บทที่ 5 ‘อันตรายมาเยือน’

สอบเสร็จแล้ว ปิดเทอมแล้ว

เย่!!

มีเวลาทำงานหาเงินเต็มที่

“ผักกาด หนูรอมี้ที่ห้องก่อนนะ มี้จะออกไปซื้อของกินมาให้” ว่าพร้อมลูบหัวเจ้าตัวปุกปุยสีขาวที่นอนดูการ์ตูน ทอมแอนด์เจอรี่ ใช่! ฟังไม่ผิดผักกาดชอบดูมาก

เหมียว ~~

ตัวเล็กหันมามองหน้า ร้องเหมียว ~~ แทนคำตอบแล้วหันกลับไปดูการ์ตูนต่อ

“น่ารักที่สุด มี้จะรีบไปรีบมา”

ว่าจบรีบเดินออกจากห้อง คือแบบนี้นะ วันนั้นที่พ่อบอกจะจัดการเรื่องห้องให้ แล้วห้องที่พ่อหาให้ราคาค่าเช่าค่อนข้างแพง

ฉันไม่อยากรบกวนพ่อมากไปกว่านี้ ยิ่งช่วงนี้เห็นบอกงานมีปัญหา และนั่นแหละอะไรที่ช่วยได้ก็อยากช่วย พ่อจะได้ไม่ต้องทะเลาะกับน้าอรอีก ถ้าน้าอรเขารู้ เขาจะไม่พอใจ คืนห้องนั้นไปตัดจบปัญหาที่จะตามมา

ฉัน...เลยแอบหาที่อยู่ใหม่ หาห้องเช่าเล็ก ๆ ราคาย่อมเยา ใกล้มหาวิทยาลัย หน้าปากซอยมีร้านอาหารตามสั่ง มีร้านสะดวกซื้อ

ถึงปากซอยทางเข้าดูเปลี่ยวไปหน่อย แถมต้องเดินไกลเกือบ 500 เมตร กว่าจะถึงห้องพัก

ข้อเสียอีกอย่างคือ ที่นี่ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยอะไรสักอย่าง ความจริงดูมาหลายที่ แต่มีที่นี่ ที่เดียวที่ให้เลี้ยงสัตว์ได้ เอาน่ะ คงไม่มีอะไรหรอก อยู่มาหลายวัน ทุกอย่างปกติไม่มีอะไรที่ดูเป็นอันตรายแค่บางทีข้างห้องเสียงดังไปหน่อย ด่าทอตบดีเวลาผู้ชายกินเหล้าเมากลับห้องดึกดื่น

เดินไปตามทางเดินแคบ ๆ มีเพียงไฟสลัวติด ๆ ดับ ๆ วัยรุ่นชายหญิงนั่งจับกลุ่ม บ้างก็สูบบุหรี่ บ้างก็กอดหอมคลอเคลีย ไม่อายสายตาคนที่ขับรถผ่านไปผ่านมา หรือนี่เป็นเรื่องปกติ คนทำไม่อายคนเดินผ่านอย่างฉันแทบกลั้นหายใจ

ส่ายหัวเร่งฝีเท้าตรงไปยังร้านอาหารตามสั่ง “กะเพราหมูกรอบ ไม่เผ็ดมาก กล่องหนึ่งค่ะ”

“มาอยู่ใหม่เหรอ ไม่เคยเห็นหน้า” เจ้าของร้านหันมาถามหน้าตายิ้มแย้ม แล้วที่สำคัญเขาดูยังเด็กอยู่เลย น่าจะแก่กว่าฉันไม่กี่ปี

“ค่ะ” พยักหน้ายิ้ม ๆ

“ระวังตัวหน่อยแล้วกัน แถวนี้พวกวัยรุ่นติดยามันเยอะ” พูดระหว่างทำอาหารไปด้วย ดูจังหวะควงตะหลิวนั่นสิ โคตรเซียนนึกว่าเชฟเอียนมาเอง ดูเพลินมาก

“......” ฉันเงียบ ยกมือขึ้นเกาคอแก้เก้อ ระหว่างรอนั่งมองอะไรเรื่อยเปื่อย ผู้คนพลุกพล่านวุ่นวาย ทำไมกลับรู้สึกเหงาในใจแปลก ๆ

ผ่านไปไม่ถึง 15 นาที เจ้าของร้านเดินมาพร้อมถุงอาหารตามสั่งในมือ “เท่าไรคะ?” 

“ฟรี”

“ฟรี?” ทวนคำพูดเขา

“อืม ฟรี...ถือว่าทำความรู้จักกันไว้ ต่อไปมีอะไรบอกพี่ได้ พี่ชื่อภีม เบอร์โทรอยู่ในถุง มีอะไรก็โทรมา” ยื่นถุงข้าวให้ แล้วเดินกลับไปทำอาหารต่อ ท่ามกลางความงุนงงของฉันที่ได้แต่นั่งอ้าปากค้าง...อะไรของเขา?

เดินทำหน้างงกลับห้อง ไม่ลืมแวะซื้อของโปรดแมวน้อยแสนสวย ขนมแมวเลีย Monchou เดินไปยิ้มไปเมื่อนึกถึงตัวปุกปุยที่รออยู่ เห็นของโปรดคงจะอ้อนมี้ใหญ่

ทว่า....รู้สึกแปลก ๆ เหมือนมีใครเดิมตาม พอหันไปดูกลับไม่มีอะไร

‘ระวังตัวหน่อยแล้วกันแถวนี้พวกวัยรุ่นติดยามันเยอะ’

คำพูดของพี่ภีมลอยเข้ามาในหัว เร่งฝีเท้าแทบจะวิ่งก็ว่าได้...

ตุบ ตุบ ตุบ

เสียงฝีเท้าหนักวิ่งตามมาติด ๆ แน่นอนฟังจากเสียงไม่ใช่แค่คนเดียว

ตึก ตึก ตึก หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ จากที่กึ่งเดินกึ่งวิ่ง เปลี่ยนเป็นวิ่งหนีสุดชีวิตเมื่ออันตรายเข้ามาเยือน

วิ่งให้เร็วที่สุด บอกกับตัวเอง ไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย สมองสั่งการให้หนีเอาตัวรอดไว้ก่อน

ด้วยขาที่สั้น วิ่งสามก้าวเท่ากับหนึ่งก้าวของคนร้าย

อึก...หยุดชะงัก หายใจเหนื่อยหอบ เมื่อผู้ชายตัวโตล่ำบึ้ก ท่าทางน่ากลัววิ่งมาขวางหน้า

“มาคนเดียว ให้พี่ไปส่งไหม” พูดแล้วเดินเข้ามาใกล้

“.....” ฉันไม่พูดอะไรถอยหนี

ปึก...

ขวับ!!

หันหลังกลับไปมองเมื่อชนเข้ากับร่างของใครอีกคน

“หึ...ตัวเล็กผิวขาวใส่แว่นซะด้วย” เขาเอ่ยเสียงยานคล้ายคนเมา เดินตรงเข้ามาประชิดตัว อึก!! ฉันได้แต่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ หน้าซีดเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้า ตามฝ่ามือ หัวใจกระตุกวูบไหว ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว

“ให้พี่ไปส่งไหม” คนร่างโตกว่าเอ่ยเสียงพร่า คว้าหมับจับท่อนแขนเรียว แววตาแสดงความหื่นกระหายชัดเจน และนั่นยิ่งทำให้ความกลัวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

พรึบ!!

ฉันปัดมือเขาออกพยายามเดินหนี ทว่า...ผู้ชายทั้งสองกลับขวางหน้าเอาไว้ ดวงตาแดงก่ำกลิ่นเหล้าผสมบุหรี่คละคลุ้ง จนชวนปวดหัว

“ถ้าไม่อยากกลับห้องตัวเอง ไปนอนเล่นห้องพี่ก่อนได้นะ” คนที่ตัวผอมโซเอ่ยขึ้น เดินเข้าประชิดตัว ฉันถอยหนีจนหลังติดกำแพงบ้านร้างที่อยู่ข้างทาง

“......” ได้แต่เงียบ กลืนน้ำลายลงคอ หัวใจแทบหยุดเต้นร้อนรนหายใจแทบไม่ออกจุกแน่นตรงหน้าอก เมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากสุดแสนร้ายกาจของผู้ชายทั้งสองคน

สายตาคุกคามจ้องสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า ฉันพยายามตั้งสติ มองไป

รอบ ๆ

ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เพิ่งสองทุ่มกว่า...กลับไม่มีใครเดินผ่านมาสักคน รวมถึงเด็กวัยรุ่นที่เห็นก่อนหน้า หายหนีกันไปไหนกันหมด

ทุกอย่างตกอยู่ภายใต้ความเงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม ร่างบางยืนเกร็งตัวสั่นแทบร้องไห้ออกมา

อย่านะ อย่าขยับเข้ามาใกล้

“อย่าทำอะไรหนูเลย” พูดเสียงสั่นแววตาสั่นระริก

“หึ...แต่พี่อยากทำ ถือว่าเป็นการต้อนรับก็แล้วกัน” ชายร่างล่ำบึ้กเอื้อมมือสัมผัสหน้า ฉันหลบหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก อยากวิ่งหนีจากตรงนี้ ขามันกลับแข็งทื่อก้าวไม่ออก ได้แต่ภาวนาให้ใครก็ได้ผ่านมาตอนนี้

หมับ!!

“พวกมึงทำอะไรวะ!”

“.....”

ค่อย ๆ ลืมตา เมื่อได้ยินอีกเสียงแทรกขึ้น นะ...นั่นมัน...พะ...พี่ชายเอสเธอร์

“ไอ้ปลั๊ก ไอ้มอส? มึงสองตัวอีกแล้วเหรอวะ?” ผู้ชายอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ พี่ชายเอสเธอร์เอ่ยเสียงเหี้ยม กระชากไอ้ขี้ยาสองคนออกห่างฉัน

“กูบอกพวกมึงกี่ครั้งแล้ว อยากไปนอนเล่นในคุกจริง ๆ ใช่ไหมวะ!” ตะคอกเสียงดัง

“ไม่นะพี่ ผมก็แค่หยอกน้องมันเล่น” หยอกเล่นเหรอ? ชายร่างล่ำบึ้กเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน ดูเขาจะกลัวพี่คนนั้นเอามาก ๆ

“หยอกเล่นบ้านพ่อมึงนะสิ ถ้ากูไม่เห็นเข้าพวกมึงคง...ไอ้พวกเหี้ย! เอ๊ย! จับเข้าคุกกันให้หมดเลยดีไหมวะ”

“ยะ...อย่านะพี่ ผมจะไม่ทำอีก ผมสัญญา” อีกคนตอบหน้าตาตื่นไม่ต่างกัน เมื่อเห็นท่าที จริงจังของพี่คนนั้น

“แน่นะมึง” พี่คนนั้นชี้หน้าทั้งสองคน จ้องหน้าด้วยสายตาที่แข็งกร้าว แฝงไปด้วยความเหี้ยม ทำเอาสองคนนั้นหน้าถอดสีไปตาม ๆ กัน

ตึก ตึก ตึก ตึก ท่ามกลางเสียงหัวใจดวงน้อยที่ยังเต้นแรงราวแผ่นดินไหว

ดวงตากลมโตสั่นระริก มองตามหลังพี่คนนั้นที่ลากไอ้ขี้ยาสองคนนั้นออกไป

“เป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงราบเรียบเอ่ยถาม ใบหน้าหล่อขยับเข้าใกล้ ฝ่ามือใหญ่ยื่นมาซับเหงื่อตรงหน้าผาก

“....” ส่ายหน้าแทนคำตอบ เนื้อตัวยังสั่นระริกไม่หาย

“พักอยู่แถวนี้?”

“....” พยักหน้าอีกครั้ง

“ไปสิเดี๋ยวพี่ไปส่ง” ยิ้มกริ่มแบบนี้อีกแล้ว ยิ้มแบบนี้หมายความว่ายังไง กะพริบตาถี่ ๆ รู้สึกประหม่าเสียความเป็นตัวเอง เมื่อเผลอสบดวงตาคู่คมเกิดความสับสนว้าวุ่นในใจอีกแล้ว

จากนั้นฉันก็เดินตามทางไปยังห้อง โดยมีพี่ชายเอสเธอร์ เดินตามหลังมาติด ๆ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่รู้สึกได้ว่าพี่เขาเอาแต่จ้องอยู่ตลอดเวลา

ไม่นานก็มาถึงห้องพัก

“ขอบคุณนะคะ” รีบหันไปขอบคุณ วิ่งขึ้นห้องที่อยู่ชั้นสามของอาคารด้วยความรีบเร่ง...

“หึ...” ริมฝีปากสวยเผยยิ้มเล็กน้อย เขามองตามผู้หญิงใส่แว่นตัวเล็กที่วิ่งหนีไป ยืนมองแบบนั้นสักพัก ก่อนจะหันหลังกลับเดินจากไป ใบหน้าหล่อเผลอยิ้มตลอดทาง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป