชน์ งานบ้านหรือแม้แต่การหุงหาอาหารก็ล้วนเป็นสามีของเธอทั้งสิ้นที่ลงมือทำ จนกระทั่งคลอดลูกคนที่สองความยากจนทำให้พ่อของเด็กสองคนนี้ตัดสินใจสมัครเข้าไปเป็นทหารแนวหน้า
ระหว่างนี้เมื่ออยู่กันสามคนแม่ลูกก็ใช่ว่าฟู่หว่านถิงจะคิดได้ เธอมีชีวิตอยู่ได้เพราะเงินเดือนที่สามีส่งมาให้ทุกเดือน และลูกชายคนโตก็เป็นคนทำงานบ้านทั้งหมดแทนพ่อของเขาที่ไปประจำการแนวหน้า
บ่อยครั้งที่ฟู่หว่านถิงมักลงมือทุบตีลูกทั้งสองคนอย่างไร้เหตุผล และก็บ่อยครั้งที่เหตุผลนั้นเกิดจากการโมโหหิวจึงได้ทุบตีลูกชายหญิงของตนนั่นเอง เช่นนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลูกชายจะมองมาที่ตนด้วยแววตาแบบนั้น
ที่ผ่านมาเรียกได้ว่าฟู่หว่านถิงคนนี้ทั้งไร้ค่าและเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ดูเอาเถอะลูก ๆ ของเธอหน้าตาน่ารักถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงทำร้ายทุบตีจนร่างกายฟกช้ำขนาดนี้ได้ลงคอกัน
“เสี่ยวหลิงของแม่ ร้องให้ทำไมหรือ?”
เทียนหอมในร่างของฟู่หว่านถิงเอ่ยกับลูกสาวของร่างนี้ด้วยท่าทีอ่อนโยน เธอยื่นมือไปหาเด็กหญิงที่ยังคงตกอยู่ในห้วงความรู้สึกสับสน ดวงตากลมแดงก่ำมองมาที่ผู้เป็นแม่อย่างลังเล ครู่หนึ่งจึงยื่นมือเล็ก ๆ มาสัมผัสมืออวบของแม่เอาไว้
ความอุ่นจากฝ่ามือที่ใหญ่กว่าทำเอากัวอี้หลิงร่ำไห้ออกมาอีกครั้ง ก่อนจะโถมกายเข้าสวมกอดผู้เป็นแม่เอาไว้ แล้วซบใบหน้าเล็กมอมแมมลงบนอกนุ่ม
“แม่คะ! หนูดีใจที่แม่ยังไม่ตาย ฮึก!”
“เสี่ยวหลิงเด็กดี…แม่ไม่เป็นไรแล้ว”
น้ำเสียงนุ่มนวลของผู้เป็นแม่ทำให้กัวอี้หลิงรู้สึกดีใจไม่น้อย สองแขนเล็กนั้นสวมกอดร่างท้วมเอาไว้แน่นอย่างไร้ความกังวล แต่ทว่าสำหรับกัวเทียนอวี่นั้นกลับเอาแต่ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกไม่ไว้ใจ
ก่อนหน้านี้หญิงคนนี้อย่าว่าแต่สวมกอดพวกเรา เพียงแค่เฉียดกายเข้าไปใกล้ก็หาเรื่องทุบตีด่าทอแล้วไม่ใช่หรือ แล้วสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้หมายความว่าอย่างไร นี่คงไม่ใช่ว่าผีเข้าหรอกนะ…
บทล่าสุด
#32 บทที่ 32 ตอนที่ 32 ตัวตนในอดีต
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#31 บทที่ 31 ตอนที่ 31 การศึกษาเปลี่ยนโชคชะตา
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#30 บทที่ 30 ตอนที่ 30 ง่ายกว่าที่คิด
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#29 บทที่ 29 ตอนที่ 29 วันสิ้นปี
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#28 บทที่ 28 ตอนที่ 28 สุขสงบร่มเย็น
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#27 บทที่ 27 ตอนที่ 27 ตอนที่ยังมีโอกาส
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#26 บทที่ 26 ตอนที่ 26 ตัดมันให้ขาด
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#25 บทที่ 25 ตอนที่ 25 คนรักเก่า
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#24 บทที่ 24 ตอนที่ 24 เถ้าแก่สวี
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#23 บทที่ 23 ตอนที่ 23 ซ่อมแซมบ้าน
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026
คุณอาจชอบ 😍
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี













