บทที่ 6 อยู่คอนโดเดียวกัน

สักพักต่อมา

“แน่ใจนะว่าแกขับกลับเองไหวจริงๆ” มิกเกลถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่ามิรากำลังฟุบหน้าลงบนพวงมาลัยรถ ก่อนหน้านั้นเธออาสาจะขับกลับไปส่งแต่มิรากลับไม่ยอม ดึงดันว่ายังไงก็ขับกลับไหว

“ขับไหวน่า...แกกลับเถอะยัยนุ่มนิ่ม ฉันยังไหวน่า ว่าแต่แกจะไม่พาฉันไปแนะนำให้พี่วาคีนและเพื่อนเขารู้จักจริงๆ เหรอ” มิรากดปุ่มสตาร์ตรถอย่างเชื่องช้า ส่งสายตาหยาดเยิ้มไปทางมิกเกล ที่ยืนส่งเธออยู่ข้างรถ ถึงแม้จะดื่มมาหลายแก้ว แต่ก็ไม่ได้เมามายอะไรมากแค่มึนๆ หัวเท่านั้น

“เอาไว้โอกาสหน้า วันนี้แกเมามากแล้ว”

“บอกว่าไม่เมาๆ หรือว่าเมา แต่แค่นิดเดียวไง”

“ป่วยการจะพูดกับแกจริงๆยัยมิรา ยังไงถึงคอนโดแล้วไลน์บอกฉันด้วยนะ เป็นห่วง”

“ก็ได้ๆ แกก็รีบไปขึ้นรถเถอะ ไว้ฉันไลน์หา” มิรายิ้มกว้างและโบกมือให้มิกเกลอีกครั้ง ก่อนจะเคลื่อนรถออกไปจากลานจอดรถของผับช้าๆ โดยที่เธอเองก็ประคับประคองรถยนต์คันหรูขับไปตามท้องถนนด้วยความระมัดระวัง

มิราโยกตัวไปตามเสียงเพลงEDM ที่เปิดดังก้องอยู่ในรถของเธอ ระหว่างรอสัญญาไฟแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียว ด้วยว่าการเปิดเพลงดังๆ และโยกย้ายร่างกายไปด้วย จะทำให้อาการมึนเมาสร่างลงไปบ้าง

แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักการกระทำทั้งหมดของเธอลง นิ้วเรียวเลื่อนไปปิดเครื่องเสียงที่กำลังดังกระหึ่มทันที เมื่อดวงตากลมโตของเธอหันไปเห็นเจ้าของเรือนผมสีควันบุหรี่ จอดรถรอสัญญาณไฟจราจรอยู่ข้างๆ รถของเธอ

ปี้น! ปี้น!

“อะ...อ้าว” มิราอุทานออกมาด้วยความเสียดาย เธอลดกระจกลงหมายจะยื่นหน้าออกไปทักทายเขา แต่รถยนต์คันหรูกลับขับทะยานออกไปถนนเบื้องหน้า ด้วยว่าสัญญาณไฟได้เปลี่ยนเป็นสีเขียวเรียบร้อยแล้ว มิราเองก็ต้องรีบเคลื่อนรถออกจากตรงนั้น เพราะรถคันข้างหลังเริ่มบีบแตรไล่รถของเธอแล้ว

“ขับเร็วชะมัด” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยความเสียดาย นัยน์ตาคู่สวยสอดส่ายสายตามองหารถของชายหนุ่มคนนั้น แต่กลับไม่เห็นแม้แต่ฝุ่น

“เอ๊ะ!!” แต่เธอก็ต้องคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้ง เมื่อเห็นรถหรูคันที่ขับตามหาตลอดเส้นทาง เลี้ยวเข้าคอนโดเดียวกันกับคอนโดที่เธอพักอาศัยอยู่ มิรารีบเพิ่มความเร็วตบไฟเลี้ยวพุ่งเข้าเลนขวาของถนน เพื่อเตรียมตัวกลับรถเข้าไปยังคอนโดของตัวเองด้วยความรีบร้อน

“นี่มันความเมาหรือพรหมลิขิต ที่ผลักให้เขาพักที่คอนโดเดียวกันกับฉัน กรี๊ดๆๆ”

@เดอะ สกายคอนโด

“ทำอะไรของเขา” มิราพึมพำเบาๆ พลางมองไปยังกลุ่มของชายชุดดำสามสี่คนที่ยืนก้มหน้ามือกุมต่ำ ถูกผู้ชายคนนั้นชี้หน้าด่าหรืออะไรสักอย่างที่เธอเองก็ฟังมันไม่ถนัด หญิงสาวดับเครื่องรถจากนั้นก็เดินลงจากรถไปยืนแอบฟังกลุ่มคนพวกนั้นว่าพวกเขากับกำลังคุยอะไรกัน

“ไปจัดการให้สะอาด อย่าให้เรื่องโยงมาถึงกู!” มาเฟียหนุ่มออกคำสั่ง ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในตัวคอนโดอย่างรวดเร็ว

“ระ...รอด้วยค่ะ”

มิราโผล่พรวดพราดออกมาจากมุมตึก ไม่รู้ว่าเพราะความเมาหรือความกล้าที่ทำให้เธอตะโกนไล่หลังชายหนุ่มเสียงดังลั่นอาคาร เร่งฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในตัวคอนโด เมื่อเธอมองเห็นแผ่นหลังของผู้ชายคนนั้นที่กำลังจะเดินตรงเข้าไปด้านในลิฟต์

“...” ไทเรลล์ไม่ได้หันกลับไปมองเสียงใสที่ตะโกนอยู่ทางด้านหลัง กลับเดินเข้าไปในลิฟต์ราวกับไม่ได้ยินเสียงของหญิงสาว แต่ทว่านิ้วเรียวของเขากลับกดแช่อยู่ที่ปุ่มเปิดลิฟต์ ราวกับกำลังรอเธออยู่

“แฮ่ก ๆ ขอบคุณค่ะ” มิราหอบหายใจออกมาอย่างหนัก แต่ก็มิวายหันไปทักทายคนข้างๆ ด้วยท่าทางสนิทสนม ภายใต้ความเงียบในห้องลิฟต์

“อ้าว...คุณที่ฉันเดินชนเมื่อหัวค่ำนี่คะ และเป็นเพื่อนของพี่วาคีนใช่มั้ยคะ ฉันจำคุณได้” มิราทักทายและยิ้มกว้างให้เขา ทำทีตีความให้ดูสนิทสนม

“....” เรียวคิ้วเข้มของมาเฟียหนุ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำพูดสนิทชิดเชื้อของหญิงสาว เขาไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับยื่นนิ้วเรียวเข้าไปกดปุ่มเลขสิบห้า ซึ่งเป็นชั้นที่เขาพักอาศัยอยู่แทน มิราหน้าเสียลงไปเล็กน้อย แต่เธอก็ยังไม่ละความพยายามที่จะตีสนิทกับคนหน้าดุอย่างใจดีสู้เสือ

“คุณพักอยู่ที่คอนโดนี้เหรอคะ บังเอิญจังเลยนะ”

“ดูเหมือนคุณจะดีใจมากนะ ที่รู้ว่าผมพักอยู่ที่นี่” ไทเรลล์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ เขาหลุบสายตาลงมองเจ้าของใบหน้าหวานที่กำลังส่งยิ้มน้อยๆ มาทางเขา ผมสีน้ำตาลเข้มเป็นลอนของเธอถูกปล่อยยาวเลยกลางหลัง ดวงตากลมโตทำให้เธอดูราวกับเป็นตุ๊กตา แต่มันคงจะรู้สึกดีกว่านี้ถ้าไม่บังเอิญไปได้ยินคำพูดที่แสนจะคึกคะนองของเธอเมื่อก่อนหน้า

ไทเรลล์เบือนสายตาจากคนตัวเล็กตากลับไปมองตัวเลขที่เลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ ของลิฟต์ เมื่อเห็นว่าเธอประหม่าอยู่ไม่น้อยคงไม่คิดว่าเขาจะรู้ทันเธอสิท่า

“ก็เป็นธรรมดาของคนที่อยากทำความรู้จักกันไว้ ไม่ใช่เหรอคะ” มิราจับจ้องไปที่ตัวเลขชั้นที่เคลื่อนไปเรื่อยๆ ด้วยใจจดจ่อ ภายในใจก็กำลังคิดหาคำที่จะพูดออกมาและทำความรู้จักกับเขา

“เธอคงอยากรู้จักฉันมากสินะ ถึงขั้นลืมกดลิฟต์ชั้นที่เป็นห้องพักของตัวเองเลย”

“ตายจริง!ฉันลืมไปเลยว่าพักอยู่ชั้นสิบ เดี๋ยวฉันค่อยกดกลับลงมาก็ได้ค่ะ” หญิงสาวยกมือเรียวขึ้นป้องปากอย่างมีจริต เมื่อเห็นว่าตัวเลขเลื่อนไปถึงชั้นสิบเอ็ดแล้ว ดวงตากลมโตของเธอเหลือบมองใบหน้าคมคายของเขาอย่างถือวิสาสะ

จมูกคมเป็นสันรับกับดวงตาสีสวยของเขาได้อย่างไร้ที่ติ สันคางที่มีเคราบางๆ ตรงนั้น ทำให้เขาดูคมเข้มและน่ากลัวไปพร้อมๆกัน จนเธอเผลอกลืนน้ำลายลงคอก้อนใหญ่ ทว่ากลับยอมรับได้ไม่ยากว่าเขาดูสมบูรณ์แบบตั้งแต่หัวจรดเท้าจริงๆ

‘หล่อจนอยากได้มาเป็นของตัวเอง’

ติ๊ง!

“ฮึ! ถ้าเธอจะมองฉันขนาดนี้"ไทเรลล์เบือนสายตาจากประตูลิฟต์หันไปสบตาหญิงสาวช้าๆ ริมฝีปากหนายกยิ้มร้ายกาจขึ้นจนน่าขนลุก "เธอบอกมาตามตรงเลยก็ได้ ว่าอยากขึ้นเตียงกับฉัน มิรา...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป