บทที่ 5 ฉันอยากได้เขา

“มีอะไรมิรา” มิกเกลถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อเธอเห็นท่าทางแปลกๆ ของเพื่อนสนิท

“ฉันเคยเจอผู้ชายคนนั้น คนที่ผมสีควันบุหรี่นั่นอ่ะ คนอะไรหยิ่งได้รางวัลอันดับหนึ่งแถมหน้ายังดุนัมเบอร์วันอีก”

“คนนั้นฉันไม่รู้จักนะ แต่คนที่ใส่เสื้อสีขาวอ่ะพี่วาคีน เป็นเจ้าของผับที่นี่” มิกเกลยิ้มน้อยๆ ก่อนจะยกแก้วแอลกอฮอล์ในมือขึ้นเหมือนกำลังชนแก้วกลางอากาศกับผู้ชายอีกคน ที่กำลังส่งยิ้มหวานมาทางมิกเกลเช่นกัน

“ถึงว่าสิ ทำไมลูกคุณหนูไม่เที่ยวผับแบบแกถึงพาฉันมาที่นี่ ที่แท้ก็ชอบเจ้าของผับที่เอง”

“พูดบ้าอะไรของแกเนี่ย เมาแล้วเพ้อเจ้อ” มิกเกลยิ้มออกมาด้วยความเขินอาย เธอยกแอลกอฮอล์ในแก้วของเธอขึ้นจิบ โดยที่ยังอมยิ้มอยู่อย่างนั้น จนมิราหยุดแซวต่อไม่ได้

“แกชอบเขาแหละ”

“นี่!ยัยมิ นั่นลูกชายเพื่อนสนิทพ่อแม่ฉัน เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก และที่ฉันพาเธอมาที่นี่ก็เพราะว่าคนของพี่วาคีนเยอะมาก ถ้าเราเมาจะได้ไม่มีใครมายุ่มย่ามกับเราไงล่ะ”

“แกมีเล่ห์-สะ-นัย นะรู้มั้ย ถึงฉันจะดื่มไปเยอะ แต่แน่นอนว่าฉันไม่ได้เมา” มิรายิ้มมุมปาก พลางเอื้อมมือเข้าไปหยิกแก้มใสของมิกเกลเป็นเชิงหยอกล้อ เมื่อเธอเริ่มพบความผิดปกติของเพื่อนสนิทเวลาที่เธอพูดถึงวาคีน คนที่เธอบอกว่าเป็นเจ้าของผับแห่งนี้

“ชิ!”

“พี่วาคีนของแกเขาดูเฟลนลี่นะ เพื่อนเขาน่าจะได้รอยยิ้มนั่นมาซักครึ่ง ฉันคงเคลิ้มมากกว่านี้” มิราเอ่ยออกมาเสียงใส แววตาของเธอทอประกายระยับออกมาราวกับดวงดาวยามค่ำคืนที่อยู่บนท้องฟ้า คล้ายคนที่กำลังตกหลุมรักเป้าหมาย

“เคลิ้มเชียว แกสนใจ?” มิกเกลเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามเพื่อนสนิท ที่กำลังเปลี่ยนจากกรอกเหล้าเข้าปาก มาเป็นยกมันขึ้นจิบอย่างมีจริตแทน

ดวงตากลมโตของมิรากลอกกลิ้งไปมาบนแพรขนตา ก่อนจะหยุดอยู่ที่ผู้ชายผมสีควันบุหรี่นั่นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับทำให้เธอสำลักเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่พึ่งยกดื่มออกมาอย่างน่าอับอาย

เมื่อพบว่าเขาเองก็กำลังมองลงมาที่เธอเหมือนกัน ทำให้ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“แค่กๆๆ!!”

“อะไรกัน ถามแค่นี้ถึงกับสำลักเลย!” หญิงสาวรีบหยิบทิชชูที่วางอยู่ใกล้มือ ยื่นให้เพื่อนสนิทของเธอเช็ดปากอย่างรวดเร็ว

“หกเลอะเทอะหมดเลยเกล ฉันว่าฉันไปล้างที่ห้องน้ำน่าจะดีกว่า กลิ่นนี่ใช้ได้เลย ขับรถไปคงเป็นขวัญใจด่านตรวจ” ว่าแล้วร่างบางในชุดเดรสเกาะอกรัดรูปยันกายลุกขึ้นด้วยท่าทางโงนเงนยืนไม่ตรง จนเพื่อนสนิทของเธอต้องมาพยุง ด้วยเกรงว่าเธอจะล้มพับลงไปกองกับพื้น

“เดี๋ยวฉันช่วย”

“อื้อ... ตอนนั่งไม่เท่าไหร่ พอลุกขึ้นเท่านั้นแหละถึงรู้ว่ามึน” มิราพูดยืดยานยกนิ้วขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ระหว่างทางเดินไปห้องน้ำ โดยที่มีมิกเกลพยุงเธออยู่ตลอดเวลา

“ก็แหงสิ ยอมรับก็ได้แล้วสินะว่าเมา เล่นดื่มเยอะขนาดนั้น ไม่เซเลยสิแปลกคน”

อีกด้าน

“ให้คนตามดูแลมิกเกลแล้วใช่มั้ย”

“ครับนาย”

“แค่ไปเข้าห้องน้ำ ถึงกับต้องส่งคนไปเฝ้าเลย” เจ้าของเรือนผมสีควันบุหรี่เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามเพื่อนสนิท ที่เอาแต่มองตามสองสาวที่นั่งดื่มอยู่ตรงโซนด้านล่างของผับ

“นั่นมิกเกล ลูกสาวเพื่อนสนิทของพ่อแม่กู” เสียงทุ้มของเจ้าของผับดึงสติให้เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาละสายตาไปจากสิ่งที่มาเฟียหนุ่มกำลังมองอยู่ ให้หันกลับไปฟังคำตอบที่ถามไว้ก่อนหน้า

“...” มือหนายกแก้วเครื่องดื่มมึนเมาขึ้นดื่ม โดยที่ไม่ได้โต้แย้งอะไรออกไป แต่สายตาคมกลับจับจ้องไปที่ร่างบางที่กำลังเดินสะเปะสะปะอยู่ด้านล่างแทน

“อย่าแม้แต่จะคิด...” วาคีนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เมื่อเห็นว่าไทเรลล์กำลังจับจ้องไปทางเบื้องล่างตรงจุดที่มิกเกลกับเพื่อนของเธอเดินอยู่ เพราะเขาเห็นมิกเกลมาแต่ไหนแต่ไร และรู้ดีว่าเพื่อนสนิทของเขาเป็นคนยังไง เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้ไทเรลล์รู้จักกับเธอเพียงลำพังเด็ดขาด

“ฮึ!” ไทเรลล์กระตุกยิ้มมุมปากเพราะเข้าใจความหมายคำพูดของเพื่อนสนิทดี มือหนาเอื้อมไปหยิบบุหรี่ราคาแพงตรงหน้าขึ้นมาจุดสูบ สายนิ่งเรียบกลับจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวในชุดเดรสเกาะอกสีดำที่ถูกมิกเกลพยุงอยู่ ผ่านทางควันขาวคลุ้งของบุหรี่ที่จุดสูบอย่างไม่วางตา

คนนี้ต่างหากที่เขาสนใจ

@ห้องน้ำเดวิลผับ

“แก...ช่วยพาฉันไปแนะนำให้เขารู้จักหน่อยสิ” มิราเอ่ยสิ่งที่สมองของเธอสั่งการตอนนี้ออกไป ดังข้ามผนังห้องน้ำอีกห้องที่มิกเกลอยู่ด้านในนั้นอย่างออดอ้อน

“อย่าหาทำนะมิรา เพื่อนพี่วาคีนมีแต่พวกมาเฟียทั้งนั้น ดูแล้วอันตรายจะตาย”

“มาเฟียนี่ฆ่าคนได้สบายๆ อย่างกับผักปลาเหมือนในหนังมั้ย” มิราเอ่ยขึ้นแบบตรงไปตรงมาเมื่อนึกถึงหนังที่เกี่ยวกับมาเฟียเรื่องหนึ่ง ที่ขัดแย้งกันและสุดท้ายภรรยาของมาเฟียถูกยิงตายตอนจบ ช่างน่าสงสารคนดู ที่เสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนั้นไปตั้งหลายถัง

“คงงั้นมั้ง เคยเห็นแต่ในหนัง ชีวิตจริงฉันก็ไม่เคยถาม”

“หล่อแถมยังตัวหอมมากด้วย...ฉันชักจะอยากได้เขาจริงๆ แล้วสิ” มิราทำท่าทางเคลิบเคลิ้มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่หน้ากระจก

“อี๋~ แกไปดมกลิ่นตัวเค้าตอนไหนอ่ะ โรคจิตชะมัด”

“ฮ่า...ก็บอกแล้วไงว่าเคยเดินชนเค้า”

“เฮ้อ~ แต่ก็นะ ฉันแนะนำให้กลับไปสนใจคนที่เข้ามาจีบแกก่อนหน้าไม่ดีกว่าเหรอ ฉันเห็นนะว่าพี่ขุนพลเองก็เล็งๆ แกอยู่”

“พี่ขุนพลก็เจ้าชู้เกินไปฉันให้แค่สถานะพี่ชาย.. คนนี้สิหยิ่งแต่ยิ่งทำให้อยากเข้าหา ว่าแล้วก็จับรวบหัวรวบเลยดีมั้ย คิก...” หญิงสาวเอ่ยออกมาทีเล่นทีจริงแสยะยิ้มอยู่ตรงหน้ากระจกด้วยรอยยิ้มกระหยิ่มยิ้มย่องราวกับคนโรคจิต

“เมาแล้วปากดีเกินต้าน ดูพูดเข้าแต่ละคำ ผู้หญิงอะไรน่ากลัวชะมัด” มิกเกลส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับเพื่อนของเธอ ซึ่งเธอรู้ดีว่าที่เพื่อนเธอพูดออกมาเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป

ปกติเพื่อนเธอคนนี้ไม่ใช่คนจะมาพูดอะไรกร้านโลกแบบนี้ได้ เธอเป็นคนค่อนข้างเรียบร้อย ส่วนมากจะอยู่กับเย่าเฝ้ากับเรือน

เว้นแต่ช่วงนี้ที่แม่ของเธอเอาผู้ชายเข้าไปอยู่ในบ้าน เธอจึงเริ่มกระด้างกระเดือกออกมาเที่ยวดื่มเพื่อระบายความกลัดกลุ้มอย่างเช่นวันนี้

มิกเกลเดินออกมาล้างมือ หลังจากที่เธอทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว โดยที่มิราเองก็กำลังยืนรอเธออยู่เช่นกัน

“เอาน่าเกล ว่าแต่แกเถอะจะช่วยพาฉันไปทำความรู้จักเพื่อนพี่วาคีนได้มั้ย ฉันอยากได้เขา ฮ่า...”

“ยังจะมาเล่นอีก รีบล้างเร็วเข้าจะได้ออกไปจากที่นี่ เกรงใจคนอื่นเขาเนี่ย” มิกเกลพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงดุๆ แต่ไม่ได้จริงจังนัก เป็นการเร่งให้เพื่อนของเธอจัดการตัวเองให้เร็วขึ้น

เพราะตอนนี้ลูกน้องของวาคีนกันคนอื่นไม่ให้เข้ามาใช้บริการห้องน้ำที่พวกเธอกำลังใช้อยู่ เพื่อเป็นการส่วนตัวที่สุด

และแน่นอนว่าเธอเกรงใจวาคีนเป็นอย่างมาก ที่จะต้องให้คนมาคอยดูแลเธอจนวุ่นวายแบบนี้ทุกครั้งที่เธอมาเที่ยวที่ผับแห่งนี้

กึก!

“....” มาเฟียหนุ่มชะงักฝีเท้าลงทันที สายตาคมจับจ้องไปที่ประตูห้องน้ำด้วยแววตาเรียบเฉย หลังจากได้ยินเสียงสองสาวที่กำลังคุยกันออกรสจนเสียงทะลุออกมาทางหน้าห้องน้ำ

“คุณไทเรลล์จะใช้ห้องน้ำเหรอครับ ตอนนี้มีเพียงคุณมิกเกลกับเพื่อนของเธออยู่ด้านใน” ลูกน้องของวาคีนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำเอ่ยถามเมื่อเห็นว่ามาเฟียหนุ่มหยุดยืนอยู่ตรงหน้าห้องน้ำได้สักพัก

“เปล่า” ไทเรลล์ตอบสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากบริเวณนั้น ทิ้งเอาไว้เพียงแววตาสงสัยของลูกน้องวาคีน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป