บทที่ 2 ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก
ร่างสูงหนาของมาเฟียหนุ่มก้าวเดินออกมาจากเพนเฮ้าส์หรูของหญิงสาวด้วยความรู้สึกหงุดหงิดระคนเจ็บปวด ขายาวก้าวฉับๆ ตรงไปยังรถยนต์สปอร์ตคันหรูที่จอดรออยู่ก่อนจะกระแทกตัวลงนั่งหลังพวงมาลัยอย่างแรงจนเกิดเสียงดังทึบ
เครื่องยนต์คำรามก้องก่อนที่รถคันงามจะพุ่งทะยานออกไปจากลานจอดรถด้วยความเร็วสูง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความอึดอัดที่ยังคงอบอวลอยู่รอบตัว
ภายในห้องโดยสารที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากท้องถนนด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ วายุขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสีย ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนขึ้นสันกราม ดวงตาคมกริบมองตรงไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะหันไปเอ่ยกับมือขวาคนสนิทที่นั่งเงียบอยู่เบาะข้างๆ
"ทีเค... กูจะทำยังไงดีวะ ถึงจะได้เมียคืน"
น้ำเสียงของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลเต็มไปด้วยความจนมุมและความเครียดขิงข่างอย่างที่ลูกน้องคนสนิทไม่เคยเห็นมาก่อน
ทีเคเหลือบมองเจ้านายหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามสไตล์
"นายอย่าแกล้งทำเป็นคิดไม่ออกสิครับ เรื่องแค่นี้..."
"มึงจะว่ากูโง่ก็พูดมาเถอะน่า กูยอมให้มึงด่าหนึ่งวันเต็มๆ เลยเอ้า!" วายุตัดบทอย่างหงุดหงิด ชิงพูดดักคอขึ้นมาก่อน
"ผมไม่ได้จะว่าครับ แต่แค่มองว่าวิธีมันเส้นผมบังภูเขา" ทีเคพ่นลมหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยข้อเสนอที่ทำให้ดวงตาคมของเจ้านายเบิกกว้างขึ้น "ทำไมคุณนายถึงไม่ย้ายมาอยู่เพนเฮ้าส์เดียวกันกับคุณวานินล่ะครับ? อยู่ตึกเดียวกัน ชั้นเดียวกัน หรือห้องตรงข้ามไปเลย จะได้เจอหน้ากันทุกวัน ง้อกันง่ายหน่อย"
วายุชะงักกึก สมองที่ตื้อตันมาตลอดทางพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว
"เอ่อวะ! ทำไมกูคิดไม่ได้วะเนี่ย... ขอบใจมึงมากทีเค เดี๋ยวสิ้นเดือนนี้กูเพิ่มโบนัสให้เป็นพิเศษ เอาไปเลยสองเท่า!"
มาเฟียหนุ่มอารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็น ดวงตาเป็นประกายด้วยความหวังใหม่
"กูไปล่ะ ฝากดูแลเคลียร์งานที่ฐานกับบริษัทด้วย" วายุเอ่ยสั่งรวบรัด เตรียมจะเปิดประตูรถลงไป
"เอ่อ... นายครับ เดี๋ยวก่อน!" ทีเคร้องท้วงเสียงหลง รีบดึงแขนเจ้านายไว้ "บ่ายนี้มีประชุมด่วนกับบอร์ดบริหารนะคระรับเรื่องโปรเจกต์ใหญ่ที่ยุโรป นายลืมแล้วหรอ?"
"มึงก็เข้าแทนกูซิฟะ! อะไรที่ตัดสินใจแทนได้ก็ทำไปก่อนเลย กูรีบ!"
พูดจบ วายุเปิดประตูรถก้าวลงไปทันที ทิ้งให้ทีเคได้แต่นั่งกุมขมับ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้กับความคลั่งรักของเจ้านายหนุ่มที่ตอนนี้ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นนอกจาก "เมีย"
ตัดภาพมาที่ภายในเพนเฮ้าส์หรูของวานิน
หลังจากเหตุการณ์ชวนปวดหัวที่ลานจอดรถ หญิงสาวเดินกลับเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า เธอจัดการทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องนอนของลูกชาย
"มาวินครับ คนเก่ง ดึกมากแล้วนะ ไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายแล้วเข้านอนได้แล้วนะครับ พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้าไม่ใช่หรอ" วานินเคาะประตูห้องนอนเด็กชายเบาๆ แล้วเปิดเข้าไปเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ครับมี๊!" มาวินขานรับเสียงใส เด็กชายวัยสี่ขวบพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ไม่ดื้อรั้นแม้แต่น้อย รีบหยิบชุดนอนเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองทันที
เมื่อลูกชายเข้าไปข้างใน หญิงสาวจึงเดินออกมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวนุ่มหน้าโทรทัศน์ มือเรียวหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาไถฟีดแก้เบื่อเพื่อคลายความเครียด
นิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสะดุดตากับโพสต์หนึ่งในโซเชียลมีเดียที่กำลังเป็นกระแสฮือฮาและมียอดไลก์พุ่งกระฉูดอย่างรวดเร็ว
ถูกใจ 246,785 คน
Fei Hui : ทำยังไงดีครับเมียไม่ยอมคืนดี @Vanin พี่ผิดไปแล้วคนดี ยกโทษให้พี่เถอะนะครับ 🥺💔
Phakin : ตอนทำไมไม่คิด... ควาย!
Fei Hui ตอบกลับ @Phakin : มึงก็เหมือนกันแหละ อย่ามาทำเป็นพูดดีไอ้คินณ์!
Fei Feng : ต้องพยายามกว่านี้สิคะพี่วายุ เอาใจช่วยนะ!
Fei Hui ตอบกลับ @Fei Feng : ครับ ยังไงคนนี้ก็ต้องได้เป็นสะใภ้บ้านเราให้ได้ หึหึ
Jeff : สมน้ำหน้า! น้องนิลอย่าพึ่งไปให้อภัยมันนะครับ ปล่อยให้มันเป็นบ้าตายไปข้างนึงเลย @Vanin
raph_ph : สมกับเป็นเพื่อนไอ้คินณ์นะมึง โง่พอกันเลยทั้งคู่ ฮ่าๆๆ
Fei Hui ตอบกลับ @raph_ph : มึงก็เพื่อนกูครับไอ้ราฟ เดี๋ยวเถอะมึง!
วายุโพสต์ภาพคู่แอบถ่ายของเธอ (ซึ่งเป็นภาพตอนที่เธอกำลังเผลอและหันหลังให้กล้อง) ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว ท่ามกลางคอมเมนต์มากมายจากเหล่าไฮโซ เพื่อนฝูง และชาวเน็ตที่เข้ามาคอมเมนต์กันสนั่นหวั่นไหว ทั้งในแง่ลบและแง่บวก ก็แหงล่ะ... ในสายตาคนนอกและสังคมนักธุรกิจ วายุดำรงตำแหน่งเป็นถึงนักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอมผู้สุภาพ อ่อนโยน และใจบุญ โดยที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้เบื้องหลังความเจ้าชู้และนิสัยดิบเถื่อนที่แท้จริงของเขาเลยแม้แต่น้อย
"เหอะ... หน้าไหว้หลังหลอก การกระทำจอมปลอมสิ้นดี!"
วานินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยความรู้สึกสมเพชระคนหงุดหงิด นิ้วเรียวกดพิมพ์คอมเมนต์ตอบกลับใต้โพสต์นั้นทันทีอย่างไม่เกรงกลัวใคร
Vanin : ลบโพสต์เธอซะค่ะ มันน่าสมเพช
Fei Hui ตอบกลับ @Vanin : I'm sorry... พี่ขอโทษครับ ลบก็ได้ถเธอไม่ชอบ (แต่ใจจริงไม่อยากลบหรอกนะ เมียจ๋า)
หญิงสาวเห็นข้อความนั้นแล้วก็ปิดหน้าจอโทรทัศน์และมือถือทันที ไม่คิดจะสนใจต่อความหน้าด้านของอีกฝ่าย "น่าตลกสิ้นดี ผู้ชายแบบนี้ยังมีหน้ามาทำเป็นสำนึกผิด"
เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของลูกชาย เมื่อมาวินอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็นอนกอดและกล่อมเด็กน้อยจนผลอยหลับไปในที่สุด
เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงแดดอบอุ่นยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาในห้องนอน วานินตื่นขึ้นมาเตรียมตัวให้ลูกชายอย่างกระฉับกระเฉง หลังจากจัดการแต่งชุดนักเรียนให้มาวินเสร็จเรียบร้อย เธอก็พาเด็กชายเดินทางมาส่งที่โรงเรียนนานาชาติชื่อดัง ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกันกับน้องคีริล หลานชายของเธอ เพื่อความสะดวกในการรับส่ง
"ตั้งใจเรียนนะคับคนเก่ง ห้ามดื้อ ห้ามซน เป็นเด็กดีของคุณครูด้วยนะ" หญิงสาวก้มลงหอมแก้มลูกชายฟอดใหญ่
"ครับมี๊! มาวินจะเป็นเด็กดีครับ" เด็กชายยิ้มแป้น ก่อนจะโบกมือลาแล้วเดินเข้าห้องเรียนไปอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่วานินกำลังจะเดินกลับไปที่ลานจอดรถเพื่อเดินทางต่อ...
ติ๊ง~
เสียงแจ้งเตือนในสมาร์ทโฟนดังขึ้นขัดจังหวะ เธอหยิบมันขึ้นมาเปิดดูด้วยความรำคาญใจ และปรากฏว่าเป็นโพสต์ใหม่จากไอ้มาเฟียตัวแสบคนเดิมอีกแล้ว!
ถูกใจ 46,785 คน
Fei Hui : @Vanin พี่จะทำให้เธอกลับมารักพี่อีกครั้งให้ได้ คอยดูเถอะ!
Fei Feng : ตื้อเท่านั้นที่ครองโลกค่ะพี่วายุ แต่... เอาจริงๆ พี่ก็สมควรโดน1น้องเมินใส่แบบนี้แหละ สมน้ำหน้า!
Fei Hui ตอบกลับ @Fei Feng : เข้าข้างกันเก่งเหลือเกินนะน้องพี เดี๋ยวฟ้องเฮียคินณ์ซะนี่
Jeff : เขาไม่รักคนเลวแบบมึงหรอกครับเพื่อน ตื่นๆๆๆ
Fei Hui ตอบกลับ @Jeff : ครับพ่อคนดี ศีลเสมอกันจริงๆ พวกมึงเนี่ย!
raph_ph : สมควรโดนเมียทิ้งแล้วมึงอ่ะ สมน้ำหน้าฮ่าๆๆ
Fei Hui ตอบกลับ @raph_ph : อย่าให้ถึงทีพี่บ้างก็แล้วกันนะไอ้ราฟ!
วานินเห็นข้อความเหล่านั้นแล้วเลือดขึ้นหน้าทันที เธอรัวนิ้วพิมพ์คอมเมนต์ตอกกลับไปแบบไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าเธอไม่มีวันใจอ่อนเด็ดขาด
Vanin : ตื้อให้ตาย... ฉันก็ไม่กลับไปโง่เป็นครั้งที่สองหรอกค่ะ!
หลังจากพิมพ์เสร็จ เธอก็ตัดสินใจอัปสเตตัสและโพสต์ข้อความลงหน้าไทม์ไลน์ของตัวเองทันที เพื่อเป็นการตบหน้าอดีตสามีทางอ้อม
ถูกใจ 865,431 คน
Vanin : อะไรที่มันไม่มีผลกับชีวิต ก็แค่ทิ้งมันไว้ข้างหลัง อย่ากลับไปโง่เป็นครั้งที่สองซ้ำซาก #อย่าพยายามอีกเลยมันดูน่าสมเพช
Fei Hui : พี่จะจีบเมียตัวเองมาเป็นเมียให้ได้อีกรอบ คอยดู!
Vanin ตอบกลับ @Fei Hui : เมียในสต็อกคุณไม่ใช่มีเป็นร้อยแล้วหรอคะ เชิญไปดูแลทางนู้นเถอะค่ะ อย่ามาวุ่นวายทางนี้!
Fei Hui ตอบกลับ @Vanin : เธอก็ลองไปส่องกระจกดูสิครับ ว่าใครกันแน่ที่เป็น "เมีย" และเป็นแม่ของลูกพี่ตัวจริง
Fei Feng : น้องนินเรียนยิงปืนด้วยหรอคะเท่จัง ไว้ว่างๆ เราไปยิงปืนเล่นกันนะ
Vanin ตอบกลับ @Fei Feng : ยินดีและตื่นเต้นมากเลยค่ะพี่เฟยเฟิ่ง ไว้เรานัดกันนะคะ!
raph_ph : ชอบจังเลยครับผู้หญิงเท่ๆ แบบนี้ สเปคเลย
Vanin : งุ้ยยย เขินนะคะ 😊
Fei Hui ตอบกลับ @raph_ph : ไอ้ราฟ! อย่าคิดแม้แต่จะจีบเมียกูนะเว้ย มึงตายแน่!
Phakin : พี่คิดถูกจริงๆ สินะที่ส่งเธอไปเรียนยิงปืนไว้ป้องกันตัวจากไอ้พวกหมาบ้า
Vanin ตอบกลับ @Phakin : อีกไม่นานก็คงได้ใช้กระสุนจริงกับเป้าหมายแถวนี้แล้วค่ะ 😊🎯
โพสต์ดังกล่าวมีคอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามาอย่างถล่มทลายไม่ขาดสาย ก็แหงล่ะ... วานินเคยเป็นอดีตนางแบบสาวชื่อดังระดับประเทศที่ผู้คนต่างจับตามอง เมื่อเธอหวนกลับมาเคลื่อนไหวในโซเชียลแถมยังฟาดฟันกับนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอย่างเผ็ดร้อนแบบนี้ ย่อมกลายเป็นท็อปปิกที่ชาวเน็ตให้ความสนใจอย่างล้นหลาม
"หน้าด้านที่สุด... มีเมียเป็นร้อยเป็นพันแล้วยังจะมีหน้ามาตามตื้ออีก" หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ขณะก้าวขาเดินไปที่รถ
แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง สมองของเธอกลับเผลอแวบหวนนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ในอดีตขึ้นมาเสียอย่างนั้น ความทรงจำที่เธอแอบรักเขาข้างเดียวมาหลายปีจนกระทั่งได้ตกเป็นของเขา ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นผุดขึ้นมาในหัว...
...อื้มมม... อาห์... แรงอีกค่ะคุณวายุ... อ๊าส์... ทำอะไรกันคะเนี่ย!
ภาพความทรงจำที่เธอเคยบังเอิญเปิดประตูห้องนอนเข้าไปพบกับภาพบาดตาบาดใจ วายุกำลังนัวเนียอยู่กับผู้หญิงคนอื่นบนเตียงนอนของเธอเอง โดยมีเสียงหอบหายใจกระเส่าดังระงม
“เฮ้ย! นิน... มาตั้งแต่เมื่อไหร่” วายุในตอนนั้นรีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมลวกๆ ส่วนผู้หญิงอีกคนรีบเอาผ้าห่มคลุมโปงตัวสั่นอยู่ใต้ผ้าปูที่เตียง
“พี่ก็แค่อยากปลดปล่อยไงคนดี... ก็เธอเป็นประจำเดือนไม่ใช่หรอ ช่วงนั้นเธอก็รู้ว่าพี่ต้องการ...” วายุแก้ตัวหน้าตาเฉยในตอนนั้น
“หรอคะ... แต่ฉันเป็นเมียคุณนะ! รอไม่ได้หรอไงเรื่องแค่นี้!”
“ก็พี่เป็นผู้ชาย... เรื่องแบบนี้มันก็ต้องมีความต้องการเป็นธรรมดาอยู่แล้วน่า” วายุเข้ามาสวมกอดจากด้านหลัง เอ่ยคำหวานออดอ้อน “พี่จะไม่ทำอีกแล้วนะคนดี ยกโทษให้พี่เถอะนะ...”
ในตอนนั้น... แม้เธอจะเจ็บปวดร้าวรานใจจนแทบกระอักเลือดแค่ไหน แต่เพราะความรักที่เธอมีให้เขามาเนิ่นนาน ทำให้เธอเลือกที่จะยอมโอนอ่อนผ่อนตามและฝืนยิ้มกลืนน้ำตาตัวเองลงคอ เพราะคิดว่าเธอคงไม่พร้อมที่จะเสียผู้ชายคนนี้ไป
แต่มาถึงตอนนี้... เมื่อย้อนนึกกลับไป หญิงสาวก็รู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกินในความโง่เขลาเบาปัญญาในอดีต
Rrrrr... Rrrrr... Rrrr...
เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือดังขึ้นขัดจังหวะความคิด ดึงเธอกุดออกจากภวังค์ความทรงจำอันเจ็บปวด
"ฉันจะไม่ยอมกลับไปโง่ซ้ำสองเด็ดขาด!" วานินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้เป็นปกติที่สุด แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอ
"สวัสดีค่ะพี่บีน่า"
(นิน! เป็นไงบ้างลูก สบายดีมั้ย หหายหน้าหายตาไปนานเลยนะ) เสียงตื่นเต้นของ บีน่า อดีตผู้จัดการส่วนตัวและรุ่นพี่คนสนิทดังลอดออกมาจากปลายสาย
"ก็นินสบายดีค่ะพี่บีน่า มีอะไรหรือเปล่าคะถึงโทรมาหานินซะเช้าเลย"
(คือแบบนี้... พี่มีงานใหญ่เสนอให้เธอสนใจจะกลับเข้าวงการบันเทิงมั้ย? ตอนนี้กระแสเธอดังเปรี้ยงปร้างมากนะหลังมีข่าวกับคุณวายุเมื่อวานเนี่ย แฟนคลับเรียกร้องอยากให้เธอกลับมาเพียบเลย!)
"งานอะไรหรอคะพี่บีน่า?" วานินเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจเล็กน้อย
(งานถ่ายแบบชุดว่ายน้ำริมทะเลเซตใหญ่! ของแบรนด์ดังระดับไฮend บริษัทของคุณปีเตอร์น่ะ สนใจมั้ยล่ะ? ถ่ายที่ภูเก็ตนะ บรรยากาศชิลๆ ค่าตัวเจ็ดหลักอัพ!)
วานินนิ่งคิดไปชั่วครู่... การกลับเข้าสู่วงการบันเทิงอีกครั้งในฐานะสาวโสดพราวเสน่ห์ ไม่ใช่ความคิดที่แย่เลยสักนิด ในเมื่อชีวิตเธอเปลี่ยนไปแล้ว เธอก็พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ในแบบของเธอเอง
"ตกลงค่ะพี่บีน่า นินจะรับงานนี้!" หญิงสาวตอบรับด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ
(เยี่ยมมาก! สมเป็นยัยนินคนสวยของพี่ เดี๋ยวพี่ส่งรายละเอียดโลเกชั่นและคิวงานให้ทางอีเมลนะ เตรียมตัวฟิตหุ่นไว้ได้เลย!) บีน่ากรี๊ดกร๊าดด้วยความดีใจก่อนจะวางสายไป
หลังจากวางสาย วานินก็ขับรถกลับมาที่เพนเฮ้าส์เพื่อเก็บกระเป๋าและเตรียมตัวเคลียร์เอกสารสำหรับการเดินทางไปถ่ายแบบที่ภูเก็ตในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ระหว่างที่เธอกำลังก้าวเดินออกจากลิฟต์ส่วนตัวเพื่อตรงไปยังห้องพักของตัวเองที่ชั้น 49
ตุ้บ!
"อุ๊ย!"
เพราะมัวแต่ก้มหน้าเช็กตารางงานในมือถือ ทำให้วานินเดินชนเข้ากับแผงอกแกร่งของใครบางคนที่เดินสวนออกมาจากมุมทางเดินอย่างจัง แรงกระแทกทำให้ร่างเพรียวเซถลาเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น
ทว่า... มือหนาคู่หนึ่งคว้าหมับเข้าที่เอวบางของเธอไว้ได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ดึงรั้งร่างของเธอให้แนบชิดกับอกแกร่งเพื่อประคองไม่ให้ล้มลงไป
"ระวังหน่อยนะครับ คุณเป็นอะไรหรือเปล่าเจ็บตรงไหนมั้ยครับ?" เสียงทุ้ม นุ่มลึก และน่าฟังเอ่ยถามขึ้นด้วยความสุภาพและเป็นห่วง
วานินเงยหน้าขึ้นสบตาโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าชายหนุ่มที่เธอชนด้วยนั้น... เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสูงโปร่งสไตล์นักธุรกิจหนุ่มผู้ดี ทว่าแฝงไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้มละมุนที่ทำให้ใจเต้นแรงอย่างประหลาด
"เอ่อ... ฉันไม่เป็นไรค่ะ ต้องขอโทษคุณด้วยนะคะ พอดีฉันมัวแต่ก้มมองมือถือเลยไม่ทันได้มองทาง" หญิงสาวรีบผละออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างเก้อเขิน ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความรู้สึกผิด
"ไม่เป็นไรครับ ผมต่างหากที่ต้องระวังให้มากกว่านี้" ชายหนุ่มส่งยิ้มพิมพ์ใจให้ "ว่าแต่... คุณพักอยู่ที่นี่ด้วยหรอครับ ผมไม่เคยเห็นหน้าคุณเลย"
"ใช่ค่ะ ฉันเพิ่งย้ายกลับมาพักที่นี่ได้ไม่นาน... แล้วคุณล่ะคะ?"
"ผมก็เพิ่งย้ายเข้ามาเหมือนกันครับ ผมพักอยู่ชั้น 49 นี่เอง แล้วคุณล่ะครับพักชั้นไหน?" ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยแววตาเป็นประกายที่ซ่อนความสนใจเอาไว้ไม่มิด
วานินถึงกับหลุดขำออกมาเบาๆ เมื่อได้ยินคำตอบ "บังเอิญจังค่ะ... ฉันก็พักอยู่ชั้น 49 เหมือนกันค่ะ เป็นเพื่อนบ้านกันสินะคะเนี่ย"
"จริงหรอครับเนี่ย! โลกกลมจังเลยนะคับ..." ชายหนุ่มยิ้มกว้างด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด ยื่นมือหนาออกมาตรงหน้าเธอ "ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ ผมชื่อ กรณ์ ครับ"
วานินลังเลอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะยื่นมือเรียวไปสัมผัสทักทายตอบกลับอย่างเป็นกันเอง "ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ ฉัน วานิน ค่ะ"
สัมผัสอบอุ่นและรอยยิ้มจริงใจของกรณ์ ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของวานินที่ด้านชามานานเกิดอาการสั่นไหวขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว
หลังจากทักทายกันสั้นๆ หญิงสาวก็ขอตัวเดินแยกย้ายกลับมาที่ห้องพักของตัวเอง เธอก้าวเข้าห้องมาได้ไม่ถึงสิบนาที ระหว่างที่กำลังเปิดกระเป๋าเดินทางเพื่อเตรียมจัดเสื้อผ้า...
ติ๊งหน่อง~~
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นขัดจังหวะ วานินขมวดคิ้วเล็กด้วยความสงสัยว่าใครมาหาเธอในเวลานี้ เธอเดินตรงไปเปิดประตูห้องออก
ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มเพื่อนบ้านคนเดิม... กรณ์ ยืนส่งยิ้มละมุนละไมอยู่หน้าประตูปิด พร้อมกับถุงขนมและของฝากพรีเมียมในมือ
"เอ่อ... คือว่า..." วานินกระพริบตาปริบๆ
"ผมเอาของมาฝากครับคุณเพื่อนบ้านคนสวย ถือเป็นการแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ หวังว่าจะชอบนะครับ" กรณ์ส่งยิ้มหวานละลายใจให้พร้อมกับยื่นถุงของฝากมาตรงหน้า ทำให้หญิงสาวถึงกับยืนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะด้วยความคาดไม่ถึง
