บทที่ 3 BAD GUY : CHAPTER 2 [100%]

BAD GUY

2

คำพูดของเขาที่ออกมาสร้างความมั่นใจให้ฉันได้อย่างมาก ถึงใครจะบอกว่ามันเร็วไปหรือเปล่า? แต่สำหรับฉันไม่มีคำว่าเร็วไปหรอกนะ

“ก็ได้ หนูจะเป็นแฟนกับพี่”

“ดี งั้นมาฟังกฎของการเป็นแฟนฉันดีกว่า... ว่าแต่ถามฉัน เธอต่างหากมั่นใจหรือเปล่าที่จะคบกับฉัน”

“หนูมั่นใจมานานมากแล้วล่ะ” พี่ฟีนิกซ์มองหน้าฉันและพยักหน้ารับ ก่อนที่ฉันจะลุกขึ้นจากตักของเขา อันที่จริงมันน่าอายมากเลยนะที่นั่งอยู่บนตักเขาอยู่นาน ดีที่ไม่มีคนไม่งั้นฉันคงมุดดินหายไป

“กฎของการเป็นแฟนฉันข้อแรกคือ ห้ามตามฉัน”

“หือ? หมายถึงอะไรเหรอ” ฉันเอียงคอมองพี่ฟีนิกซ์ที่ยืนกอดอกอยู่ที่หน้าทีวี เขายิ้มออกมาและคว้าขวดเหล้าสีอำพันมากระดกเกือบหมดขวด บ้าจริงแบบนี้ก็เมานะสิ

“ก็หมายถึงห้ามตามฉันไม่ว่าจะไปที่ไหนหรือทำอะไร นอกซะจากฉันจะพาเธอไปเอง เข้าใจ?”

“อ่อ”

“ห้ามจุกจิก ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้จุกจิก พูดมากน่ารำคาญ และฉันก็มั่นใจว่าเธอคงไม่เป็นแบบนั้น อีกข้อห้ามทำอะไรตามใจ คืออยากจะทำนู้นทำนี้ทำอะไรก็แล้วแต่ต้องบอกฉันก่อน โอเค”

“ห้ามทำตามใจ ถ้างั้นถ้าหนูปวดอึ หนูก็ต้องขอพี่ก่อนน่ะสิ”

“ก็คงแบบนั้น”

“โหย ไม่เอาหรอกนะ ข้อนี้หนูไม่ทำให้หรอก”

“เออ งั้นข้อนี้ยกเว้น อีกข้อคือเธอต้องทำตามฉันทุกอย่าง ไม่ว่าจะให้ทำอะไร ทำได้ไหม?” พี่ฟีนิกซ์พูดข้อสุดท้ายด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาฉันพร้อมกับโน้มตัวลงมาจนฉันเอนตัวพิงกับโซฟา โดยที่ได้กลิ่นเหล้าจากตัวของเขาด้วย

“อือ ได้สิไม่มีปัญหา”

“ดีมาก แค่นี้ล่ะไม่มีอะไรแล้ว อ่ออีกเรื่องเธอต้องย้ายมาอยู่ที่คอนโดฉัน”

“เอ๋? ทำไมอะ หนูอยู่หอพักก็ดีอยู่แล้วนะ ไม่ต้องเดินไปทำงานที่ร้านเค้กไกลด้วย”

“แล้วใครบอกว่าฉันจะให้เธอทำงานที่ร้านเค้กไอติม” ฉันขมวดคิ้วมองใบหน้าหล่อที่เบ้ปากมองบน ก่อนจะผละตัวออกไปนั่งที่โซฟาตามเดิม แขนหนาก็วาดมากอดไหล่ฉันไว้หลวมๆ

“เลิกทำงานแล้วมาเป็นแม่ศรีเรือนให้ฉันดีกว่า ตกลงนะ”

“เออ แล้วหนูจะเอาเงินที่ไหนกินใช้เล่า”

“มีผัวรวยแล้วจะกลัวอะไร ฉันเลี้ยงเธอได้หรอกน่า...” พี่ฟีนิกซ์เบ้ปากอย่างหงุดหงิด จะได้ไปอยู่กับเขางั้นเหรอ? แต่ว่าพี่ไอติมล่ะ ฉันไม่อยากทิ้งพี่เขานะ อุตส่าห์รับฉันเข้าทำงานมานาน จู่ๆ จะมาออกงานเพราะมีแฟนแบบนี้พี่ไอติมจะคิดยังไงล่ะ

“ฮัลโหลไอติมเหรอ ฟีนิกซ์นะ เออเนปจูนที่เป็นพนักงานร้านเธออะ ไม่ไปทำที่ร้านเธอแล้วนะ เพราะตอนนี้ฉันกับยัยดาวเคราะห์น้อยเป็นแฟนกันล่ะ ฉันเลี้ยงเธอได้แค่นี้นะ”

“พะ พี่ทำอะไรของพี่อ่ะพี่ฟีนิกซ์!”

“อ้าว ก็ลาออกให้เธอไง ลาออกจากงาน และก็มาทำงานเป็นแฟนฉันแทน ไม่ดีหรือไง?”

“พี่นี่มันทำอะไรเอาแต่ใจชะมัด”

“ไม่ใช่เอาแต่ใจอย่างเดียว เอาอย่างอื่นก็ทำให้สาวติดมาเยอะด้วยเหมือนกัน หึ”

“ใช่สิ คงจะเยอะมากเลยด้วย” ฉันเบ้ปากมองร่างสูงที่หัวเราะออกมา ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ฉันอีกครั้ง ทุกครั้งที่เขาขยับเข้ามา มันทำให้ฉันไปไม่เป็นเลยสักครั้ง แล้วเขาล่ะรู้สึกแบบนี้บ้างหรือเปล่านะ?

“ก็บอกแล้วไงว่าคนอื่นแค่นอกกาย แต่เธอคือแฟนเลยนะ ดีกว่าผู้หญิงพวกนั้นซะอีก”

“หนูคงเปลี่ยนนิสัยพี่ไม่ได้สินะ แต่เอาเถอะ แค่ได้อยู่กับพี่ก็ดีใจล่ะ”

“ว่าง่ายจริงนะ แฟนใครวะเนี่ย” พี่ฟีนิกซ์โอบกอดฉันแน่น ฉันไม่มีทางเปลี่ยนนิสัยของเขาได้หรอก ไอ้เรื่องกินผู้หญิงหรือเรื่องแบดบอยที่เขาเป็น ฉันไม่สามารถทำได้ ถึงแม้ว่าเขาจะเคยปรับเปลี่ยนตัวเองกับแฟนเก่า แต่ถึงอย่างนั้นปรับเปลี่ยนไปก็ใช่ว่าแฟนเก่าเขาจะกลับมาหา เพราะงั้นสู้ให้เขาเป็นตัวของตัวเองดีกว่า และคนอย่างฉันก็ไม่มีวันปล่อยเขาไปแน่ๆ

“แฟนพี่ฟีนิกซ์ไง แต่ว่า... ทำไมพี่ถึงได้เลือกหนูล่ะ หนูไม่ได้สวย ไม่ได้หุ่นดีเลยนะ”

“ไม่รู้สิ รู้สึกถูกชะตากับเธอยังไงไม่รู้” ฉันผละใบหน้าออกจากอกแกร่ง และจ้องมองใบหน้าของพี่ฟีนิกซ์ที่ยกมือลูบปลายคางตัวเองพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

“เมื่อกับว่าเคยเจอแววตา แบบนี้มาก่อน”

“ไม่หรอก พี่คงจะผู้หญิงเยอะ ถึงได้จำผิดจำถูก...”

“ฉันว่าฉันจำไม่ผิดนะ เหมือนกับว่าฉันเคยเจอแววตาแบบนี้ที่ไหนมาก่อน แต่นึกไม่ออกอะ” พี่ฟีนิกซ์ยักไหล่และหันไปดูทีวีต่อ ฉันก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกไป เขาจำฉันไม่ได้หรอกเห็นเปล่าล่ะ? ถึงได้บอกไง ว่าไม่กล้าที่จะบอกความจริงออกไป ความสัมพันธ์ของเราตอนนี้กำลังไปได้ดี เพราะฉะนั้นเรื่องอดีตเมื่อถึงเวลาเธอจะเป็นคนบอกมันกับเขาเอง

“ก็เธอน่ารัก”

“เอ๋?”

“ที่เลือกเธอ เพราะว่าเธอน่ารักและก็เพราะความอึดของเธอที่ตามฉันมาถึงสามเดือน...” ฉันหันไปมองใบหน้าหล่อที่พูดออกมาทั้งที่สายตายังคงจับจ้องทีวีอยู่ ความรู้สึกที่ออกมาตอนนี้อยากจะบอกว่า ดีใจจังแหะ ไม่คิดไม่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้เจอกับคนที่ตามหามาตลอดห้าปีเต็ม แถมเขายังขอฉันเป็นแฟนด้วยนี่สิ มันเกินความคาดหมายเลยนะนั่น

“เดี๋ยววันนี้ฉันจะพาเธอไปขนของที่พักนะ ย้ายมาวันนี้เลย”

“ห๊า พี่จะบ้าเหรอ อะไรจะเร็วปานนั้น”

“ก็ฉันมันคนใจร้อน อยากนอนกอดเมียใจจะขาดแล้ว หึหึ”

“เสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์ชะมัด”

“ยัยดาวเคราะห์น้อย...” มือหนาที่อบอุ่นของพี่ฟีนิกซ์ยีผมฉันทันทีอย่างหมั่นเขี้ยว แค่คิดว่าได้นอนกอดกับพี่ฟีนิกซ์ก็ฟินไปถึงได้ดาวเนปจูนแล้วนะ อร๊าย

รถบิ๊กไบค์คันใหญ่สีดำสนิทของพี่ฟีนิกซ์ก็ขับมาจอดที่หน้าหอของฉัน อันที่จริงพี่เขาให้ฉันรออยู่ที่ผับและตัวเองก็เดินไปเอารถที่คอนโดมา ตอนนี้ฉันกระโดดลงจากรถและถอดหมวกกันน็อคส่งให้เขา

“พี่ไม่ต้องขึ้นไปหรอก ห้องหนูเล็กมาก”

“จะขึ้นไปด้วย มีอะไรปะ?”

“เอาจริงอะ”

“ทำไม ซ่อนตัวผู้ไว้หรือไง ถึงได้ไม่อยากให้ผัวขึ้นไป”

“พูดแบบนี้อีกแล้วนะ บอกแล้วว่าแฟนกัน ใครได้ยินอายเขาตายเลย”

“อายทำไม? ฉันไม่อาย และเธอก็ห้ามอายด้วย นำไปสิ ยืนรอให้ได้โล่หรือไง” ฉันทำปากจู๋ใส่เขา และเดินนำเขาไปที่ห้องของตัวเอง พอเปิดห้องเข้าไปพี่ฟีนิกซ์ก็กวาดสายตามองไปรอบห้อง หยิบนู้น จับนี้มาเหวี่ยงไปมา

“จนชะมัด ห้องแคบกว่าห้องน้ำคอนโดฉันอีก”

“ก็คนมันจน จะให้ทำยังไงล่ะ”

“แต่ก็ไม่จนแล้วล่ะ มีผัว เอ้ย มีแฟนรวยสบายไปตลอดชาติ” พี่ฟีนิกซ์กระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงของฉัน ก่อนจะนอนมองฉันที่เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเป้อยู่ ห้องที่อยู่มานานจากนี้ไปคงจะไม่ได้อยู่แล้วล่ะสิ คิดแล้วเศร้าแหะ ดีที่ของฉันมีไม่มากเท่าไหร่นะ ฉันคว้านหากล่องสำคัญก็ต้องขมวดคิ้วทันทีเมื่อมันไม่ได้อยู่ในที่ที่ควรอยู่ เพราะวันนี้ลืมพกติดตัวไปด้วย

“หายไปไหน?”

“นี่กล่องอะไรของเธอเนี่ย น่ารักดีนะ”

“เอ๋? ยะ อย่าเปิดนะพี่ฟีนิกซ์”

หมับ

ตุ้บ

“ได้แล้ว” ฉันกระโดดไปตะครุบกล่องสำคัญที่มือของพี่เขาอย่างตกใจ ขืนถ้าเปิดดูของข้างใน เขาก็จะรู้น่ะสิ และที่จำไม่ได้ก็อาจจะจำได้ก็ได้ ความสัมพันธ์ที่ฉันกับเขาเป็นอยู่ฉันยังไม่อยากให้มันหายไปนะ และก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ว่าฉันกระโดดทับร่างหนาที่นอนอยู่ ใบหน้าของฉันก้มต่ำมามองใบหน้าของพี่ฟีนิกซ์ที่อยู่ใกล้กับทรวงอกของฉัน แว้ก!

“นมทิ่มหน้า”

“อะ เออ หนูขอโทษ...” ร่างฉันกระเด้งออกจากตัวของพี่ฟีนิกซ์ทันทีอย่างเขินอาย หลับตาลงกับสิ่งที่ตัวเองทำ มือก็กอดรัดกล่องของขวัญกล่องนี้ไว้แน่น ค่อยๆ ลืมตามองใบหน้าของพี่เขาที่ยังคงยิ้มให้กับฉันอย่างเจ้าเล่ห์

“พี่ลามกอะ”

“ลามกอะไร ใครกันวะที่เอานมมาทิ่มหน้าฉันก่อนเนี่ย”

“ก็พี่จะเปิดของข้างในดู”

“แล้วไง สำคัญมากนักเชียว”

“ก็ใช่น่ะสิ ของชิ้นนี้สำคัญกับหนูมาก เพราะมันเป็นของ...”

“ของ?”

“ไม่มีอะไร เป็นของพ่อแม่หนูนะ พี่เนี่ยไม่มีมารยาทเลย เปิดของคนอื่นดูได้ไงกัน”

“อ้าว ยัยดาวเคราะห์น้อยนี่กล้าดียังไงมาด่าฉันวะ!” ฉันลงจากเตียงไปหยิบกระเป๋ามาสะพาย และเดินออกจากห้องไปพร้อมกับพี่ฟีนิกซ์ที่เดินตามมาอย่างหงุดหงิด ฉันจะต้องเอากุญแจห้องไปคืนเจ้าของหอ แต่ไม่อยากจะไปเจอกับเจ้าของหอพักสักเท่าไหร่เลยสิ เขาเป็นเจ้าของหอพักที่ชอบมาตอแยตามตื้อฉัน ทั้งที่ตัวเองก็อายุสามสิบแล้ว ตัวก็อ้วนเตี้ย แถมยังสกปรกอีกต่างหาก แต่จะทำยังไงได้ล่ะฉันต้องหาที่พักถูกๆ และที่นี่ก็ถูกด้วย แต่ก็ต้องทนกับเจ้าของหอพักที่ชอบมาขอคบฉันเป็นแฟนเสมอ คิดดูว่าฉันจะตกลงหรือเปล่าล่ะ? ไม่มีทางหรอก

“คือคุณเจเรด หนูเอากุญแจห้องมาคืนค่ะ”

“เอ๊ะ? ทำไมล่ะเนปจูน เนปจูนจะไปไหน” นั่นไง เพียงแค่ฉันพูดแค่นี้ร่างต้วมเตี้ยมก็เดินออกมาจากห้องพักที่อยู่ด้านล่างหอ ก่อนจะตรงมาจับมือฉันและทำหน้าเศร้า แต่ทว่าอีขี้ตาที่ติดอยู่นั่นมันคืออะไร

“คือหนูจะย้ายออกวันนี้ค่ะ แล้วก็ปล่อยมือหนูด้วย”

“ทำไมเนปจูนทำกับผมแบบนี้ล่ะ ผมชอบเนปจูนมานานนะ เนปจูนจะไปอยู่ที่ไหน ให้ผมไปส่งนะจะได้รู้ว่าเนปจูนอยู่ดีกินดีหรือเปล่า?”

“ไม่ต้อง หนูรีบต้องไปแล้ว”

“ไม่เอา ผมไม่ปล่อย เนปจูนต้องตอบตกลงเป็นแฟนกับผมก่อน ผมถึงจะปล่อยมือ”

“เฮ้ยไอ้อ้วนสกปรก มึงปล่อยมือแฟนกูเลยนะ!” น้ำเสียงเข้มของพี่ฟีนิกซ์ดังขึ้น เออใช่ฉันลืมพี่ฟีนิกซ์ได้ไงกัน เขาเดินมาหยุดตรงข้างฉันและปัดมือของเจ้าของหอพักออกจากมือฉันไปอย่างนิ่งๆ

“แกเป็นใครกัน?”

“เป็นแฟนเนปจูน”

“มะ ไม่จริง ไม่ใช่ ทำไมเนปจูนถึงไปคว้าเอาไอ้คนหน้าตาอุบาทว์แบบนี้มาทำแฟนล่ะครับ” อือหือ ช่างกล้าพูดนะ นี่ถ้าคนหน้าตาแบบพี่ฟีนิกซ์อุบาทว์ คนอย่างอีตาเจเรดนี่คงจะโคตะระอุบาทว์ของอุบาทว์เลยน่ะสิ พี่ฟีนิกซ์กอดคอฉันและเอียงคอมองใบหน้าของเจ้าของหอพักที่ทำหน้าเศร้าสร้อย

“ผมตามเนปจูนมานานแล้ว ทำไมทำกับผมแบบนี้ล่ะ มันดีตรงไหน? มันหล่อตรงไหน คนหล่อไว้ใจไม่ได้นะเนปจูน เลิกกับมันแล้วมาคบกับผมเถอะ ผมจริงใจกับเนปจูนนะ”

“มึงรู้จักคอนเวิร์สหรือเปล่าไอ้อ้วน?”

“ถามทำไม...”

“อ่อก็ถ้าไม่รู้จัก กูจะได้ทำให้มึงรู้จักไงไอ้เวร!”

“พี่ฟีนิกซ์ เราไปกันเถอะ ขอตัวนะคุณเจเรด” ฉันคว้าแขนของพี่ฟีนิกซ์ไว้ ก่อนที่เขาจะตรงเข้าไปใช้รองเท้าคอนเวิร์สที่สวมใส่อยู่กระทืบใบหน้าของเจ้าของหอพักซะก่อน พี่ฟีนิกซ์สะบัดมือออกและเดินไปนั่งที่รถบิ๊กไบค์ของตัวเอง ก่อนจะหยิบบุหรี่จากกระเป๋ากางเกงมาจุดสูบ

“ทนกับคนแบบนั้นได้ไงกัน?”

“ก็ทำไงได้ล่ะ หนูไม่มีที่ไปนี่นา แล้วที่นี่ก็ค่าเช่าถูกด้วย”

“เห็นแล้วขยะแขยงจริงๆ ไม่รู้จักเจียมตัวเอง ด่ากูว่าไม่หล่อ มันเอาส่วนไหนคิดวะ”

“ส่วนหัวแม่เท้ามั้ง”

“เหอะ มานี่ดิ” พี่ฟีนิกซ์กวักมือเรียกฉันเข้าไปใกล้ และก็คว้าเอวฉันไว้ ก่อนจะพ่นควันบุหรี่ไปอีกทาง เงยหน้าสบตาฉันที่จ้องมองเขาอย่างขำๆ

“ขำอะไร?”

“ก็ไม่คิดว่าพี่จะแค้นเคืองขนาดนั้น โดนว่าไม่หล่อ มันน่าโมโหขนาดนั้นเชียว”

“ใช่สิ คนอย่างฉันไปที่ไหนก็มีแต่สาวมอง แถมยังมาโดนไอ้อ้วนสกปรกนั่นว่าอีก”

“ค่า พ่อคนหล่อสุดๆ”

“กลับไปอาบน้ำให้สะอาดเลยนะ ให้มันจับมือจับไม้ น่าเข้าไปกระทืบสักทีสองที”

“ไม่ต้องเลย กลับได้แล้ว ดึกแล้วนะ ไหนว่าพี่บอกว่าต้องเฝ้าผับไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่เฝ้า ขี้เกียจ” ฉันมองร่างสูงที่หมุนตัวไปคร่อมรถของตัวเอง และขับพาฉันตรงไปที่คอนโดระดับห้าดาวของเขา ซึ่งฉันแค่ได้เห็นเพียงด้านนอก แต่ไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะได้ย่างกายเข้ามาในที่หรูหราแบบนี้ด้วย พี่ฟีนิกซ์พาฉันขึ้นลิฟต์และบอกว่าห้องเขาอยู่ชั้นไหน เพื่อเวลาฉันออกไปไหนจะได้กลับมาที่ห้องถูก ชั้นที่พี่ฟีนิกซ์อยู่เป็นชั้นวีไอพีที่มีแค่ห้าห้องเท่านั้น และหนึ่งในนั้นคือห้องของเขา ภายในกว้างและดูสวยจนฉันยืนอึ้งไปพักหนึ่ง กระจกใสๆ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้เป็นอย่างดี ห้องครัว ห้องรับแขกก็กว้างจนฉันยิ้มไม่หุบ ก่อนจะเดินตามเขาไปที่ห้องนอนที่กว้างและเตียงก็ใหญ่พอที่จะนอนกันได้สองคน พี่ฟีนิกซ์ถอดเสื้อยืดออก ทำให้ฉันตกใจเล็กน้อยที่เห็นแผงอกแกร่งขาวเนียนของเขา

“ตู้เสื้อผ้าฉัน เอาเสื้อผ้าเธอไปแขวนไว้เลย”

“อืม ขอบคุณนะพี่” ใบหน้าของเขาเงยหน้าจากมือถือก่อนจะส่งยิ้มให้ ฉันต้องเก็บกล่องสำคัญไว้อย่างดีที่สุด ฉันเลือกที่จะเก็บไปที่ลิ้นชักใต้ราวที่ดูเหมือนว่าพี่ฟินิกซ์จะไม่ได้เปิดใช้นานมานานมากแล้ว เพราะงั้นโล่งใจได้ว่าเขาไม่มีทางเปิดมันเด็ดขาด

หลังจากที่ฉันเข้าไปอาบน้ำทันทีที่เขาไล่ ฉันก็ออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนธรรมดาคือเสื้อยืดสีเทากับกางเกงขาสั้นสีดำ ฉันเช็ดผมตัวเองไปพลางมองร่างของพี่ฟีนิกซ์ที่นอนเล่นมือถืออยู่บนเตียง

“พี่ไม่อาบน้ำเหรอ?”

“ไม่อะ ขี้เกียจ”

“ทำไมขี้เกียจบ่อยจัง ตั้งแต่ไปเฝ้าร้านแล้วนะ”

“ช่างฉันเถอะ” ฉันเบ้ปากและเดินเอาผ้าขนหนูไปตากที่ราวแขวน ก่อนจะเดินมาหยุดข้างเตียง มองร่างสูงที่ตอนนี้เปลือยเปล่า ไม่ได้หมายถึงเปลือยทั้งตัวนะ แต่เปลือยแค่ท่อนบน เพราะท่อนล่างยังสวมบ๊อกเซอร์สีดำอยู่

“พี่จะให้หนูนอนไหนเหรอ”

“นอนบนนี้ไง”

“เอ๋ เอาจริงเด่ะ”

“จริง ขึ้นมา จะนอนก็นอนไปเลย” พี่ฟีนิกซ์ตบเตียงข้างๆ จนฉันเขินหน้าร้อนไปหมด ให้ตายเหอะ เกิดมาไม่เคยนอนกับผู้ชายคนไหนเลยนะ ถึงแม้ว่าพี่ฟีนิกซ์จะเป็นรักแรกและคือคนที่ฉันเฝ้ารอมานานก็เหอะ แต่จะใจไวไปไหมที่มานอนด้วยกัน ทั้งๆ ที่เพิ่งจะเป็นแฟนกันแค่วันเดียว

“ยืนบื้ออยู่ทำไม? หรืออยากให้ฉันอุ้มมานอนบนนี้ หึ” ฉันส่ายหน้าไปมาที่พี่ฟีนิกซ์ชี้ไปบนตัวเอง ก่อนจะขึ้นไปนอนบนเตียงโดยที่พี่ฟีนิกซ์ก็หันไปจดจ่ออยู่ที่หน้าจอมือถือเหมือนเดิม ฉันไม่รู้ว่าเขาดูอะไรหรอกนะแถมยังใส่หูฟังอีกต่างหาก แต่ด้วยความเผือกของฉันเอง เผลอชะโงกหน้าไปมองหน้าจอขนาดห้านิ้ว ก็ต้องตกใจกับภาพเคลื่อนไหวที่อยู่ในจอ

“พะ พี่ฟีนิกซ์ทะลึ่งอะ!”

“แล้วใครใช้ให้ชะโงกหน้ามามองวะ ยัยดาวเคราะห์น้อย” สีหน้าของพี่ฟีนิกซ์ดูหงุดหงิดทันที ก่อนจะสนใจมือถือตัวเองต่อ และเป็นฉันไงที่หันหลังหนีร่างหนาพร้อมกับภาพบ้าๆ นั่นยังติดตาไม่หาย พี่ฟีนิกซ์ดูหนังโป๊?

ใช่ ลามกชะมัด บ้าจริงทำไมเขาถึงได้ห่ามแบบนี้นะ ดูหนังโป๊โดยที่ไม่แคร์ฉันเลยสักนิด แถมในจอยังถึงขั้นแบบเมามันกันมาก ถึงพริกถึงขิง แม้ว่าฉันจะเห็นแค่แวบเดียวก็เหอะ (แวบเดียวก็ทำให้อึ้งได้นะเออ)

หมับ

“อ้ะ”

“ยัยเด็กลามก มาชะโงกดูหนังโป๊”

“หนูเปล่านะ แค่สงสัยว่าทำไมพี่ถึงได้จ้องมือถืออยู่แบบนั้นต่างหาก...” ฉันตกใจนิดหน่อยที่จู่ๆ พี่ฟีนิกซ์ก็โผมากอดฉันจากด้านหลัง แถมฉันยังสัมผัสได้ถึงอกแกร่งเปลือยเปล่าและขาที่หนักของเขาด้วย ก่ายมาได้ยังไงกัน ฉันตัวเล็กนิดเดียวเองนะ ใบหน้าหล่อของพี่ฟีนิกซ์อยู่ใกล้กับแก้มฉันมาก จนฉันรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนแรงของเขา

“ถามอะไรพี่หน่อยได้ไหม?”

“ได้สิ ถามมา”

“พี่เลิกกับแฟนคนนั้นแล้วเหรอ” พี่ฟีนิกซ์นิ่งไปทันทีกับคำถามของฉัน และฉันเองก็ไม่อยากจะถามออกไปหรอกนะ แต่ความสงสัยที่พี่ไอติมเล่าให้ฟังมันตราตรึงให้ฉันครุ่นคิดถึงเรื่องนี้มานาน ถึงแม้ว่าจะไม่อยากให้เขาพูดถึงมันก็ตาม แต่อย่างน้อยก็อยากจะรู้ว่าทำไมเขาถึงเลิกกันทั้งๆ ที่พี่ฟีนิกซ์รักเธอมากขนาดนั้น

“อย่าถามอะไรที่มันไม่ใช่เรื่องเลย บอกแล้วไง กฎของฉันห้ามเธอจุกจิกจู้จี้ และนี่เธอกำลังจะทำมันอยู่”

“พี่ หนู...” ฉันหันไปมองใบหน้าหล่อที่ดูหงุดหงิดมาก จนฉันหลุบตาลง ปากพาซวยจริงๆ ตอนนี้เขาเลือกแกแล้วนะยัยเนป แกยังจะถามอะไรให้มากความด้วยเนี่ย ไม่เข้าใจตัวเองเลย

“ทีหลังอย่าถามเรื่องนี้อีก ไม่งั้นฉันไม่รับประกันความปลอดภัย”

“ต้องห้ามเลยเหรอ”

“ใช่ หรืออยากลองดีล่ะ ลองพูดอีกทีไหมหืม?” พี่ฟีนิกซ์ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์จากที่เมื่อกี้ยังดูเหมือนจะโกรธฉันอยู่เลย คนอะไรหายโกรธเร็วชะมัด ฉันได้แต่ส่งยิ้มให้กับเขา จริงสิเรื่องอดีตแบบนั้นจะไปถามให้เขาไม่สบายใจทำไม แค่ตอนนี้เวลานี้พี่ฟีนิกซ์เลือกฉันก็ดีแค่ไหนแล้ว

“เอ๋? อะ อะไรดุนก้นหนูอะ พี่ฟีนิกซ์”

ฉันรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่กำลังดุนก้นฉันอยู่ ที่สำคัญมันมาจากร่างหนาที่นอนก่ายฉันอยู่ ถึงแม้ว่าจะรู้ดีก็ตามว่ามันคืออะไร? แต่ทำไมถึงได้มาทิ่มก้นฉันแบบนี้ด้วยเนี่ย

“สงสัยหนังโป๊ทำพิษ”

“พี่ฟีนิกซ์...”

“ยัยดาวเคราะห์น้อย ทำฉันมีอารมณ์ได้ไงวะเนี่ย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป