บทที่ 1 หัวปักหัวปำ

นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มเคาะจังหวะไปตามเพลงริทึ่มแอนด์บลูส์ที่เปิดคลอเบา ๆ ในรถ ขณะที่รอสัญญาณไฟแดง เขาเหลือบมองแฟนสาวที่กำลังตั้งใจแต่งหน้าไม่สนสิ่งรอบตัว

วันนี้ฟ้าโปร่งอากาศดี แต่ในใจคนขับกลับอึมครึมยิ่งกว่าเมฆฝน เพราะก่อนออกจากห้องเขาดันมีปากเสียงกับเธอ

ปีขาลพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ แต่ยิ่งมองกระโปรงสั้นเต่อที่เลิกขึ้นสูงจนเผยต้นขาขาว ความหึงหวงก็ยิ่งซัดกระหน่ำเข้ามาอย่างห้ามไม่ได้

“กระโปรงนี่มัน... สั้นไปหน่อยไหม?” เขาพูดพลางพยายามทำเสียงให้ดูเป็นกันเอง แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่ซ่อนแทบไม่มิด

มีเพียงความเงียบเป็นการตอบกลับ เขารู้ว่าเธอได้ยินทุกคำชัดเจน แต่เลือกจะเพิกเฉย สายตายังคงจดจ่ออยู่กับการแต่งหน้า ไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา เธอทำเหมือนทุกอย่างปกติ หูทวนลม ลอยหน้าลอยตาเหมือนทุกครั้ง

แม้จะพยายามแสดงออกให้เธอรู้ว่าเขากำลังไม่พอใจ แต่หญิงสาวก็ยังคงลากอายไลเนอร์อย่างใจเย็น เมื่อเสร็จจึงตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“ก็เท่าเดิมแหละ กวางก็ใส่แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วไหม” เธอว่าอย่างเบื่อหน่าย ราวกับหงุดหงิดกับความขี้หวงของเขาเต็มที

“เฮ้อ... งั้นแวะร้านกาแฟหน่อยไหม หาอะไรกินรองท้อง” ปีขาลถอนหายใจยาว เปลี่ยนเรื่องคุยทันที หวังให้บรรยากาศตึงเครียดคลี่คลายลง

แม้ในใจยังคุกรุ่น แต่เขารู้ดีว่าถ้าพูดเรื่องการแต่งตัวต่อ มีหวังได้ทะเลาะกันยาวแน่ เขาไม่อยากฟังคำว่า ‘เลิกกัน’ จากปากเธออีกแล้ว คำที่เธอพูดออกมาราวกับมันเป็นแค่เรื่องล้อเล่น แต่ทำเขาหน่วงใจได้ทุกครั้ง

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวกวางไปซื้อกินในมอ” หญิงสาวพูดสั้น ๆ ก่อนเก็บเครื่องสำอางลงในกระเป๋าใบหรูที่เขาซื้อให้เมื่อเดือนก่อน

“โอเค... เลิกเรียนแล้วจะไปไหนก็บอกพี่ด้วยนะ” ปีขาลลูบหัวเธอเบา ๆ อย่างที่เคยทำ แม้จะหงุดหงิดแค่ไหน แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะรักและเอ็นดู

“ค่า ๆ หนูกวางไปเรียนแล้วนะพ่อเสือ รักนะคะ” เธอหันมายิ้มหวาน โน้มตัวมาหอมแก้มเขาเป็นการบอกลา

รอยยิ้มนั้นทำให้ชายหนุ่มคลายความกังวลไปในทันที เขาเริ่มยิ้มออกเมื่อได้ยินคำว่า ‘พ่อเสือ’ ฉายาที่เธอชอบเรียกเขาอย่างหยอกล้อ

“ครับ ตั้งใจเรียนนะ” ก่อนเปิดประตูลงจากรถ เธอหันมายิ้มอีกครั้ง รอยยิ้มที่ทำให้เขาต้องยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน ความหงุดหงิดที่เคยมีเมื่อครู่ก็พลอยละลายหายไปด้วย

แล้วแบบนี้ เสือที่ถอดเขี้ยวสิ้นลายอย่างเขา จะเอาอะไรไปสู้กับกวางน้อยตัวนี้ได้ล่ะ แพ้เธอทุกทางเลย...

หลังจากร่ำลากันเสร็จ กรินายังคงยืนมองตามรถหรูที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปจนลับตา รอยยิ้มบนใบหน้าพลันจางหายไปพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่ไกลออกไปเรื่อย ๆ

ความรู้สึกใจหายแผ่วเบาเริ่มคืบคลานเข้ามาเมื่อนึกถึงเวลานั้น...เวลาที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป

แต่ก่อนที่ความคิดจะเตลิดไปมากกว่านี้ กรินาก็รีบสะบัดหัวเล็กน้อยเหมือนพยายามปลุกตัวเองให้กลับมาสู่ปัจจุบัน

‘มันยังไม่ถึงเวลา...อย่าเพิ่งคิดมากสิกวาง’ เธอพึมพำในใจ พยายามดึงตัวเองกลับมา

มือเรียวเล็กจัดชายกระโปรงรัดรูปให้เข้าที่ ถึงแม้จะชอบการแต่งตัวโชว์เนื้อหนัง แต่ก็มีเส้นแบ่งชัดเจน ส่วนไหนอยู่นอกเสื้อผ้าก็ให้มองได้ แต่ถ้าเป็นส่วนที่ซ่อนอยู่ ต้องเป็นคนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นถึงจะได้เห็น

เรื่องแฟชั่นเซ็กซี่ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเธอ กรินาแต่งแบบนี้มาตลอดตั้งแต่ก่อนจะคบกับเขา แต่คนขี้หวงที่แก่กว่าเธอตั้งเจ็ดปีก็ยังคงบ่นทุกครั้งที่แต่งตัวโชว์เรือนร่าง เช้านี้ก็บ่นไม่หยุดตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากคอนโด

บ่นเก่งยิ่งกว่าพ่อ...น่ารำคาญอยู่เหมือนกัน

วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของปีสุดท้าย จะให้เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าที่กำลังโด่งดังในอินสตาแกรมใส่ชุดเชย ๆ คงไม่ไหว เน็ตไอดอลสายแฟชั่นต้องดูดีอยู่เสมอ จะให้ใส่กระโปรงยาวถึงตาตุ่มแบบแม่ชีคงไม่ใช่สไตล์ของเธอ

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนใส่ คนที่เรียบร้อยแบบผ้าพับไว้ก็คงแต่งตัวแบบนั้น แต่กรินาคนนี้ขอบาย ขาเรียว ๆ ขาว ๆ ต้องออกสู่สายตาประชาชนเท่านั้น!

‘มีของดีก็ต้องโชว์’ คำนี้กลายเป็นคติประจำใจของเธอ

หญิงสาวแอ่นตัว ยืดหลังให้ตรง ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างมั่นใจ แล้วก้าวเดินเข้าสู่ร้านกาแฟใต้คณะตามพิกัดที่เพื่อนบอกมา

ทุกก้าวมีสายตาหลายคู่มองตาม บางคนมองด้วยความชื่นชม บางคนก็มองด้วยความริษยา คงอยากเห็นเธอสะดุดส้นสูงสี่นิ้วลงไปกองกับพื้น

แน่นอน! ในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ คนส่วนใหญ่คิดกับกรินาเป็นอย่างหลัง...

“ว้าวซ่า! พี่ออกัสซุปตามาเช้าจังค่ะ” เสียงแหลมเล็กดังขึ้นก่อนตัวจะถึงโต๊ะ กรินาเลื่อนเก้าอี้นั่งลงตรงข้ามกับสิงหา นักแสดงซีรีส์วายชื่อดัง ที่ถึงแม้จะเล่นบทชายรักชาย แต่เธอรู้ดีว่าข้างในนั้น ‘แมน’ ทั้งแท่ง

ที่รู้เพราะเคยเห็น ‘แท่ง’ นั้นมาแล้วกับตา!

“กูไม่ได้มาเช้า มึงนั่นแหละมาสาย มัวแต่กกผัวอยู่ล่ะสิ” สิงหาตอบอย่างรวดเร็ว คำพูดเฉียบคมและขี้เล่นเป็นสไตล์ของเขา

ปากแบบนี้แหละที่ทำให้แฟนคลับคิดว่าเขาเป็นเกย์ฝ่ายรับ ถึงกับเชื่อสุดใจว่าเขาคือ ‘ไอ้ต้าวคนสวยขาของแม่ยก’ ยิ่งเรื่องเจ้าสำอางนี่ไม่ต้องพูดถึง หน้าใสวาวยิ่งกว่าสาว ๆ บางคนเสียอีก

“อย่าพูดถึงผัวได้ไหม ช่วงนี้ยิ่งเบื่อ ๆ อยู่”

“ผัวหล่อ ผัวรวย ผัวที่ดีขนาดนั้น มึงยังจะเบื่ออีก กูล่ะเชื่อมึงเลยกวาง” เขาพูดกึ่งประชด พลางเลื่อนแก้วลาเต้ร้อนที่สั่งไว้ไปตรงหน้า

“ขนาดมึง กูยังเคยเบื่อเลยกัส” เธอยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ ยกกาแฟขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ “ของฟรีนี่มันอร่อยดีจริง ๆ เล๊ย”

สิงหาทำหน้าฉุนเล็กน้อย แต่รีบเปลี่ยนเรื่อง “พิมใจยังไม่มาอีกเหรอ อีกสิบนาทีก็ต้องเข้าเรียนแล้วเนี่ย” เขาดูนาฬิกาข้อมือพลางมองไปรอบ ๆ อย่างกระสับกระส่าย

กรินาเห็นท่าทางนั้นก็อดยิ้มมุมปากไม่ได้ ‘เขานี่กลัวความจริงขนาดนั้นเลยหรือไง’ เธอคิดในใจ

โอเค๊... ถ้าเพื่อนไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้น กวางสาวแสนใจดีคนนี้ก็จะไม่ขยี้ต่อ

“นั่นไง มันมาแล้ว” เธอชี้ไปทางพิมใจที่กำลังเดินเข้ามา “เพื่อนมึงนี่ตายยากจริง ๆ” พลางยกยิ้มอย่างอารมณดี

ชีวิตดำรงอยู่ได้ด้วยเงินทอง จะสุขสบายหากมีเงินทองมากมายไว้ในครอบครอง คำสอนจากปู่ทวดส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ยังคงดังก้องอยู่ในใจของ ‘ปีขาล สันติยาณุพงศ์’ รองประธานบริษัท ไทเกอร์ บริวเวอรี่ ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ของประเทศ

แม้พ่อจะเป็นประธานบริษัท แต่ตำแหน่งนี้ไม่ได้มาโดยง่าย ต้องบากบั่นพอสมควร หลังจากจบปริญญาเอกด้านการบริหารธุรกิจจากประเทศฝั่งตะวันตก ปีขาลกลับมาทำงานในตำแหน่งเล็ก ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์หลายปีกว่าจะได้ขึ้นมาเป็นรองประธานในสองปีหลังนี้

เรื่องเงินทองนั้นต้องพักไว้ก่อน เหตุผลที่ชายหนุ่มดั้นด้นมาที่นี่แทนที่จะเข้าบริษัท ไม่ใช่เรื่องงาน...แต่เป็นเรื่องหัวใจต่างหาก

ร่างสูงในชุดสูทสีดำเดินอย่างเงียบสงบเข้าไนต์คลับสุดหรู ซึ่งไร้ลูกค้าในช่วงกลางวัน มีเพียงพนักงานและหุ้นส่วนไม่กี่คนที่อยู่

“แดกแต่เช้าเลยนะมึง” เขาเอ่ยทักหุ้นส่วนด้วยคำห่าม ๆ บ่งบอกถึงระดับความสนิทสนม

รองประธานคืองานหลัก หุ้นส่วนคลับคืองานรอง หลังจากกลับจากต่างประเทศ ปีขาลได้ลงทุนเปิดไนต์คลับ Heaven & Hell กับเพื่อนสนิท แรกเริ่มทำเพราะอยากสนองนีดตัวเอง ทำไว้เป็นกับดักล่อเหยื่อสาวขึ้นเตียงตามสันดานเพลย์บอย แต่คลับนี้กลับเติบโตและได้รับความนิยม สร้างรายได้อย่างมหาศาล

“กูทำงานอยู่ครับเพื่อน กำลังเทสไวน์ล็อตใหม่ เพิ่งมาถึงตอนเช้ามืด ยังไม่ได้นอนเลยเนี่ย” กฤตินหุ้นส่วนยกแก้วไวน์แดงชั้นเลิศจากฝรั่งเศสขึ้นโชว์เพื่อยืนยันว่ากำลังทำงานจริง ๆ

ก่อนเครื่องดื่มจะวางขาย ต้องมั่นใจในคุณภาพ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ดีมีเงิน เครื่องดื่มที่คัดสรรมาต้องดีที่สุด ยกเว้นเพียงเบียร์ Tiger Monster ของปีขาลที่ขัดไม่ได้ เพราะมันเป็นธุรกิจครอบครัว

เมื่อเห็นเพื่อนนั่งลงตรงข้าม กฤตินก็ไม่รอช้า รินไวน์ให้ลองลิ้มรส

“ชวนกูดื่มแต่เช้า กูต้องเข้าบริษัทต่อนะ” ปีขาลต่อว่าเพื่อน แต่ก็รับแก้วไวน์ไว้

“แค่แก้วเดียว คอทองแดงอย่างมึงไม่สะท้านหรอก” กฤตินพูดปนประชด

ชายหนุ่มหมุนแก้วไวน์ในมือ ดวงตาจับจ้องไปที่น้ำสีแดงคล้ายกำลังครุ่นคิด “นุ่มคอดี” เขาพึมพำ

“ตัวนี้คือแมร์โล เหมาะกับสเต๊ก กูจะเอาไปลงร้านสเต๊กของกู แต่ถ้าจะกินเพียว ๆ ต้องตัวนี้” กฤตินอธิบายก่อนยื่นไวน์อีกแก้วให้ลอง

ทั้งที่บอกว่าจะดื่มแค่แก้วเดียว แต่สุดท้ายปีขาลก็เผลอไปถึงแก้วที่สาม จึงเบรกตัวเองทันที “พอแล้ว ไอ้สัส! มึงจะมอมกูหรือไง” เขาดันแก้วออก แล้วหันไปดื่มน้ำเปล่าล้างปาก

“ว่าแต่... มึงมาทำไมวะ! เดือนนี้มันเวรกูดูแลร้านนะ” กฤตินถามอย่างสงสัย เพราะตารางงานดูแลไนต์คลับจัดไว้อย่างลงตัวแล้ว

“กูจะมาขอดูกล้องร้านมึงหน่อย” ปีขาลตอบเสียงเรียบ

“กล้องไรวะ” กฤตินขมวดคิ้วทำหน้างง

“กล้องวงจรปิดที่ร้านอาหารมึงน่ะ เมื่อคืนมึงบอกเห็นกวางมากินข้าวกับไอ้ติ๋มนั่น”

เหตุผลที่ปีขาลต้องสละเวลามาดูวงจรปิด แม้จะมีงานยุ่งเพราะเมื่อคืน เพื่อนสนิทซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารบอกว่าเห็นแฟนสาวมากินข้าวกับเพื่อนผู้ชายสองต่อสอง

ตอนนี้เขากำลังระแวงอย่างหนัก ช่วงนี้แฟนดูแปลกไป รำคาญง่าย หงุดหงิด และพูดถึงเรื่องเลิกบ่อย ๆ เหมือนคนกำลังหมดใจ

“อ๋อ... อย่าบอกนะว่ามึงหึงไอ้น้องคนนั้น มันเป็นตุ๊ดไม่ใช่เหรอวะ มึงจะหึงไปทำไม” กฤตินถามพลางกระดกไวน์ในแก้ว และมองเพื่อนที่นั่งตรงข้ามด้วยความสงสัย

วันก่อนเห็นแฟนสาวของปีขาลมากินสเต๊กที่ร้านกับเพื่อนชายคนนั้น ดูเจ้าสำอางไม่น่าจะมีอะไรในกอไผ่ ปีขาลดูเหมือนจะหึงหน้ามืดตามัวเกินไปแล้ว

“ไม่รู้ว่ะ เซนส์กูบอกว่ามันรู้สึกตงิดใจยังไงไม่รู้” ปีขาลพูดเสียงต่ำ ความรู้สึกแปลก ๆ ที่อธิบายไม่ได้มันก่อตัวอยู่ในใจ

“อาการหนักนะมึง หลงเขาหัวปักหัวปำ ไหนตอนนั้นใครบอกแค่ฟันเล่น ๆ วะ” กฤตินยิ้มขำ ๆ เมื่อคิดถึงเรื่องราวเกือบสองปีก่อน ที่ปีขาลได้เจอกับแฟนสาวรุ่นน้องที่นี่

จากเสือที่เคี้ยวผู้หญิงเป็นว่าเล่น เขาก็ไม่นึกว่าจะมาตกม้าตายเพราะสาวน้อยคนนี้

“ไม่ใช่แค่ฟันเล่น ตอนนี้กูรักจริงหวังแต่ง” ปีขาลพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่มีแววล้อเล่น มันเป็นความรู้สึกที่มาจากใจจริง

แม้แต่ตัวเขาเองก็แทบไม่เชื่อว่าตัวเองจะเปลี่ยนไป จากคนที่เคยสนุกกับการมีผู้หญิงไปเรื่อย ๆ ไม่เคยคิดจะลงหลักปักฐาน จนกระทั่งได้เจอกับเธอ...

‘กวางสาวยั่วสวาท’ ฉายานี้ที่เธอตั้งให้ตัวเอง เขาไม่เถียงเลยแม้แต่น้อย เพราะเธอเป็นแบบนั้นจริง ๆ สวย เซ็กซี่ ขี้อ้อน ใครอยู่ใกล้ก็ต้องหลงเหมือนเขา

ส่วนเพื่อนดาราคนนั้นที่ใคร ๆ คิดว่าเป็นเกย์ แต่ปีขาลได้ยินจากปากแฟนสาวแล้ว ว่ามันไม่ใช่ ทรงมันแค่เหมือน ไอ้ห่านั่นมันชอบผู้หญิง!

เมื่อรู้แบบนี้ ความหึงหวงก็ยิ่งพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัว เขาเริ่มไม่พอใจที่แฟนสาวสนิทกับมันมากเกินไป ต้องทะเลาะกันบ่อยขึ้นก็เพราะเรื่องนี้

“เออ ๆ อยากดูก็มาดู แต่เลิกทำหน้าเหมือนเมียไม่รักได้ไหม กูขำว่ะ… มานี่ ตามกูมา ไอ้ปีแมว” กฤตินส่ายหัว ขบขันกับท่าทางหวาดระแวงของเพื่อน

เขารู้ดีว่าปีขาลเป็นคนขี้หวง ยิ่งถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเองก็คงไม่เชื่อ ไม่รู้ว่าตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมา น้องกวางน้อยทำอะไรกับมันบ้าง ถึงได้เปลี่ยนจากเสือลายสวยมาเป็นแมวเชื่อง ๆ แบบนี้

สงสัยเนื้อกวางคงจะหวานมากจริง ๆ

บทถัดไป