บทที่ 8 ‘เป็นแฟนพี่ก็ได้นะ’
“......” เขายังคงยืนมองสองสาวเพื่อนรักอยู่แบบนั้น เผยรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อยแสดงความพึงพอใจ
ใช่!
เขาถูกใจยัยเด็กแว่น และถูกใจมาก
‘ไม่ชอบ’ ที่บอกน้องสาวไปวันนั้น หึ...ใช่! ไม่ชอบแต่อยากได้ต่างหาก
“ยิ้มอะไรวะ?” โอมที่เพิ่งเดินออกมาจากตึกคณะดิจิทัลมีเดีย หลังจากที่ตรวจเช็กระบบทุกอย่างไม่มีอะไรขัดข้อง เขาเอ่ยถามเพื่อนรักที่กำลังมองใครบางคนพร้อมรอยยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคยหายไปวันนี้มันกลับมาแล้ว
เหอะ...หิมะจะตกที่เมืองไทยไหมวะ ไอ้อาเธอร์ยิ้มในรอบสามปี
“.....” อาเธอร์เงียบไม่พูดอะไรจากที่ยิ้มเปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบนิ่ง หันไปมองหน้าเพื่อนด้วยสายตาเย็นชาชนิดที่คนถูกมองเย็นเยือกราวโดนพายุหิมะถล่มใส่ ก่อนจะเดินจากไปเสียดื้อ ๆ ทำเอาโอมยืนงุนงงอ้าปากค้าง
“ไอ้ห่า กูถามมึงไหมวะ”
“.....”
โอเค กูผิดเองที่ถาม เพื่อนเวร! เดี๋ยวนะ หันกลับไปมองนักศึกษาสาวสองคนที่นั่งคุยกันอยู่ไม่ไกล
“นั่นมัน เฮ้ย ไอ้อาเธอร์! กูว่าแล้วเชียว ไหนว่าไม่รู้จัก” ถึงจะเคยเจอเพียงครั้งเดียว ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ตราตรึงใจชายหนุ่ม พร้อมกับเหตุการณ์ในวันนั้นเมื่อหลายเดือนก่อน ใช่! เขาจำได้ว่าเป็นผู้หญิงที่ช่วยไว้จากพวกวัยรุ่นติดยา
“ไอ้อาเธอร์” คิดได้แบบนั้น โอมสาวเท้าก้าวยาวแทบจะวิ่งตามเพื่อนรักไป ‘วันนี้กูต้องรู้ให้ได้ ไหนบอกกูว่าไม่รู้จักน้องเขาไงวะ’
“ไอ้เธอร์ มึงตอบกูมาตกลงมันยังไงกันแน่” เดินไปดักหน้า
“......” เงียบอีกตามเคยไอ้ห่า เงียบอะไรนักหนาวะ พูดกับกูบ้างก็ได้
“ยิ้มได้แบบนี้ ถูกใจล่ะสิ” โอมยักคิ้วกวน มองหน้าเพื่อนรักอย่างรู้ทัน
“ถูกใจก็ดี แต่ว่า...มึงลืมคนนั้นได้แล้วเหรอ?”
“......” อาเธอร์ไม่ตอบเลือกที่จะเดินไป ปล่อยให้เพื่อนรักยืนเคว้ง เหมือนหมาที่ถูกเจ้าของเอาไปปล่อยวัด ‘ไอ้ห่า อาเธอร์!’
-------
(Maysa-Part)
หลายอาทิตย์ผ่านไป
การเรียนไม่มีปัญหาอะไร จะมีก็แต่เวลาเผชิญหน้ากับมิกิ ไม่รู้ว่าทำไมมิกิถึงได้ไม่ชอบหน้าฉันถึงขนาดนี้
ทั้งที่พยายามหลีกเลี่ยง มิกิกับเพื่อนยิ่งจ้องแต่จะเล่นงาน เหตุผลน่าจะหนึ่งในกลุ่มเพื่อนมิกิ ชอบพี่ภีม เรียกว่าคลั่งก็ว่าได้ ซื้อขนมของกินมาให้พี่เขาตลอด
แล้วยัยหมูหวานเพื่อนรักดันไปพูดใส่ไฟว่าพี่ภีมกำลังตามจีบฉันอยู่ และนั่นยิ่งทำให้พวกนั้นไม่พอใจ เจอหน้าที่ไหนเป็นต้องพูดจิกกัดถากถางตลอด
เฮ้อ...ไม่รู้อะไรกันหนักหนา มาเรียนหรือมาหาผู้ชายกันแน่
“เม”
“......” หันไปตามเสียง “พี่ภีมจะไปไหนเหรอคะ?” เอ่ยถามยิ้ม ๆ ยิ้มเหมือนที่ยิ้มให้พี่เขาทุกวัน
“พี่จะไปเรียน ว่าแต่เราไม่มีเรียนเหรอ” คนตัวโตเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อเผยยิ้มอบอุ่น
“ไม่ค่ะ เมว่าจะไปห้องสมุด”
“พี่เดินผ่านพอดีเดี๋ยวเดินไปเป็นเพื่อน”
“.....” พยักหน้าระบายยิ้มอ่อน ก่อนจะเดินพูดคุยถามไถ่ตามประสารุ่นพี่รุ่นน้อง วันนั้นที่พี่ภีมให้เบอร์ สรุปทำหาย
เพิ่งจะมาแลกไลน์กัน ไม่กี่วันมานี้เอง
พี่ภีมเป็นคนน่ารักสุภาพอ่อนโยน อยู่ใกล้ทีไรรู้สึกอบอุ่น ถึงว่าสาว ๆ ครึ่งมหาวิทยาลัยถึงได้อยากได้เขาเป็นแฟนกัน
แต่ไม่ใช่ฉันนะ ยังไม่พร้อมจะมีความรัก เมษาคนนี้พร้อมที่จะหาเงินอย่างเดียว เรื่องรัก ๆ ขอพักไว้ก่อน
“ขอบคุณนะคะ ที่เดินมาเป็นเพื่อน”
“ครับ งั้นพี่ไปนะ ไว้จะโทรหา” ว่าจบพี่ภีมเดินไปอีกตึก ฉันทอดสายตามองตามไหล่กว้าง ‘คนอะไรหล่อเป็นบ้า แสนดีเป็นที่หนึ่ง’
ช่วงบ่ายว่าง ส่วนหมูหวานมีเรียน กว่าจะเลิกคงค่ำ ๆ ทีแรกว่าจะกลับเพราะเป็นห่วงผักกาด ดีที่ป้าแม่บ้านช่วยดูแลน้องให้
ฉันอ่อนภาษาอังกฤษ ขอเข้าห้องสมุดหาความรู้ใส่ตัวหน่อยแล้วกัน เลือกมุมที่ไม่ค่อยมีใคร มุมเงียบ ๆ เป็นส่วนตัวดีเป็นที่สุด
ก่อนจะวางกระเป๋า เดินตรงไปยังชั้นหนังสือ ‘เล่มไหนดีนะ’ ทำหน้าครุ่นคิดหนังสือที่นี่เยอะมาก มีแต่เล่มน่าอ่านทั้งนั้นเลย
“เยอะจังเลือกไม่ถูกเลยแฮะ” เลือกไม่ถูกขอเดินดูหน่อยแล้วกัน โห...ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น
มุมนี้มีหนังสือเกี่ยวกับภาพวาด ประวัตินักเขียนดัง ๆ เยอะเลย เล่มนั้น
ฮึบ!! เอื้อมมือจะหยิบ ทว่า...ตัวเตี้ยไป เอื้อมไม่ถึง เฮ้อ...เวรกรรม
ทำไงดี แถวนี้ไม่มีใครเลย มองซ้ายมองขวา เงยหน้ามองหนังสือตาละห้อย
ลองอีกทีแล้วกัน เขย่งสุดปลายเท้า เอื้อมสุดแขน ฮึบ!! เฮ้อ...ไม่ถึงอยู่ดี
หมับ!
ขวับ!
หันกลับไปมองทันที เมื่อมีมือปริศนาคว้าหนังสือไปต่อหน้าต่อตา ได้ไงฉันมาก่อนนะ
“....” พะ...พี่ชายเอสเธอร์ พี่อาเธอร์นี่นา เขาเรียนที่นี่ด้วยเหรอ? ไม่เห็นรู้เลย?
มองดูคนตรงหน้าตาโต อ้าปากค้างด้วยความแปลกใจ ผู้ชายตัวสูงในชุดนักศึกษา วันนี้พี่เขาใส่แว่นด้วย...หล่อมาก กะพริบตาถี่ไล่ความประหม่า เงยหน้าสบตาคู่คม
หัวฉันสูงระดับหน้าอกเขาเอง มองจากมุมนี้บอกเลยว่า ‘หล่อมาก หล่อเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย ผิวขาวซีด ปากชมพูระเรื่อ ผิวเนียนกว่าผู้หญิงอย่างฉันซะอีก’
ทุกอย่างสงบนิ่งเหมือนเวลาถูกหยุดเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาใกล้ ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนผะผ่าวที่พ้นออกมาจนผมหน้าผากปลิว
กลิ่นน้ำหอมราคาแพงก็วิ่งเข้าจมูกจนนึกถึงวันนั้น วันที่พี่เขาช่วยเอาไว้…ตั้งแต่วันนั้นเราสองคนก็ไม่ได้เจอกันอีกจนวันนี้
“.....” อึก แอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ หน้าเราสองคนห่างกันเพียงคืบ เริ่มอยู่ไม่สุขประหม่าจนพูดไม่ออก สายตาเรียบนิ่งยากจะคาดเดาจ้องมองไม่ยอมปริปากพูดอะไร
ฉันยืนนิ่งตัวแข็งทื่ออยู่แบบนั้นนานกว่านาที ก่อนจะดึงสติตัวเอง เดินเลี่ยงไปทางอื่น กลัวใครจะมาเห็นเข้า โดยเฉพาะมิกิ
หมับ!
ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างขนาบข้างลำตัวฉัน มือใหญ่เท้าค้ำยันชั้นหนังสือ เป็นเหตุให้ขยับตัวหนีไม่ได้
“พะ...พี่จะทำอะไร” พูดเสียงตะกุกตะกักสองมือน้อย ๆ ดันหน้าอกพี่เขา เมื่อเขาขยับเข้ามาประชิดตัวหลังชิดชั้นหนังสือ
“.....” พี่อาเธอร์เงียบ เขานิ่ง นิ่งมาก นิ่งจนน่ากลัว
ตึก ตึก ตึก
หัวใจดวงน้อยเต้นรัว แทบกลั้นหายใจ รู้สึกเลือดลมสูบฉีดร้อนไปทั้งตัว ด้วยความกลัวสุดขีด ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาใกล้เราสองคนแทบจะจูบกันรอมร่อ
“พะ...พี่” ฉันพูดตะกุกตะกักยืนนิ่งตัวเกร็ง อยากจะผลักเขาแล้ววิ่งหนี ทว่า...แขนขากลับไม่มีแรง อ่อนปวกเปียกไปทั้งตัว บ้าจริงทำไมเป็นแบบนี้ไปได้
“....” เขายังคงเงียบ จ้องหน้าสบตาอยู่แบบนั้น “ตัวไม่เหม็นนะ หอมออก”
อะไรนะ...
ตาเบิกกว้างแทบหยุดหายใจ หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตัก หน้าเห่อร้อน เมื่อเสียงกระซิบแผ่วเบาเอ่ยข้างหูส่งผลให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ฟอด!! ตาเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม เมื่อถูก อะ...ไอ้พี่อาเธอร์มันขโมยหอมแก้ม ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก รู้สึกหน้าตัวเองมันเห่อร้อนพวงแก้มสองข้างแดงลามมาถึงหู
“จะเอาเล่มนี้เหรอ?” ริมฝีปากสวยเผยยิ้มพอใจเมื่อเห็นท่าทีตื่นตระหนก พี่เขายกหนังสือเล่มที่ว่าขึ้นให้ดู
“....” พยักหน้าแทนคำตอบ สติได้ลอยหายไปเรียบร้อย
อึก!! ตายแน่ ๆ เมษา เขาทำอะไรของเขาเนี่ย อยู่ ๆ มือก็เลื่อนลงมาโอบเอว “ปะ...ปล่อยเม เดี๋ยวแฟนพี่มาเห็น เมไม่อยากมีเรื่องกับใคร” รวบรวมความกล้าที่มีพูดมันออกไป อยากเจ้าชู้ไปเจ้าชู้ที่อื่น อย่ามาเจ้าชู้กับเมษา ยิ่งเป็นผู้ชายของมิกิยิ่งไม่อยากยุ่ง
“แฟน?” คิ้วเข้มถูกเลิกขึ้นทวนคำพูด
“กะ...ก็มิกิไง”
“.....” พี่อาเธอร์เงียบ กระชับกอดแนบแน่น นั่นยิ่งทำให้หน้าเราสองคนใกล้กันยิ่งกว่าเดิม
“หยุดนะพี่จะทำอะไร” ฉันเบี่ยงหน้าหนีไปทางอื่นเมื่อเขาทำท่าจะจูบ...คนบ้าไม่คิดเลยว่าผู้ชายนิ่ง ๆ มาดขรึมอย่างเขาจะมาทำรุ่มร่าม ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ
“พี่ไม่มีแฟน หรือน้องจะมาเป็นแฟนพี่ก็ได้นะ”
ฮื่อ!!
