บทที่ 5 ยอมตลอด

เช้าวันใหม่เริ่มต้นอย่างอึดอัดสำหรับหญิงสาว เธอเดินเข้าครัวในสภาพงัวเงีย หลังจากตื่นนอนก็เห็นใบหน้าหล่อแต่บึ้งตึงของแฟนหนุ่มที่ยืนจ้องอยู่จากอีกฝั่งของห้องครัว สายตาเขาเย็นชา เต็มไปด้วยคำถาม เหมือนพร้อมจะพ่นคำตำหนิได้ทุกเมื่อ

เธอยักไหล่ไม่ใส่ใจ ยกแก้วน้ำขึ้นจิบ ก่อนจะเหลือบตามองเขาแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ แม้ดวงตายังพร่ามัวจากการเพิ่งตื่น แต่ก็พอเดาได้ว่าสาเหตุที่ทำให้เขาไม่พอใจ คงหนีไม่พ้นเรื่องของเธออีกตามเคย

“อะไรคะ มองแบบนั้นหมายความว่าไง?” กรินาถามตรง ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรำคาญ

ปีขาลยังคงยืนนิ่ง กอดอก แต่สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธที่พยายามระงับอยู่

“เพื่อนต่างเพศนี่เขาเล่นจุ๊บแก้มกันด้วยเหรอ พี่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะ” เขาพูดเสียงเรียบ แต่ความไม่พอใจแฝงอยู่ชัดเจน

กรินาเข้าใจในทันที คงเป็นเรื่องเมื่อวานที่เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อนดาราแล้วมีคนถ่ายรูปได้ งานเข้าแล้วไง... ป่านนี้คำว่า ‘กวางแรด’ คงติดเทรนด์อันดับหนึ่งไปแล้วล่ะมั้ง

แต่แทนที่จะกังวล เธอกลับยักไหล่เบา ๆ ก่อนพึมพำออกมา “ช่างสิ... ใครจะสนล่ะ”

“กวาง... อย่าเป็นแบบนี้ได้ไหม” เขาเอ่ยเสียงเข้ม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตักเตือน ท่าทีเฉยเมยของเธอยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด

“ก็กวางชอบเล่นกับเพื่อนแบบนี้ สนุกดี” เธอตอบเสียงเรียบ เดินไปนั่งที่โต๊ะอย่างสบายใจ ไขว่ห้าง หยิบขนมปังขึ้นมากัดช้า ๆ ไม่สนใจท่าทีของเขา

“กวาง!” ปีขาลตะคอกเสียงดัง ความโกรธฉายชัดออกทางสีหน้า แต่เธอก็ยังคงนิ่ง

“กวางแค่เล่น ๆ เองน่า มันไม่โดนจริงสักหน่อย พ่อเสือไม่ต้องไปใส่ใจหรอกนะ” เธออธิบายอย่างไม่คิดอะไรมาก แค่หยอกเพื่อนเล่น แต่ปีขาลกลับทำเป็นเรื่องใหญ่

“ไม่โดนก็เกือบโดน อีกนิดเดียวก็แตะแก้มมันแล้ว” เขายื่นมือถือมาให้ดูภาพที่ทำให้เขาร้อนใจ เธอมองแวบเดียวก็เห็นว่ามันเป็นแค่ภาพมุมกล้องที่ดูใกล้กว่าความเป็นจริง

“แล้วมันโดนไหมล่ะ ก็บอกแล้วว่าไม่มีอะไร” เธอถอนหายใจหนัก ๆ

“มันเป็นอะไรนักหนา! ทำไมชอบโดนเนื้อโดนตัวผู้ชายนัก ตัวเองก็มีแฟนอยู่แล้วนะอย่าลืม!” เขาตวาด ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธที่พยายามข่มอารมณ์ไว้ไม่ให้ระเบิด แต่ก็จ้องและกดดันเธอด้วยสายตาไม่ลดละ

“ไม่รู้อะ... กวางคงแรดมั้งคะ” เธอประชดประชันพร้อมกลอกตามองบน รู้ว่าตอนนี้ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร เขาก็คงไม่ฟังอยู่ดี ทั้งวันเขาก็คงจะวนเวียนแต่กับเรื่องนี้

“อย่ามาประชดพี่นะกวาง!” เขาเสียงแข็ง คว้าขนมปังจากมือเธอออกอย่างรวดเร็ว ความไม่พอใจฉายชัดในสายตา ท่าทีเหมือนไม่สนใจอะไรของเธอยิ่งทำให้เขาเดือดกว่าเดิม

กรินาหน้าบึ้งตึงทันที เธอสะบัดตัวทำท่าจะลุกขึ้นเดินหนี แต่เสียงเข้มก็ดักไว้อย่างรู้ทัน

“พี่ยังพูดไม่จบ! นั่งลง!” เขาสั่งเสียงดุ

“จิ๊! นี่พี่จะเอาอะไรกับกวางนักหนา! ก็บอกแล้วว่ามันไม่มีอะไร พี่ไม่เชื่อกวางเหรอ!” เธอบอกด้วยน้ำเสียงที่เริ่มหงุดหงิดอย่างชัดเจน

“พี่รู้ว่ากวางแค่เล่น แต่เรื่องแบบนี้มันไม่เหมาะ! ได้เข้าไปดูไอจีหรือยัง... แฟนคลับเพื่อนเธอเข้าไปด่าเธอเต็มเลย!” ปีขาลพูดด้วยความห่วงใยปนโกรธ

“ก็ปล่อยพวกมันด่าไปสิ มันก็แค่พิมพ์ผ่านจอ อยากด่าอะไรก็ด่า หรือพี่จะด่าอีกคนด้วยไหมล่ะ? งั้นด่ามาเลยสิ! อีแรด อีดอกทอง ด่ามาเลย! กวางรอฟังอยู่!”

เธอประชดจัดเต็ม ริมฝีปากเรียบตึง นั่งกอดอกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองเขาด้วยสายตาท้าทายไม่เกรงกลัว

ทั้งคู่จ้องตากัน ความเงียบในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด ไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายเป็นปีขาลที่ถอนหายใจ เขาพยายามผ่อนคลาย แต่สีหน้ายังมีความโกรธหลงเหลือให้เห็น

เธอเหลือบมองขนมปังที่เขาวางคืนไว้บนจาน จ้องอยู่นาน แต่ไม่คิดหยิบขึ้นมากินอีก หมดอารมณ์... เบื่อผัว!

“ที่พี่บ่นไม่ใช่เพราะหึงหวงอย่างเดียว แต่เพราะพี่เป็นห่วงเราด้วยนะ” ปีขาลเลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้แฟนสาวที่นั่งก้มหน้างอนอยู่ เสียงของเขาเจือด้วยความรู้สึกที่ปะปนระหว่างความโกรธและห่วงใย

หญิงสาวเมินหน้าหนีขนมปังตรงหน้าเหมือนไม่อยากแตะ มือที่เขาพยายามจะจับก็ถูกสะบัดออกอย่างรวดเร็ว เธอไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ

ทุกเช้าปกติปีขาลจะติดตามข่าวสารและหุ้น แต่เช้าวันนี้แตกต่างออกไป ข่าวบันเทิงขึ้นมาแทนที่ ภาพแฟนสาวกับดาราหนุ่มคนนั้นใกล้ชิดกันเกินความเหมาะสมถูกโชว์เด่นอยู่บนหน้าจอ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ข่าวแบบนี้เกิดขึ้น และทุกครั้งก็จบลงด้วยเสียงด่าทอจากแฟนคลับของดาราอีกฝั่ง

เขารู้ดีว่าเธอไม่สนใจ...อันที่จริงเธอแทบไม่แคร์ใครเลย แต่ในฐานะแฟน เขาก็อดกังวลไม่ได้

“มันไม่ใช่แค่โดนด่านะ แต่มันจะลามไปถึงชีวิตส่วนตัวรวมถึงงานของกวางด้วย” ปีขาลลดเสียงลง พยายามพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็น

รู้ว่าเธอเป็นคนดื้อรั้นและชอบเอาชนะ พูดไปอาจเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แต่ก็อยากให้เธอเห็นภาพรวมและเข้าใจความเสี่ยงในอนาคต

เขาเป็นผู้ใหญ่กว่า เป็นนักธุรกิจ วุฒิภาวะย่อมมากกว่าแฟนสาววัยยี่สิบสองที่ยังเลือดร้อน เขาคิดว่าวิธีค่อย ๆ เอาน้ำเย็นเข้าลูบอาจเป็นหนทางเดียวที่ได้ผล

ตอนนี้เธอเรียนอยู่ปีสี่ เคยถามว่าเรียนจบแล้วอยากทำอะไร เธอตอบว่าจะทำแบรนด์เสื้อผ้าและเป็นอินฟลูเอนเซอร์

ซึ่งถ้าเธอคิดจะจริงจังกับอาชีพนี้ ภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญ แต่ตอนนี้ภาพลักษณ์เธอกลายเป็นสาวแรง เปรี้ยวซ่า เธอถูกชาวเน็ตโจมตีแทบทุกเดือนจากพฤติกรรมรักสนุก นี่ต่างหากที่เขากังวล

“ลองคิดดูนะ กวางทำแบรนด์เสื้อผ้า ถึงจะเป็นธุรกิจเล็ก ๆ แต่ถ้ามีข่าวลบแบบนี้เรื่อย ๆ มันจะกระทบยอดขายแน่นอน” ปีขาลพยายามอธิบาย ให้เธอเห็นภาพที่เธออาจมองข้ามไป

“ก็ยังขายได้เหมือนเดิมนี่ พวกนั้นบอกจะบอยคอตเป็นล้านรอบก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย” เธอพูดอย่างไม่ใส่ใจ เอาแต่ก้มสำรวจเล็บสีสดใสของตัวเอง

“มันไม่ใช่แค่นั้นไงกวาง ถ้าเราจริงจังกับธุรกิจนี้ มันต้องขยายใหญ่ขึ้น แล้วข่าวลบพวกนี้จะส่งผลกระทบแน่นอน” ชายหนุ่มพูดต่ออย่างใจเย็น แม้เธอยังไม่ยอมมองหน้า

เขามองเรื่องนี้ในมุมของนักธุรกิจที่มองการณ์ไกล ส่วนในฐานะแฟน เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะเรื่องพวกนี้ไม่มีทางส่งผลดีต่อเธอเลย

“ขายไม่ได้ก็เลิกขายไง ถ้าเสื้อผ้าขายไม่ออก เดี๋ยวกวางไปขายตัวแทนก็ได้” คำพูดประชดประชันของเธอทำเขาคิ้วกระตุก เธอมักเป็นแบบนี้เวลามีปากเสียงกัน บางครั้งก็เหนื่อยใจเหมือนกัน ไม่รู้จะบอกจะสอนยังไงดี

“กวาง...พี่ขอร้อง อย่าพูดแบบนี้อีก” ปีขาลพยายามดึงเธอมานั่งบนตัก หวังจะทำให้เธอสงบลง แต่เธอก็ขัดขืน

“ปล่อย! ไม่ต้องมากอดมาหอม กวางเกลียดพี่แล้ว!” เธอดิ้นสุดแรง แต่แรงเขามีมากกว่า สุดท้ายจึงต้องนั่งลงตักอย่างจำยอม

แม้จะหยุดดิ้น แต่ภายในกลับรู้สึกน้อยใจ คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตบหัวแล้วลูบหลัง รู้สึกเหมือนทุกครั้งที่เขาทำให้เธอโกรธแล้วก็มากอดปลอบใจทีหลัง

“เกลียดพี่ทำไมฮึ? พี่เตือนเพราะหวังดีนะ” เขาพูดเสียงนุ่ม พยายามเอาใจเธออีกครั้ง

“พี่บอกว่าแบรนด์กวางจะขายไม่ได้” เธอเบะปากเหมือนเด็กจะร้องไห้ เอียงหน้าหนีจากจมูกที่เขาคลอเคลีย

“พี่ไม่ได้บอกว่าขายไม่ได้ พี่แค่บอกว่ามันจะส่งผลกระทบ ถ้ายังมีข่าวแบบนี้ออกมา” ปีขาลหอมเธอไปหลายฟอด แม้เธอจะขัดขืน แต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้

ถ้าไม่ติดว่าต้องไปทำงาน เขาก็อยากจะฟัดเธอตรงนี้เดี๋ยวนี้ เห็นใบหน้าเล็กง้ำงออย่างน่ารักแล้วรู้สึกหวงที่เอามันไปใกล้ผู้ชายคนอื่น

“อื้อ…พอแล้ว มันก็ความหมายเดียวกันนั่นแหละ ถ้าเสื้อผ้าขายไม่ออก กวางก็คงต้องไปขายตัวแหละ” เธอยกมือดันหน้าของเขาออก

“พี่เลี้ยงเธอได้ เลิกพูดสักทีเถอะว่าจะไปขายตัว อยากให้พี่อกแตกตายหรือไง” ปีขาลพ่นลมหายใจแรง ตอนแรกอารมณ์เขาเริ่มเย็นลงแล้ว แต่ตอนนี้เริ่มจะพุ่งขึ้นอีก ย้ำอยู่ได้ว่าจะไปขายตัว ใครมันจะยอมให้เธอทำกันล่ะ

“ถ้าพี่จะเลี้ยงกวาง แล้วจะมาว่ากวางทำไม กวางตั้งใจทำแบรนด์นี้มากนะ มาบอกว่าจะขายไม่ออกนี่โกรธนะ” เธอพูดพลางเอียงหน้าหนีสายตาเขา

ปีขาลรู้ว่าเธอต้องคิดตามคำพูดของเขาบ้าง แม้เธอจะปากแข็งยังไงก็ตาม เขามองเห็นแววตาสับสนของเธอ ซึ่งยืนยันว่าเธอไม่ได้ปฏิเสธสิ่งที่เขาพูดอย่างหมดใจ

“พี่ขอโทษ พี่อาจจะพูดแรงไป แต่พี่ก็แค่อยากให้กวางเข้าใจ...” เขาบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง ยกมือขึ้นลูบหัวคนบนตัก

ปีขาลยอมพูดขอโทษก่อน ทั้งที่รู้ว่าตัวเองไม่ผิด แต่เพราะไม่อยากให้เรื่องยืดเยื้อ อะไรยอมได้เขาก็เลือกที่จะยอม

“ปล่อยกวางได้แล้ว! กวางจะไปอาบน้ำ เดี๋ยวไปเรียนสาย” เธอพูดพลางลุกจากตัก ปีขาลก้มมองนาฬิกาข้อมือ เห็นว่าใกล้สายจริง ๆ จึงยอมปล่อยเธอไป

“ขับรถไปเอง ระวังด้วยนะ” เขาตะโกนตามหลังด้วยน้ำเสียงห่วงใย ขณะที่เธอเดินลับตาไป

วันนี้เขาไปส่งเธอไม่ได้ เพราะต้องเดินทางไปสัมมนาที่ชลบุรี กว่าจะกลับก็คงค่ำ ให้เธอขับไปเองน่าจะสะดวกกว่า

ในห้องครัวทิ้งไว้เพียงความเงียบโรยตัว ปีขาลนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาจับจ้องประตูห้องนอนที่ปิดสนิท

ความคิดหนึ่งที่เขาไม่อยากคิดดังแทรกเข้ามาในหัว

‘เราจะไปกันได้อีกนานแค่ไหนนะ’

ปีขาลลอบถอนหายใจ ความกังวลค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในความเงียบ แต่ก็พยายามสะบัดออก เพราะตั้งใจไว้แน่วแน่แล้วว่าเขาจะไม่มีวันเลิกกับเธอ ไมว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป