บทที่ 6 ‘เรื่องบังเอิญ’
“ไปเที่ยวกันต่อไหมวะ” โอมเอ่ยถามเพื่อนรัก หลังจากที่เดินออกจากบ้านหลังเล็ก ที่ทั้งเก่าและทรุดโทรม
โอม เด็กกำพร้าที่ถูกเลี้ยงดูโดยลุงและป้า หลังจากที่เสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็ก เขากลับบ้านในรอบหลายเดือน
เพราะทนแรงบ่นของคนเป็นป้าไม่ไหว ‘ต้องให้กูกรวดน้ำทำบุญให้ก่อนไหม ถึงจะกลับบ้านได้’ เมื่อป้าพูดถึงขนาดนี้ในฐานะหลานรัก เออกลับก็ได้วะ มอบเงินเดือนที่ได้จากการทำงานพิเศษหลังเลิกเรียน ให้ลุงกับป้าไว้ใช้ เขารู้ดีลำพังเงินเดือนตำรวจยศจ่ามันจะไปพอยาไส้อะไร
เพราะแบบนี้เลยต้องไหว้วานเพื่อนรักอย่างอาเธอร์มาเป็นเพื่อน มาคนเดียวป้าได้ดึงหูขาด เอาไอ้เพื่อนรักมาด้วย ป้ากลายร่างจากป้าขี้บ่นเป็นแม่พระ ไอ้หนูอย่างนั้นไอ้หนูอย่างนี้ (เห็นคนหล่อเป็นไม่ได้)
“.....” คำตอบคือเงียบ สายตาคมเฉี่ยวเล็งโฟกัสไปยังมุม มุมหนึ่ง มีแสงไฟพอสลัว ตรงมุมร้านเกมเก่า ๆ
ถึงจะมองจากระยะไกล ทว่าเขาจำได้แม่นยำ นั่นมัน...เพื่อนของน้องสาว กำลังโดนวัยรุ่นขี้ยาแถวนี้เล่นงาน
ช้าไม่ได้ ขายาวรีบตรงไปยังจุดเกิดเหตุ
“ว่าไงไอ้เธอร์ไปเที่ยวกันไหม...เฮ้ย ไอ้นี่ถามไม่ตอบแล้วมึงจะรีบไปไหน” ไม่พูดเปล่าโอมวิ่งตามเพื่อนรักไป ไอ้บ้าเอ๊ยจู่ ๆ ก็พากูวิ่ง? วิ่งไปทำไมวะ แต่ก็วิ่งตามไป วิ่งไว้ก่อนลุงสอนไว้
หมับ!!
“พวกมึงทำอะไรวะ” โอมเอ่ยเสียงแข็ง ไอ้พวกนี้อีกแล้วมันน่านัก!
พอไปถึงมือใหญ่รีบจับหมับเข้าที่มือหยาบกระด้าง ที่กำลังจะสัมผัสใบหน้าขาวใส ใช่! เป็นเธอจริง ๆ ยัยเด็กแว่นเพื่อนน้องสาว
เธอยืนตัวเกร็ง ร่างเล็กสั่นเทาหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัว
“.....” เด็กแว่นค่อย ๆ ลืมตา ดวงตากลมโตสั่นระริกเปล่งประกายความหวัง เธอจำได้นั่นมันพี่ชายของรุ่นน้องที่โรงเรียน...รอดตายแล้ว พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย
ก่อนที่โอมจะเป็นคนลากไอ้สองตัวไปจัดการสั่งสอนให้หลาบจำ ให้รู้เสียบ้างว่าที่นี่ใครใหญ่ ส่วนอาเธอร์เดินไปส่งเด็กแว่นจนถึงห้องพัก...
“มึงรู้จักน้องคนนั้นเหรอ?” โอมถามระหว่างที่ทั้งสองเดินไปขึ้นรถ
“.....” คำตอบคือเงียบ ใบหน้าหล่อไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ แม่ง! เอ๊ยถ้าไม่ใช่เพื่อน และไม่ใช่เพราะมันเป็นคนหางานให้ทำ
‘กูจะต่อยหน้าหล่อ ๆ ให้แหก’ โอมทำได้เพียงหมั่นไส้เพื่อนในใจ
“แต่กูว่าน่ารักดีนะ แล้วแม่ง! แถวนี้อันตราย น่าจะเพิ่งย้ายมาอยู่ ถึงได้กล้าเดินคนเดียวดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้ คนแถวนี้เขารู้ ๆ กันหมดพวกขี้ยามันเยอะ คงไม่มีใครปล่อยลูกหลานมาเดินคนเดียว โดยเฉพาะผู้หญิง สวย ๆ อย่างน้องแว่นคนเมื่อตะกี้” พูดแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ น้องมันน่ารักจริง ๆ ตัวเล็กผิวขาว ใส่แว่นโคตรถูกใจ
“......”
แต่พอหันไปมองหน้าเพื่อนรัก โอมทำหน้าเซ็ง ‘กูพูดยาวกว่าสะพานพระรามแปด แต่มึงก็เงียบ สีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์กับกูเหมือนเดิมเนอะ ไอ้ห่า คนเหี้ยอะไรจะหน้านิ่งได้ขนาดนั้น’ ทำได้เพียงด่าในใจอีกตามเคย…..
ไม่เข้าใจทำไมถึงคบกันได้ทั้ง ๆ ที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว คนหนึ่งพูดจนลิงหลับ อีกคนเงียบขรึมนึกว่าเป็นใบ้
วันไหนพูดเกินสามคำ วันนั้นไก่ออกลูกเป็นหมูแน่นอน ไอ้ห่านจิก!
“เอาเป็นว่าถ้ามึงรู้จักก็เตือน ๆ พ่อแม่น้องเขาหน่อยแล้วกัน” โอมพูดจริงจัง เฮ้อ...พลางถอนหายใจ สีหน้าสิ้นหวังกับท่าทีเย็นชาของเพื่อนชาย…กูละเพลียกับมึงไอ้อาเธอร์!!!!
(Maysa-Part)
ห้องพักเมษา...
เกือบไปแล้วไหมล่ะ ถ้าพี่สองคนนั้นไม่ผ่านมาป่านนี้คง...แค่คิดขอบตาก็ร้อนผ่าวคล้ายจะร้องไห้ ใจเต้นรัว มือเท้าเย็นเฉียบสั่นกลัวยังไม่หาย
เหมียว ~~
ผักกาดตัวน้อยเดินเข้ามาเอาตัวถูขา ‘มี้เป็นอะไรคะ ทำไมหน้าซีด ๆ ผักกาดเป็นห่วง’
“มี้ตกใจนิดหน่อย” เอ่ยเสียงสั่นอุ้มเจ้าปุกปุยขึ้นมากอด เราเกือบไม่ได้เจอกันแล้วนะผักกาดลูกแม่
พยายามกลั้นน้ำตาไว้ เรื่องนี้พ่อจะรู้ไม่ได้เด็ดขาด ถ้าพ่อรู้ พ่อคงเป็นห่วง มันผ่านไปแล้วก็จริง ครั้งนี้ถือว่าโชคดี ถ้ามีครั้งหน้าคงไม่รอด ต้องหาที่อยู่ใหม่ อีกทั้งต้องระวังตัวให้มากขึ้น
ยืนกอดผักกาดอยู่นาน เรียกสติตัวเองให้กลับมา
ทว่า...กลับทำได้เพียงมองกล่องข้าวที่ซื้อมา ส่วนผักกาดหลับไปแล้ว
เฮ้ย!! ลืมไปเลย
“ตายแล้วพี่รี่” รีบคว้ามือถือมาดู แชต 10 ข้อความ เฮ้อ...วันนี้มีนัดบรีฟงานกับพี่เขาด้วย เนื่องจากเป็นภาพโป๊ 18+
มือใหม่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ต้องถามให้ละเอียด ถึงบรีฟที่พี่เขาส่งมาจะเข้าใจง่าย ฉันไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด ต้องมาแก้ทีหลังมันเหนื่อย
จะสี่ทุ่มแล้ว ไม่ใช่ว่าพี่รี่หลับไปแล้วนะ แต่ปกติพี่รี่ไม่นอนเร็ว ทักไปขอโทษสักหน่อยแล้วกัน
CHATLING
Maysa: พี่รี่นอนยัง เมขอโทษนะ พอดีเมมีเรื่องนิดหน่อย เลยตอบช้า ขอโทษนะคะ (ㄒoㄒ)
Arthur: ยัง...ว่าแต่มีอะไร? (ตอบกลับทันที แสดงว่ายังไม่นอนสินะ)
Maysa: ไม่มีอะไรแล้วค่ะ มันผ่านไปแล้ว เมแค่ตกใจ พี่ส่งบรีฟงานภาพโป๊มาแล้วใช่ไหมคะ เมจะรีบร่างแบบให้นะ ไม่เกินพรุ่งนี้เช้า ปิดเทอมทำงานได้ทั้งวันเลย เมชอบ
Arthur: หึ...ปิดเทอมไม่ไปเที่ยวหรือไง เอาแต่ทำงาน
Maysa: ไม่ค่ะ เมไม่ชอบเที่ยว เมไม่ชอบความวุ่นวาย อีกอย่างถ้าไป ผักกาดก็ต้องอยู่คนเดียว ไม่ไปหรอก
Arthur: แล้วแบบนี้แฟนไม่งอนแย่เหรอ
Maysa: แฟนอะไรกันคะ เมไม่มีแฟนหรอก ขี้เหร่อย่างกับอะไรใครจะมาชอบ (พิมพ์ไปก็ยิ้มไป เวลาเครียดหรือกลัวอะไร มีคนคุยเป็นเพื่อนมันดีนะ พูดให้เราลืมความกลัวนั้นไปเสียสนิท)
Arthur: ความจริง?
Maysa: จริงสิ เมไม่ใช่พี่รี่นะ ทั้งสวยทั้งน่ารัก หนุ่ม ๆ คงต่อแถวเข้ามาจีบยาวเป็นหางว่าวแน่เลย
Arthur: พูดไปเรื่อย
Maysa: พูดไปเรื่อยอะไร พี่รี่น่ารักขนาดนี้เมพูดความจริง ถ้าเมเป็นผู้ชายนะ เมจะจีบพี่ จะขอพี่เป็นแฟนไปเลย ^÷^
Arthur: งั้นก็มาจีบ
Maysa: ได้เหรอ ขอจีบหน่อย ว่าแต่เขาจีบผู้หญิงกันยังไง เอ่อ...แล้วแบบนี้เขาเรียกจีบไหมคะ (เล่าดีไหมนะ?)
Arthur: …
Maysa: คือแบบนี้ เมออกไปซื้อข้าวใช่ไหม...แล้วพี่คนขายเขาไม่คิดตังค์ บอกว่าเป็นการต้อนรับ แล้วให้เบอร์เมมาด้วย แบบนี้เรียกจีบไหม (พอนึกขึ้นได้ก็แปลก ๆ แฮะ ไม่เคยเจอกันมาก่อนจู่ ๆ ก็ให้ข้าวฟรีแถมให้เบอร์)
Arthur: เขาสนใจ
Maysa: เหรอคะ แง พี่รี่ดูเข้าใจผู้ชายดีจัง แสดงว่ามีผู้ชายจีบเยอะแน่เลย แล้วแบบนี้เมต้องทำไง เมไม่ได้สนใจพี่คนนั้น ถึงพี่เขาจะหล่อก็เถอะ
Arthur: หล่อ?
Maysa: ใช่ค่ะ เขาเป็นพ่อค้าอาหารตามสั่งที่หล่อมาก นึกว่าพระเอกเกาหลีแน่ะ แต่เมไม่ได้ชอบเขานะ
Arthur: ...
Maysa: เฮ้อ...ไม่พูดแล้วดีกว่า เมอยากกอดพี่รี่จัง อยากจุ๊บแก้มพี่รี่ด้วย แก้มพี่รี่คงจะหอมน่าดู
Arthur: ......
Maysa: แค่อยากกอด กอดไม่ได้เหรอ อยากขอบคุณพี่ ไม่รู้สิถ้าไม่ใช่เพราะพี่รี่ commission งานมา เมคงไม่มีงานเยอะแบบนี้ ถึงเราจะไม่เคยเจอกัน เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่เมรักและไว้ใจพี่รี่มากนะคะ (มากถึงขนาดเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังอย่างไม่อาย เวลาน้อยใจอะไรก็ได้พี่รี่นี่แหละที่คอยปลอบ แบบนี้จะไม่ให้รักได้ไง)
Arthur: ….
Maysa: จริง ๆ นะอยากกอดอยากหอม อยากฟัดแก้ม อยากมีพี่สาวใจดีแบบนี้มานานแล้ว
Arthur: ดึกแล้วไปนอน...แล้วที่บอกอยากกอด อยากหอมอย่าลืมคำพูดตัวเองล่ะ
Maysa: พูดแบบนี้เราจะได้เจอกันใช่ไหม เมอยากเจอพี่จัง ถ้าเราได้เจอกัน เมจะกอดแน่น ๆ ให้พี่รี่หายใจไม่ออกเลย
Arthur: มั้ง...ไปนอนดึกแล้ว
Maysa: จะได้เจอจริง ๆ ใช่ไหม ดีใจจัง พี่รี่เองก็นอนได้แล้วนะคะ อย่านอนดึกเดี๋ยวไม่สวยจะหาว่าเมไม่เตือน ฝันดีค่ะ (ෆ˙ᵕ˙ෆ) ♡
......
“อยากรู้นักถ้าเจอกันจริง เธอจะกล้ากอดฉันไหม” ริมฝีปากสวยเผยยิ้มมุมปาก “เมษา”
