บทที่ 6 คนของกู
บทที่ 6
คนของกู
"เข้าไปก่อน ผมขอสูบบุหรี่ต่อ แล้วลากเด็กพี่เข้าไปด้วยมันกัด
เขาไปทั่ว" ผมเหล่มองคนตรงข้ามซึ่งมันก็จ้องจะงาบหัวผมอยู่ก่อนแล้ว
"ไอ้สัส!"
ผมกระตุกยิ้ม ล้วงบุหรี่ขึ้นมาจุดบุหรี่แล้วก็พ่นควันใส่หน้ามันที่ยังจะกล้าปากดีใส่ผมอีก ที่มันหน้าดำหน้าแดงโกรธจนควันออกหูก็เพราะความปากดีของมันนี่แหละเลยโดนผมรังแกจนหน้าหงิก
"เฮ้ย ไอ้ม่อนมึงก็ใจเย็นๆดิวะมันสวนหมัดกลับมามึงจะทำไง"
"ก็สวนมันกลับไปไง มือผมก็มีทำไมต้องกลัวไอ้เหี้ยนี่ด้วย"
ปากมันพูดกับพี่แม็คแต่สายตาเชี่ยวกรากยังมองมาที่ผม พี่แม็คถึงกับเอามือกุมขมับอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับคนตรงหน้า ผมถึงกลับเบือนหน้าหนีกลั้นยิ้มไว้แทบตายกับท่าทางของคนเป็นพี่
"นี่สรุปพวกมึงมีเรื่องอะไรกัน เอางี้ งั้นพวกกูเข้าไปก่อนนะ แล้วมึงค่อยตามเข้ามาเคลียร์"
ผมพยักหน้า รู้สึกขบขันกับสีหน้าหงุดหงิดที่ไอ้เดม่อนถูกปู่รหัสลากเข้าไปในร้าน มันคงอยากจะเอาคืนผม แต่น้ำท่วมปากบอกใครไม่ได้ที่โดนผมรังแก
พอบุหรี่หมดมวน ผมก็เดินเอื่อยๆกลับเข้าไปในร้าน ก็ไม่ได้หวังว่าจะเจอหน้ามันหรอกนะครับ เพราะท่าทางของเดม่อนมันแทบจะเขมือบผมอยู่แล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกวาดตามองหา สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คิด มันไม่ได้นั่งอยู่ในร้านแล้วจริงๆ
"ไอ้ไฟนอล มึงมานี่ดิ"
พี่แม็คกวักมือเรียกใบหน้ามีคำถามมากมาย ผมถอนหายใจยาวๆแล้วจึงเดินเข้าไปหาตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ที่มีบาร์เทนเดอร์มือชงนัมเบอร์วันยืนสาละวนชงเหล้าให้เจ้าของผับ ใบหน้าหล่อท่าทางกวนๆยกยิ้มมุมปากส่งมาให้ผม
"มึงไปทำอะไรหลานกูวะ มันถึงหน้างอหุนหันหนีกลับบ้านไปเสียก่อน"
ผมยักไหล่กับคำถาม แล้วทิ้งตัวลงนั่งตรงข้างๆ แต่แกก็ยังจ้องผมอย่างจับผิด พี่หนึ่งหันมายิ้มพร้อมกับชงเหล้ายื่นมาให้ผม
"คุยกันดีๆ"
พี่หนึ่งบอกพร้อมกับปรายตามองคนที่เดินตามมาทีหลัง มันคือพี่เวฟ สายรหัสเดียวกันกับพวกมัน
"ขอบคุณครับ"
ผมรับแก้วเหล้ามาแล้วก็คลึงไปมา สายตาก็จับจ้องเหมือนมันมีอะไรมากกว่าน้ำสีอำพัน
"ว่าแต่มึงไปรู้จักกันตอนไหนวะ"
พี่หนึ่งตั้งคำถามที่ผมเองก็ไม่คิดจะตอบ จะให้บอกยังไงในเมื่อผมเองก็เพิ่งจะรู้จักมันเมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง วันรับน้องก็ได้แค่มองผ่านๆจากด้านหลัง
"นั่นสิ มึงแกล้งน้องกูหรือเปล่า"
พี่เวฟที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างพี่แม็คเอียงข้างมองมาพลางเลิกคิ้ว แต่พอเห็นผมทำหน้านิ่งไม่ใส่ใจ พร้อมทั้งยกแก้วเหล้ากระดก พวกพี่มันก็เลยไม่เซ้าซี้ถามกันต่อ
"อย่าไปมีเรื่องกับไอ้ม่อนเลยนะ กูขอล่ะ.. น้องกูมันแสบย่อยซะที่ไหน วันก่อนก็ไปมีเรื่องกับเด็กช่างยนต์ ถ้ามีเรื่องกับมึงอีกคนกูคงปวดหัวน่าดู"
แสบไหมน่ะเหรอ หึหึ ผมว่าไม่เท่าไหร่แต่ถ้าบอกว่าแซ่บน่าจะใช่มากกว่า...
และหลังจากวันนั้น ผมก็แทบเป็นแขกประจำที่นี่ และได้เจอมันแทบทุกคืน หากมันไม่มีกิจกรรมทำที่มหาวิทยาลัยก็จะมาขลุกอยู่ที่นี่กับเพื่อนสนิทอีกสองคน ผมกับมันเรากลายเป็นคู่กัดไปโดยปริยายนับตั้งแต่วันนั้น
[ปัจจุบัน]
ผมพลาดเองที่ประมาทเกินไป อาจเป็นเพราะแสงสีในผับบวกกับจังหวะเพลงมันส์ยามดึกทำให้เสียงมันดังอึกทึกจนไม่ได้ยินว่ามันโดนพวกไอ้เฮียตี๋ลากออกไป จากข้อมูลที่เด็กในร้านรายงานเข้ามาว่าพวกมันไม่ได้กลับแต่ยังเฝ้าไว้ทุกทิศทุกทางเสียด้วย คงถึงวันที่ไอ้ปากหมาอย่างเดม่อนมันจะเจอศึกหนัก ซวยเข้าแล้วจริงๆ
ผมนึกไว้ไม่มีผิดปากดีอย่างมันสักวันคงได้เรื่อง และวันนั้นก็มาถึงจริงๆ
ผมถืออาวุธกระชับมือไว้แน่น เป็นเรื่องธรรมดาของผมกับพี่แม็คที่ต้องมีติดร้านไว้บ้าง อาจเพราะอาชีพและไลฟ์สไตล์ส่วนตัวที่ออกจะมีนิสัยไม่ยอมใครและไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น จึงทำให้ผมและพี่มันค่อนข้างจะมีศัตรูอยู่บ้าง โดยเฉพาะพวกอยู่ในวงการเดียวกัน ที่เผลอไปเหยียบเท้ามันเข้า บางครั้งก็ไปขัดแข้งขัดขามันบ้างก็เลยต้องระวังตัวกันมากเป็นพิเศษ
แต่ถึงพวกผมจะมีนิสัยเหมือนนักเลงหัวไม้ แต่พวกเราก็ทำอาชีพสุจริตไม่ได้ไปเบียดเบียนใครหรือทำสิ่งผิดกฎหมายอย่างแน่นอน และล่าสุดผมก็ได้เข้าไปเทคโอเวอร์สนามแข่งรถ เป็นธุรกิจอีกตัวที่ผมชอบมากพอๆกับอาชีพที่ผมกำลังทำอยู่ และรวมถึงธุรกิจกลางคืนที่ผมซื้อหุ้นในผับของพี่แม็คไว้
และนั่นทำให้ผมรู้จักทุกซอกทุกมุมและรู้เกี่ยวกับทางหนีทีไล่ของพื้นที่บริเวณนี้เป็นอย่างดี
พวกผมรู้จักไอ้เฮียตี๋มันทำธุรกิจสีดำ กลโกงความวิบัติทุกอย่างรวมอยู่ในตัวมันหมด แต่พวกผมก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวหรือไปขัดแข้งขัดขากับคนอย่างมัน ถ้าพวกมันไม่มาก่อความเดือดร้อนให้ ก็ต่างคนต่างก็ทำมาหากินไม่ล้ำเส้นกัน และพวกมันเองก็ไม่อยากจะมีเรื่องกับพวกผมด้วยเหมือนกัน ถึงแม้ผมจะมีลูกน้องน้อยกว่าแต่ทุกคนก็ฝีมือดีกันทั้งนั้น เพราะงั้นหากไม่จำเป็นพวกเราก็จะพยายามเลี่ยงที่จะปะทะและไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาก่อเรื่องให้รำคาญ
ยกเว้นคืนนี้ เมื่อมันกล้าข้ามเส้นเข้ามาลากคนของผมออกไปรุมกระทืบ ผมก็ต้องใช้วิธีของผมเอาคืนเหมือนกัน
ตึก!!!
พวกเราวิ่งออกมาทางหน้าร้านเมื่อเสียงเอะอะโวยวายหายไปแล้ว ผมกวาดสายตามองไปรอบๆโดยไม่สนใจสายตาแวววาวของบรรดาสาวสวยทรงโตที่ทอดสะพานส่งสายตายั่วยวนมาให้ตลอดทางเดิน ถ้าหากเป็นตอนปกติ ผมอาจจะมีแวะทักข้างทางบ้างตามมารยาท หรือไม่ก็อาจจะมีบ้างที่ไปจบที่เตียงหากเกิดอารมณ์เปลี่ยวเหงา
แต่ตอนนี้มันมีคนสำคัญมากกว่าพวกเธอเหล่านั้น ไม่มีใครสามารถดึงดูดความสนใจผมได้เท่าใบหน้าของใครบางคนที่ผมกำลังเป็นห่วงมันอยู่ในตอนนี้
จนในที่สุดพวกเราก็วิ่งมาถึงซอยตัน โดยมีพี่แม็คและคนอื่นๆวิ่งตามมาเป็นโขยง บ้างก็มีอาวุธบ้างก็มาตัวเปล่า
"ผมจะเข้าไปในซอยนี้ พี่ไปกันพวกข้างหน้าเอาไว้อย่าให้พวกมันเข้าสมทบทางด้านหลังเด็ดขาด"
"ได้ ต่อไปกูขอฝากมึงให้ช่วยดูแลไอ้เดม่อนแทนด้วยนะ ยังไงมันก็น้องกู"
พี่เวฟมีแววตาเป็นกังวลและผมก็เข้าใจพี่มันเป็นอย่างดี อีกอย่างพักหลังมานี่พี่เวฟก็ไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่ดูแลไอ้คุณหนูมันนัก เพราะต้องไปฝึกงาน กว่าจะปลีกตัวมาได้ก็แสนยากลำบาก เพราะงั้นก็คงจะห่วงน้องรหัสตัวเองมากเป็นเรื่องธรรมดา ไอ้เดม่อนถึงมันจะมีนิสัยหาเรื่องเขาไปทั่วอย่างนั้น แต่มันก็มีข้อดีอยู่ไม่น้อย และเพราะมันมีดีผมถึงได้เป็นห่วงมันอย่างที่เห็น
"ไม่ต้องห่วง หลังจากนี้ชีวิตมันผมจะดูแลแทนพี่เอง"
"ขอบใจมึงมาก"
พอมาถึงทางเดินคับแคบ ก็เริ่มได้ยินเสียงของคนกลุ่มใหญ่ พร้อมกับเสียงโหวกเหวกดูวุ่นวายเหมือนกำลังมีเรื่องกันอยู่ คิดว่าน่าจะใช่มันนั่นแหละ
"ปล่อยกูไอ้สัส! พวกมึงมันหมาหมู่ ไม่แน่จริงนี่หว่า"
เสียงไอ้เดม่อนตะโกนอย่างไม่กลัวตาย ขนาดว่าอยู่ในกำมือคนนับสิบมันก็ยังปากดีไม่เลิก ผมล่ะหัวจะปวด ปากมันวอนตีนเขาไปทั่วแบบนี้ แล้วยังงี้ไม่ให้เจ็บตัวรายวันได้ยังไง
แต่เห็นอย่างนั้นมันก็มีดีอยู่พอตัว ผมเห็นบ่อยจนชินแล้วยามที่มันยืนอยู่ต่อหน้าคู่ต่อสู้มันโคตรจะโดดเด่น! ขนาดว่าโดนรุมกระทืบอย่างหนักมันก็ยังไม่ร่วง ผมเชื่อว่ามันก็คนหนึ่งที่มีใจเป็นนักเลง
"ไอ้หน้าอ่อน มึงน่ะแน่นักหรือไงวะถึงได้มายุ่งกับผู้หญิงของกู"
ถ้าให้เดาเสียงนั่นน่าจะเป็นเสียงของไอ้ตี๋ ถึงขนาดเจ้าตัวมาเองแสดงว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นของหวงของรักมันมากจริงๆ มันคงตามมาเอาเรื่องอย่างที่เดาไว้ไม่ผิด ผมส่งสายตาฝ่าความมืดไปตามเสียงก็พบว่ามันอยู่ในวงล้อมของนักเลงหัวไม้อีกนับสิบ ใบหน้าของมันยามนี้ดูเกรี้ยวกราดมาก โดนต่อยจนแตกยับแต่ปากมันก็ยังเถียงเขากลับทุกประโยค
หากเป็นไอ้เดม่อนถือว่านี่เป็นภาพที่ชินตาของทุกคน แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาเพราะคู่ต่อสู้ของมันไม่ใช่ไก่กาเหมือนเคย
"กูเนี่ยนะยุ่งกับผู้หญิงของมึง มีแต่เมียมึงมายุ่งกับกูเอง"
ไอ้เดม่อนมันเสียอยู่อย่างเดียวนี่แหละที่มันไม่ชอบใช้รอยหยักในสมองในการแก้ปัญหาเพื่อเอาตัวเองให้รอด มันใช้แต่อารมณ์นำทางเหมือนเด็กวัยรุ่นเอาแต่ใจ แล้วนี่มันโง่หรือยังไงถึงได้ปากดีท่ามกลางตีนนับสิบ และมีอาวุธครบมือ
"สัส! แล้วมึงไม่รู้หรือไงว่านั่นน่ะเขามีเจ้าของ"
ไอ้ชัชสะบัดฝ่ามือจนมันหน้าหันไปตามแรง พี่แม็คขยับตัวผมก็เลยดึงแขนเอาไว้ก่อน ส่งสัญญาณให้แกอยู่นิ่งๆรอดูสถานการณ์
"แล้วลูกพี่มึงแขวนป้ายไว้หรือเปล่าล่ะ ก็ในเมื่อเธอบอกว่าโสดเองนี่หว่า แล้วยังปีนมาขึ้นมานั่งตักกูเอง แล้วหลังจากนั้นเธอก็ลากกูไปเอา"
อืมม..ตามนั้นครับผม มันไม่จำเป็นต้องเถียงไปทุกรอบ บอกเขาไปหมดทุกอย่าง คงไม่ถึงกับดีเทลว่าแลกลิ้นกันไปกี่ครั้งก็ได้ ไม่ใช่แค่มันที่หน่วยก้านไม่เลวแต่ปากมันก็ไม่เลวด้วยสิ สิ่งที่มันทำยิ่งไปสุมไฟให้ไอ้ตี๋
"รอดูสถานการณ์ก่อนพี่ อย่าเพิ่งวู่วาม" ผมบอกพี่แม็คไม่อยากให้ผลีผลามเดี๋ยวจะพลาดท่าเอาได้
"ปากมึงดีนักนะ!!!"
เสียงของไอ้ตี๋ดูเหมือนว่ากำลังจะหมดความอดทน แต่พอมันก้มลงเพ่งใบหน้าของเดม่อนใกล้ๆ ผมก็เห็นใบหน้ามันกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะมองไอ้เดม่อนด้วยสายตาหื่นกระหาย และนั่นกลายเป็นผมที่ไม่อยากจะอยู่นิ่งๆ อีกต่อไป
"ปล่อยกู!"
ร่างของไอ้ตัวแสบเหมือนนกที่ปีกหัก ตอนนี้กำลังถูกคนของไอ้ตี๋หิ้วปีกมันเอาไว้ ก่อนจะโดนใครบางคนที่ยืนอยู่ถีบให้ล้มไปกองกับพื้น แต่ไอ้คนที่ถูกถีบรีบลุกขึ้นมาแล้วกระโจนใส่คนที่ทำร้ายมันทันที และยังหลบหมัดหนักๆจากคนตัวโตกว่าได้อีกด้วย ก่อนที่มันจะสวนหมัดกลับด้วยความว่องไว แถมยังรัวๆหมัดใส่คนที่ถีบมันให้กองไปกับพื้นแทนอีกด้วย ท่ามกลางสายตาของคนอื่นที่ยืนดูและออกเสียงเชียร์คนของตัวเองอย่างสนุกราวกับดูมวยอาชีพ
ผมก็แอบชื่นชมฝีมือมันนะ แต่ว่ามันใช้ไม่ถูกที่ไม่ถูกเวลาเท่านั้นเอง โดยเฉพาะปากเล็กๆที่ขมุบขมิบเถียงพวกมันฉอดๆ
"ปล่อยไว้มันได้ตายแน่"
เสียงพี่แม็คกระซิบบอก เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดี ขืนปล่อยไว้อีกไม่นานได้จองศาลาวัดให้มันแน่ เพราะถึงยังไงไอ้ปากดีก็สู้คนนับสิบไม่ได้อยู่ดี
"มึงจะปล่อยให้มันโดนยำเละ รอเก็บศพมันหรือไงไฟนอล จะทำอะไรก็รีบ!!"
พี่แม็คเริ่มมีอารมณ์ผมเองก็ใช่ว่าไม่อยากจะช่วย แต่แค่อยากจะสั่งสอนมันให้รู้สำนึกบ้างว่าอย่าเที่ยวไปก่อเรื่องกับใครไปทั่ว มันจะได้เป็นบทเรียน โดยเฉพาะเรื่องไปยุ่งผู้หญิงของคนอื่น!!
"ผมไม่ปล่อยให้มันตายไปก่อนหรอกน่า"
[เดม่อน]
"ปล่อยกู สัส!! "
"กูชักจะชอบปากมึงซะแล้ววะ ปากของมึงมันเร้าอารมณ์กูดีแท้วะ เอางี้ไหมถ้ามึงอยากรอดออกไป มึงก็คลานมากราบตีนกูงามๆแล้วบอกว่าขอโทษ กูถึงจะยอมปล่อย"
ไอ้ตี๋มันให้ข้อเสนอ ผมเลยจ้องร่างมันด้วยแววตานิ่งๆ พร้อมกับยิ้มเหยียดต่อให้ตายตรงหน้าก็อย่าหวังว่าคนอย่างผมจะก้มลงไปกราบตีนขอโทษมัน อย่างมากก็แค่ตาย!
สักพักก็มีคนของไอ้ตี๋มาลากผมให้ไปยืนต่อหน้ามัน ไอ้คนข้างหลังมันเตะขาจนมันล้มลง พร้อมกับไอ้ร่างยักษ์และไอ้ที่พวกมันเรียกว่า "ชัช" ก็ ถีบเข้ากลางหลังจนผมนอนกองไปกับพื้น มันใช้เท้าเหยียบกลางหลังผมเอาไว้ ผมพยายามฮึดสู้ขัดขืนแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของมันได้ มันเจ็บร้าวระบมไปหมดทั้งตัว หลังจากนั้นไอ้ชัชมันก็ลากผมให้คลานเข่าไปกราบตีนลูกพี่มันให้ได้
"ดูใกล้ๆไอ้เด็กนี่มันก็หล่อดีนี่หว่า มิน่าล่ะไอ้แม็คกับไอ้ไฟนอลถึงได้ออกโรงปกป้องมันนัก"
"............."
"พวกมันตาถึง หึหึ.. มึงนี่ก็ท่าทางไม่เลวนะ ขนาดว่ามีแผลเต็มหน้า ยังน่าเอา!"
"............"
ผมยังจ้องตามันนิ่งอย่างไม่เกรงกลัวมันเลยสักนิด ไอ้ตี๋มันไม่ได้หน้าตี๋เหมือนชื่อ แต่ว่ามันหน้าโคตรเถื่อนใบหน้าถมึงทึงดูหน้ากลัว ตามันดุดันราวกับสัตว์ป่า หาความอ่อนโยนบนใบหน้าไม่มีเลยสักนิด ไม่แปลกที่ผู้หญิงของมันจะดอดไปมีกิ๊ก! ช่างไม่ดูสารรูปตัวเองสักนิด น่าสมเพชจริงๆ
"ว่าแต่มึงเป็นเมียไอ้แม็คหรือไอ้ไฟนอล หรือว่าเป็นเมียของพวกมันทั้งคู่วะ"
มันขยับเข้ามาใกล้ จนได้กลิ่นลมหายใจสกปรกของมัน กลิ่นสาบสางจากตัวมัน รวมถึงกลิ่นเหล้าผสมกลิ่นบุหรี่ตีรวนไปหมด มันทำให้ผมต้องกลั้นลมหายใจด้วยความขยะแขยง มันต่างจากกลิ่นไอ้ไฟนอล ไอ้บ้านั่นถึงแม้จะกินเหล้าดูดบุหรี่จัดแค่ไหน แต่กลิ่นกายมันกับหอมน่าลิ้มลองเข้าใกล้
ผมสะบัดหัวอย่างแรงเรียกสติให้คืนกลับมา จะไปคิดถึงหน้าเหี้ยมันทำไม ป่านนี้มันคงลากผู้หญิงคนนั้นขึ้นไปข้างบน แล้วยืมห้องของใครสักคนทำเรื่องระยำตำบอนไปแล้ว!
พอมันขยับเอาหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับแลบลิ้นสากออกมาเลียริมฝีปากหนาน่าเกลียด ก่อนจะขยับปลายลิ้นมาตรงปลายจมูก แต่ก่อนที่มันจะแตะสัมผัสผม
"ถุย! เมียพ่องมึงสิ กูโคตรเกลียดพวกตัวเหี้ยหน้าขนอย่างพวกมึงชิบหาย!"
ไอ้สัส!แค่นี้กูก็ขยะแขยงแม่งมันชิบหาย แต่นี่มันยังจะเอาลิ้นสกปรกของมันเข้ามาใกล้ผมอีก ผมก็เลยพ่นน้ำลายใส่หน้าแม่งซะเลย
ผมน่ะตัวตึงยืนหนึ่งเรื่องการทะเลาะวิวาท ยืนหนึ่งในเรื่องการตะลุมบอนแลกหมัดกับพวกนักเลงอยู่บ่อยๆ ถ้านับจากประสบการณ์ก็ถือว่าโชกโชนพอตัว แต่ไม่เคยเห็นใครทุเรศเท่าไอ้คนตรงหน้ามาก่อนเลยสักครั้ง
พลั่ก!!
จังหวะที่พวกมันเผลอเพราะคาดไม่ถึงว่าผมจะกล้าทำกับลูกพี่ของมัน ผมก็เลยกระโดดถีบกลางอกไอ้เฮียตี๋ทั้งที่ไอ้ชัชกับไอ้หน้ายักษ์จับแขนไว้คนละข้าง แล้วหลังจากนั้นผมก็ใช้ความไวสะบัดตัวให้หลุด
ไอ้ชัชเหวี่ยงหมัดเข้าหาแต่ผมเบี่ยงตัวหลบได้ทันควันและสวนกลับมันออกไปทันที แล้ววนหมัดกลับมาใส่ไอ้ร่างยักษ์อีกคนด้วยความไว แถมยังใจดีรัวหมัดให้อีกจนหนำใจ
"ไอ้สัสเอ้ย! มึงเก่งมากใช่ไหม ห๊ะ! กูจะลากมึงไปเอาให้ตายคาเตียงเลย จับมันไว้!!"
ไอ้ตี๋หน้าบึ้งตึงราวกับยักษ์เขียว ผมเองก็ยังอึ้งกับสิ่งที่มันพูด เหี้ยเอ้ย! เอาผมให้ตายคาเตียงเลยเหรอ ฆ่ากันให้ตายดีกว่าไหม ดีกว่าให้มันมาทำระยำกับร่างกายผม
ปัง!!
ปัง!!
แต่ก่อนที่มันจะทำอะไรมากไปกว่านั้น เสียงคล้ายปืนก็ดังขึ้นมาติดต่อกันสองนัด ผมเองก็ตกใจจนเบิกตากว้างก่อนจะหันหลังไปมองตามที่มาของเสียง
"มึงมีสิทธิ์อะไรจะมาลากคนของกูไปเอา ปล่อยมัน!!"
เสียงห้วนเข้มมีพลังของไอ้ไฟนอลมันดังขึ้นมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของมันที่เดินออกมาจากความมืด มือหนามั่นคงเล็งเป้ามาทางนี้ด้วยสีหน้าจริงจังจนดูน่ากลัว สายตาอันตรายของไฟนอลจ้องกับอีกฝ่ายนิ่งจนผมเองก็ชักหวาดหวั่น ตามมาด้วยร่างสูงของพี่แม็คกับเด็กของพวกพี่ๆมันที่ตามหลังออกมาพร้อมกับอาวุธครบมือ
ผมเห็นแล้วแทบน้ำตาร่วง เพิ่งนึกถึงหน้ามันอยู่เลยว่าตอนนี้มันคงกำลังทำกิจกรรมเสพสมอยู่บนเตียงแล้วครางอย่างมีความสุขกับสาว ในขณะที่ผมกำลังโดนพวกเหี้ยนี่รุมกระทืบซะอีก
เออ...แบบนี้สิ ค่อยว่าน่าคบเป็นเพื่อน...
ไอ้ไฟนอลมันปรายตามองมาที่ผมด้วยสายตาเรียบนิ่งอย่างที่ผมเดาใจมันไม่ถูกว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่ ผมกำลังจะขยับริมฝีปากฉีกยิ้มให้มันอยู่แล้วด้วยความดีใจ ตะ..แต่ว่า..
"มึงก็เหลือเกิน ปากหมาพาซวยจนได้เรื่อง"
อ้าว! ไอ้สัสนี่ ในสถานการณ์อย่างนี้มันดันมาแว้งกัดผมเฉย (⊙⊙;)(¬¬ )
