บทนำ
วายุ (เฟยฮุ่ย) อายุ 27 ปี เป็นลูกครึ่ง จีน-อังกฤษ มารดาเป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษ ส่วนบิดาเป็นคนฮ่องกงโดยกำเนิด ครอบครัวทำธุรกิจที่ไทยบ่อยจึงมีชื่อภาษาไทยและพูดภาษาไทยได้ชัด
เจ้าพ่อมาเฟีย ทำธุรกิจหลายอย่างทั้งขาวและดำ ทำการค้าทางโซนเอเชียและยุโรป
"เป็นผัวให้ดีๆ ไม่ชอบ ริอยากได้ผัวเป็นซาตาน"
"ต่อให้พี่ต้องล่ามเธอไว้พี่ก็จะทำ"
"อย่าคิดไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่นถ้ายังมีผัวอยู่"
"ต่อให้เธออยากไปจากพี่แค่ไหนเธอก็ได้แค่คิดเท่านั้นแหละ"
"จะเริ่มจากตรงไหนดีล่ะ โซ่ แซ่ หรือกุญแจมือ"
(นิยามของเขา "ร้ายเพราะรักเมีย")
วานิน (ฮุ่ยเหมย) ลูกครึ่ง จีน-อิตาลี อายุ 24 ปี มารดาเป็นคนรัสเซีย ส่วนบิดาเป็นลูกครึ่งจีน-อิตาลี ครอบครัวทำธุรกิจที่ทำไทยบ่อยจึงมีชื่อภาษาไทยและพูดภาษาไทยได้
ลูกสาวตระกูลมาเฟีย เป็น single mom ชีวิตของเธอลูกต้องเป็นที่หนึ่ง
"รักแล้วทำร้ายนินทำไม"
"ปล่อยนินได้มั้ยคะ นินไม่อยากอยู่แต่ในห้องแบบนี้แล้ว"
"สัญญามาสิว่าเธอจะไม่ดื้อกับพี่"
"ค่ะ นินสัญญา"
"ถ้าพูดง่ายๆ แบบนี้เธอคงไม่ต้องเจ็บตัว"
บท 1
"ออกไปจากบ้านฉัน ออกไป!!!"
เสียงตวาดแหลมสูงของหญิงสาวดังลั่นก้องบริเวณระเบียงหน้าบ้าน ความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมานานระเบิดออกมาเป็นน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจ้องมองร่างสูงที่ยืนตระหง่านขวางทางอยู่ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเกลียดชัง ทั้งหวาดหวั่น และเหนื่อยล้าจนแทบจะขาดใจ
แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าว่าจะสะทกสะท้าน วายุกวาดสายตามองหญิงสาวที่เขาเคยรักและทำร้ายจิตใจอย่างไม่ตั้งใจในอดีต ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างระมัดระวัง พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจข้างในจะกำลังเต้นรัวด้วยความร้อนรน
"พี่ไม่ไปนิล ยังไงพี่ก็ไม่ยอมให้เธอไปไหนทั้งนั้น เราต้องมาคุยกันให้รู้เรื่อง เลิกหนีพี่สักที"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดได้ด้วยมีด
"มี๊ค้าบ คุณลุงคนนั้นเขาเป็นใครหรอฮะ ทำไมเสียงดังจัง"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบดังแทรกขึ้นมา ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด มาวินวิ่งต้วมเตี้ยมออกมาจากห้องรับแขก มือเล็กๆ ขยี้ตาเบาๆ เพิ่งตื่นนอน ใบหน้าจิ้มลิ้มถอดแบบพิมพ์เดียวกันมากับคนเป็นแม่ราวกับแกะ แต่ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นนั้น… ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับผู้ชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่มีผิดเพี้ยน
วายุชะงักงัน ลมหายใจของเขาติดขัดทันทีที่ได้เห็นเด็กชายชัดๆ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง แม้เขาจะเคยเห็นรูปถ่ายหรือแอบสืบมาบ้าง แต่วินาทีที่ได้เผชิญหน้ากับสายเลือดของตัวเองในระยะประชิด ความรู้สึกบางอย่างก็พุ่งวาบเข้ามาในอก ความรู้สึกที่บอกว่าเด็กคนนี้คือส่วนหนึ่งของเขาอย่างปฏิเสธไม่ได้
"ไม่มีอะไรครับคนเก่ง มาวินไปทานข้าวรอมี๊กับพี่นกก่อนนะครับ" วานินรีบหันไปย่อตัวลงคุยกับลูกชาย น้ำเสียงที่ใช้เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนจนแทบจะเป็นคนละคน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสั่งพี่เลี้ยงที่รีบวิ่งตามออกมา "พี่นก พามาวินออกไปก่อนค่ะ"
"ค่ะคุณนิล มาครับน้องมาวิน ไปกินนมช็อกโกแลตกันดีกว่าเนอะ" พี่นก พี่เลี้ยงสาวรีบเข้ามาอุ้มเด็กชายขึ้นแนบอก แม้มาวินจะพยายามชะเง้อมอง "คุณลุง" แปลกหน้าด้วยความสงสัยใคร่รู้ แต่ก็ยอมให้พี่เลี้ยงอุ้มเดินเลี่ยงเข้าไปด้านในแต่โดยดี
เมื่อปลอดบุตรชาย วานินก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับวายุอีกครั้ง แววตาแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
"คุณออกไปได้แล้ว ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ และไม่มีอะไรที่เราต้องคุยกันอีก"
"ไม่ พี่ไม่ไป จนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง นิล เธอจะใจร้ายกับพี่นานแค่ไหนวะ" วายุย้ำคำเดิม น้ำเสียงเริ่มเจือความดื้อรั้นและเว้าวอน
"งั้นก็ยืนตากแดดอยู่ตรงนั้นต่อไปเถอะค่ะ เชิญตามสบาย!"
พูดจบ หญิงสาวก็สะบัดหน้าหนี หมุนตัวก้าวฉับๆ เดินกลับเข้าตัวบ้านทันทีด้วยความหงุดหงิดระคนหวาดกลัวว่ากําแพงที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดห้าปีจะพังทลายลง
"เธอจะให้มาวินไม่มีพ่อจริงๆ หรอนิล!"
เสียงทุ้มตะโกนไล่หลังมา ทำให้ฝ่าเท้าที่กำลังก้าวเดินของหญิงสาวต้องชะงักกึก เธอยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวนขึ้นมา
วานินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง พยายามปั้นสีหน้าให้เรียบเฉยและเป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้
"มาวินไม่ใช่ลูกของคุณ... ฉันแต่งงานแล้ว และสามีฉันก็ตายไปแล้วด้วยซ้ำ!"
"หรอ..." วายุแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างยียวนปนเอ็นดูในความดื้อรั้นของหญิงสาว "โกหกไม่เนียนเลยนะนิล แล้วถ้าไม่ใช่ลูกพี่ ทำไมเด็กคนนั้นถึงหน้าตาเหมือนพี่ราวกับแกะขนาดนั้นล่ะ หื้ม?"
"งั้นคุณก็เชิญมโนไปคนเดียวแล้วกันค่ะ เชิญ!"
พูดจบ เธอก็เดินจ้ำอ้าวเข้าบ้านแล้วกระแทกประตูปิดใส่หน้าเขาดังปัง! ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้าหน้าบ้าน โดยมีเพียงความเงียบและบานประตูไม้หนาเป็นคำตอบ
ภายในห้องนั่งเล่นอันโอ่โถง
"มี๊ค้าบ มาทานข้าวกันเถอะ หิวแล้ว" เสียงเล็กๆ ของลูกชายดึงสติวานินให้หลุดออกจากภวังค์
"ครับ มาทานกันเลยครับคนเก่ง" หญิงสาวปรับสีหน้าให้เป็นปกติ รอยยิ้มอบอุ่นระบายขึ้นบนใบหน้าสวย เธอนั่งลงร่วมโต๊ะอาหารกับลูกชาย ป้อนข้าวป้อนน้ำและพูดคุยหยอกล้อกับมาวินด้วยความอ่อนโยน ลืมเรื่องน่าปวดหัวข้างนอกไปชั่วขณะ
แต่กระนั้น ความกังวลก็ยังคงเกาะกินอยู่ในใจ... วายุกลับมาแล้ว และเขาเริ่มสงสัยในตัวมาวินแล้วจริงๆ
เมื่อจัดการมื้อเย็นให้ลูกชายและกล่อมจนหลับไปในห้องนอนเรียบร้อยแล้ว วานินก็เดินออกมาที่ระเบียงห้อง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาด้วยความลังเล ก่อนจะกดโทรหาที่พึ่งเพียงคนเดียวในประเทศไทยตอนนี้
ตู๊ด... ตู๊ด...
(ว่าไงตัวแสบ โทรมาดึกดื่นแบบนี้ มีอะไรให้พี่ชายคนนี้รับใช้หรอครับ) เสียงทุ้มนุ่มลึกและเปี่ยมด้วยอำนาจของภาคินณ์ หรือ เฮียคินณ์ พี่ชายแท้ๆ ของเธอดังขึ้นทันที
"เฮียคินณ์... หน้าดุ" วานินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายปนอ้อนเล็กน้อย
(ยัยตัวดีนี่ กล้าว่าพี่ชายตัวเองหรอ หืม? ว่าแต่มีธุระอะไรว่ามา) ภาคินณ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี
"พี่คินณ์... ขอการ์ดมาเฝ้าเพนเฮ้าส์ให้หน่อยได้มั้ยคะ ขอร้องล่ะ"
(หืม? ทำไม อยู่ๆ ถึงอยากได้บอดี้การ์ด มีอะไรเกิดขึ้นรอกลัวอะไร?) น้ำเสียงของภาคินณ์เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำขอที่ไม่ปกติ
"มีคนบ้ามาป้วนเปี้ยนแถวคอนโดเฉยๆ น่ะค่ะ น่ารำคาญมาก"
(หรอ... หรือว่าไอ้วายุ จะไปราวีว่างั้น?) ภาคินณ์คาดเดาได้อย่างแม่นยำ เพราะเขารู้ดีว่าอดีตกาลระหว่างน้องสาวกับไอ้เด็กตระกูลนั้นมันยังคาราคาซังอยู่
"ค่ะ! เอามาให้สัก 10 คนพอนะคะ เอามายืนคุมทุกมุมตึกเลยยิ่งดี"
(อืม... แค่ 10 คนคงน้อยไปมั้ง เดี๋ยวเฮียจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบไปจัดการให้เบ็ดเสร็จเลยดีกว่า ไม่ต้องห่วง) ภาคินณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาและทรงพลัง
"ขอบคุณค่ะเฮียคินณ์ รักที่สุดเลย"
วานินกดส่งสติ๊กเกอร์คำว่า Thank You รูปหมีน้อยโบกมือไปให้พี่ชาย ก่อนจะวางสายด้วยความโล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง
วันรุ่งขึ้น
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอน มาวินตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส และเป้าหมายแรกของเด็กชายในวันนี้คือการไปเที่ยวสวนสัตว์ตามที่เคยสัญญาไว้
"มี๊ค้าบ มาวินอยากไปดูพี่สิงโต! มี๊พามาวินไปนะค้าบ นะๆๆ" เด็กชายกระโดดโลดเต้นอยู่บนเตียงนอน ออดอ้อนผู้เป็นแม่ด้วยดวงตากลมโตเป็นประกาย
"ครับ! ได้เลย เดี๋ยววันนี้มี๊พาไปดูพี่สิงโตตัวใหญ่ใจดีเลยครับ" วานินยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดู ยอมตามใจลูกชายหัวแก้วหัวแหวน
ก่อนออกจากเพนเฮ้าส์ เธอไม่ลืมที่จะเช็คความเรียบร้อยและความปลอดภัย
"พี่นก ช่วยลงไปดูแถวล็อบบี้และรอบๆ คอนโดให้หน่อยนะคะ ว่าเพื่อนๆ พี่คินเขายังอยู่กันรึเปล่า"
"ค่ะคุณนิล เดี๋ยวพี่ลงไปดูให้ค่ะ" พี่นกรับคำแล้วเดินออกไปตรวจสอบ
ผ่านไปสักพัก พี่นกก็กลับขึ้นมาพร้อมรายงานสถานการณ์
"เรียบร้อยดีค่ะคุณนิล การ์ดชุดใหญ่ของท่านประธานภาคินณ์ยืนประจำการอยู่รอบตึกเรียบร้อย ตอนนี้ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาวุ่นวายแน่นอนค่ะ สบายใจได้เลย"
"ขอบใจจ้ะพี่นก งั้นเราไปเที่ยวสวนสัตว์กันเถอะมาวิน!" หญิงสาวหันไปบอกลูกชายที่กำลังยืนถือตุ๊กตาสิงโตตัวโปรดรออยู่
บรรยากาศที่สวนสัตว์เต็มไปด้วยเสียงหัวร่อต่อกระซิกและความตื่นตาตื่นใจของเด็กชายวัยสี่ขวบ
"มี๊ครับ ดูนั่นสิ! พี่สิงโตตัวใหญ่มากกกก มาวินชอบจังเลย!" มาวินชี้ไม้ชี้มือไปยังส่วนจัดแสดงสิงโตแอฟริกา แววตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
"แล้วตอนอยู่ที่ฝรั่งเศส สิงโตที่นู่นไม่ใหญ่หรอครับตัวแสบ" เสียงทุ้มอบอุ่นของใครบางคนดังขึ้นข้างหลัง
วานินหันขวับไปมองด้วยความตกใจ แต่พอมองเห็นใบหน้าชัดเจนเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ไม่ใช่... คนที่เธอคิด ไม่ใช่วายุ แต่เป็นภาคินณ์พี่ชายของเธอนั่นเอง ที่แอบเซอร์ไพรส์ตามมาสมทบ
"ใหญ่ครับ! แต่มาวินชอบที่นี่มากกว่า เพราะมี๊พามาเที่ยว แถมมีคุณลุง... เอ้ย! มีเฮียคินณ์มาด้วย!" เด็กชายพูดเจื้อแจ้ว ทำเอาทุกคนหลุดขำออกมา
"ปากหวานจริงๆ หลานชายนี่" ภาคินณ์ยิ้มกริ่ม ย่อตัวลงลูบหัวหลานชายอย่างเอ็นดู
"เดี๋ยวตอนเย็น เราไปทานข้าวกับคุณยายกันนะครับเด็กๆ" ภาคินณ์เอ่ยชวนทุกคน
"เย้! มาวินคิดถึงคุณยายที่สุดเลยครับ"
ณ คฤหาสน์ตระกูลจาง
รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดสนิทหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ มาวินรีบวิ่งนำลิ่วเข้าไปข้างในทันทีที่ประตูรถเปิดออก
"คุณยายค้าบ! มาวินมาแล้ว คิดถึงคุณยายจังเลยฮะ!" เด็กชายตะโกนลั่นบ้าน พร้อมกับพุ่งเข้าโอบกอดคุณหญิงลี่อินที่อ้าแขนรอรับอยู่แล้ว
ฟอดดด! ฟอดดด!
"หลานรักของยาย โตเป็นหนุ่มแล้วแถมหล่อขึ้นเป็นกองเลยนะเราเนี่ย คิดถึงคุณยายมั้ยหื้ม" คุณหญิงลี่อินกอดรัดฟัดเหวี่ยงหลานชายด้วยความคิดถึงและรักใคร่สุดหัวใจ
วานินก้าวเดินตามเข้ามา ชะเง้อมองมารดาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอด
"สวัสดีค่ะม๊า..."
"สบายดีมั้ยลูก ไปอยู่ที่โน่นตั้งหลายปี ม๊าคิดถึงแทบแย่" คุณหญิงลี่อินผละจากหลานชายมาโอบกอดลูกสาวคนเล็กด้วยความอบอุ่น
ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีที่แล้ว ตั้งแต่เกิดเรื่องวุ่นวายกับวายุ วานินตัดสินใจหอบลูกหนีไปตั้งหลักที่ต่างประเทศ โดยมีภาคินณ์คอยส่งคนดูแลความปลอดภัยและจัดสรรทุกอย่างให้เป็นอย่างดี และมารดาก็เคยบินไปเยี่ยมเธอที่นั่นครั้งหนึ่งเมื่อสี่ปีที่แล้ว
"อะแฮ่ม!! นี่ไม่คิดถึงพี่ชายคนนี้บ้างหรอ เอาแต่อ้อนแต่คุณแม่อยู่ได้นะเรา"
เสียงกวนๆ ของภาคินณ์ดังขึ้น พร้อมกับที่เจ้าตัวเดินอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาน่ารักน่าชังเข้ามาในโถงคฤหาสน์ โดยมีภรรยาสุดที่รัก อเกน และลูกชายอีกคนเดินตามหลังมาติดๆ
"คิดถึงสิคะ ใครบ้างจะไม่คิดถึงพี่สุดที่รักคนนี้ล่ะจริงมั้ย" วานินผละจากมารดา เดินเข้าไปสวมกอดพี่ชายเหมือนอย่างเคยด้วยความหยอกเย้า
ก่อนจะหันไปยิ้มกว้างให้พี่สะใภ้ "อุ้ย! สวัสดีค่ะพี่เฟยเฟิ่ง" (อเกนในชื่อจีน)
"สวัสดีจ้ะคนสวย ไม่เจอกันนาน สวยขึ้นเป็นกองเลยนะเรา" อเกนยิ้มรับด้วยความเอ็นดู
"คุณลุงสวัสดีครับ!" มาวินวิ่งแจ้นเข้าไปทักทายคุณลุงภาคินณ์
"โอโห ตัวแค่นี้เป็นหนุ่มแล้วหรอนะเราเนี่ย หล่อได้น้ามาจริงๆ" ภาคินณ์หยอกล้อหลานชาย
"มาวินสวัสดีคุณป้าเฟยเฟิ่งด้วยสิลูก แล้วก็นี่... น้องๆ ของหนูนะ" วานินหันไปสอนลูกชาย
มาวินยกมือไหว้คุณป้าอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันไปทักทายเด็กชายหญิงฝาแฝดหน้าตาน่ารักที่ยืนอยู่ข้างๆ
"สวัสดีครับคุณป้าเฟยเฟิ่ง... สวัสดีครับน้องคีริล สวัสดีครับน้องไคล่า" มาวินทำความรู้จักกับลูกพี่ลูกน้องทันทีอย่างเป็นกันเอง
"มาๆ ลูกๆ ทุกคน มาทานมื้อเย็นกันได้แล้ว ม๊าให้คนเตรียมอาหารจีนและอาหารโปรดของทุกคนไว้เพียบเลย" คุณหญิงนุชจรี หรือคุณหญิงลี่อิน เอ่ยชวนเสียง Lใส
ระหว่างมื้ออาหาร บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ ทุกคนพูดคุยดินเนอร์กันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่ง...
"แล้วนี่... กลับมาอยู่เมืองไทยถาวรแล้ว ย้ายไปอยู่ไหนล่ะเรา ลูกสาวม๊า" คุณหญิงลี่อินเอ่ยถามขึ้นระหว่างตักอาหารให้หลานชาย
"นินพักที่เพนเฮ้าส์ของพี่คินณ์ค่ะม๊า สะดวกดี" วานินตอบกลับมารดาเรียบๆ
"ทำไมไม่มาอยู่บ้านเราล่ะลูก บ้านออกจะกว้างขวาง ม๊าเหงา อยากเล่นกับหลานทุกวัน"
"อยู่ที่นั่นใกล้โรงเรียนมาวินด้วยค่ะม๊า อีกอย่างคือ... นินเกรงใจ แล้วก็... กลัวมีปัญหาตามมาทีหลังด้วยค่ะ" หญิงสาวตอบเสียงแผ่ว หลบสายตาทุกคนเล็กน้อย เพราะไม่อยากนึกถึงเรื่องอดีตอันน่าปวดหัว
แต่อะไรรึจะรอดพ้นสายตาของคนเป็นพี่สะใภ้ อเกนมองหน้าน้องสามีด้วยความเข้าใจทันที
"เพราะพี่วายุใช่รึเปล่า... ที่ทำให้นินต้องระแวงขนาดนี้" อเกนถามขึ้นตรงประเด็น ทำเอาทุกคนบนโต๊ะอาหารเงียบลงชั่วขณะ
วานินส่งยิ้มเจื่อนๆ ออกมา ยอมรับตามตรง "ก็... ส่วนหนึ่งค่ะพี่เฟยเฟิ่ง แม้จะผ่านมาห้าปีแล้ว แต่เขาก็ยังตามตื๊อไม่เลิกราเลยค่ะ นินเหนื่อย..."
"พี่ต้องขอโทษแทนน้องชายพี่ด้วยนะนิน ที่มันทำเรื่องแย่ๆ ไว้กับเธอในอดีต" อเกนเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด แม้เธอจะแต่งงานเข้ามาในตระกูลทีหลัง แต่ก็รับรู้เรื่องราวความขัดแย้งทั้งหมด
"พี่เฟยเฟิ่งไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย คนทำผิดไม่ใช่พี่สักนิดเดียว" วานินรีบกล่าวแก้ตัวไม่อยากให้พี่สะใภ้ต้องมานั่งรู้สึกผิดแทนคนอื่น
"พอๆ อย่าเอาเรื่องน่าปวดหัวมาพูดบนโต๊ะอาหารกันเลยลูก มากินข้าวให้อร่อยดีกว่า" ท่านจางเหว่ย ประมุขของบ้านที่นั่งเงียบฟังอยู่นาน เอ่ยตัดบทขึ้นมาเพื่อไม่ให้บรรยากาศกร่อยลงไป
ผ่านไปจนกระทั่งมื้อค่ำจบลง ทุกคนแยกย้ายกันพักผ่อน วานินขอตัวเดินทางกลับเพนเฮ้าส์ทันทีแม้คุณแม่จะพยายามรั้งให้อยู่ค้างคืนก็ตาม
"ไม่พักที่นี่สักคืนหรอลูก ดึกแล้วนะ" คุณลี่อิงเอ่ยท้วง
"ไม่ดีกว่าค่ะม๊า พรุ่งนี้มาวินมีไปโรงเรียนแต่เช้า เดี๋ยววันหยุดยาวนินจะพาน้องมานอนค้างด้วยนะคะ" วานินเดินเข้าไปหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่ แล้วจูงมือลูกชายเดินออกไปที่รถ
"กลับบ้านเรากันนะคับทุกคน สวัสดีค่ะคุณตาคุณยาย สวัสดีค่ะเฮีย สวัสดีค่ะพี่เฟยเฟิ่ง" หญิงสาวโบกมือลาทุกคนก่อนจะขึ้นรถ ขับตรงกลับเพนเฮ้าส์ใจกลางเมือง
ยามดึก ณ ลานจอดรถวีไอพี ชั้นใต้ดินของเพนเฮ้าส์
วานินดับเครื่องยนต์ จูงมือมาวินที่กำลังสะลึมสะลือเพราะความง่วงเดินตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว แต่ทว่า...
"นิน... พี่อยากคุยกับเธอ"
เสียงทุ้มคุ้นเคยที่เธอไม่อยากได้ยินที่สุดดังขึ้นจากเงาดำมุมเสาใกล้กับลิฟต์ วายุก้าวเดินออกมาจากความมืด ใบหน้าของเขาดูอิดโรยและเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
วานินสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการป้องกันตัวสั่งให้เธอดึงลูกชายมาหลบไว้ข้างหลังทันที แววตาฉายแววโกรธเกรี้ยวขึ้นมาอีกครั้ง
"ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าชีวิตฉัน ไม่ต้องการผู้ชายแบบคุณอีกต่อไป ออกไปให้พ้นนะ!" หญิงสาวตวาดลั่นลานจอดรถด้วยความเหลืออด
"มี๊ค้าบ..." มาวินกอดขาแม่แน่น ดวงตากลมโตมองหน้าผู้ชายแปลกหน้าสลับกับแม่ด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย "คนนี้... ใช่ดี๊ของมาวินมั้ยฮะ"
หัวใจของวานินกระตุกวูบ เธอก้มลงกระซิบกับลูกชายเสียงสั่น "ไม่ใช่ครับคนเก่ง... ดี๊ของมาวินเสียไปนานแล้วครับลูก ไม่เอา... ไม่พูดถึงคนนี้นะครับ ไปกันเถอะ"
เธอกำลังจะจูงมือลูกหนี แต่ทว่าวายุก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว
พรึ่บ!
ร่างสูงสวมกอดเธอจากด้านหลังอย่างแน่นหนา แรงโอบกอดนั้นเต็มไปด้วยความโหยหาและความเจ็บปวด วายุก้มหน้าซบลงกับไหล่บาง น้ำเสียงสั่นเครือหลุดออกมาจากลำคอ
"พี่ขอโทษ... นิน พี่ขอโทษจริงๆ ให้โอกาสพี่ได้ทำหน้าที่พ่อของลูก ให้โอกาสพี่ได้แก้ตัวเถอะนะ"
"ฉันจะต้องพูดอีกกี่ครั้งว่าชีวิตฉันและลูก... ไม่ต้องการคุณอีกแล้ว! ปล่อยนะ!" วานินพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิด น้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจไหลทะลักออกมา
"ไม่ปล่อย! พี่จะไม่ปล่อยเธอไปอีกแล้ว นิน พี่รักเธอ..." วายุยิ่งกระชับกอดแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
"คุณพูดเองไม่ใช่หรอวันนั้น! ว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของคุณ!" วานินตวาดสวนกลับ เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ความเจ็บปวดในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"พี่... พี่ขอโทษ..." วายุพูดได้เพียงคำนี้ เสียงของเขาเบาราวกับเสียงกระซิบ
มาวินเห็นแม่กำลังถูกรบกวน เด็กชายด้วยความปกป้องแม่ จึงพยายามใช้มือเล็กๆ แกะมือหนาที่โอบกอดแม่ออกสุดกำลัง "ปล่อยมี๊ผมนะ! คนใจร้าย!"
วานินเห็นลูกชายเริ่มตกใจกลัว เธอจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมด หันกลับไปมองหน้าชายหนุ่มด้วยแววตาเย้ยหยันและรังเกียจถึงขีดสุด
"เอามือสกปรกของคุณออกไปจากตัวเราซะ! น่ารังเกียจที่สุด... ไปนอนกับผู้หญิงมากี่คนแล้วล่ะ ถึงกล้ามาแตะต้องตัวฉันอีก!" คำพูดเชือดเฉือนบาดลึกราวกับเอามีดมากรีดใจวายุ
ชายหนุ่มชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อ ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงทันที ความจริงที่เขาเคยทำผิดพลาดในอดีตย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสมในวินาทีนี้
"ต่อไปนี้... อย่าได้มาให้พวกเราเห็นหน้ากันอีกเลยจะดีกว่านะวายุ ลาขาด!"
พูดจบ วานินก็สะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุม คว้ามือลูกชายแน่น แล้วกึ่งลากกึ่งจูงเดินหนีเข้าลิฟต์ส่วนตัวไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ประตูลิฟต์ปิดลงต่อหน้าต่อตาเขา
ติ๊ง...
เสียงลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นไปด้านบน ทิ้งให้วายุดứngเดี่ยวเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันในลานจอดรถมืดสนิท
คำพูดประโยคสุดท้ายยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท...
พวกเรา... ไม่ต้องการคุณอีกแล้ว
คำๆ นี้... บีบหัวใจแกร่งของผู้ชายที่เคยหยนงนงนจนปวดหนึบ ร้าวรานราวกับหัวใจกำลังจะแตกสลายและกระเด็นออกมาจากอก ความเจ็บปวดที่ได้รับมันมากกว่าความตายเสียด้วยซ้ำ และเขาก็รู้ดีว่า... ทั้งหมดนี้มันคือผลกรรมที่เขาเป็นคนก่อขึ้นมาเองกับมือ
บทล่าสุด
#36 บทที่ 36 End of special episode
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#35 บทที่ 35 Special episode 2
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#34 บทที่ 34 Special episode 1
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#33 บทที่ 33 ลักพาตัวลูกเมีย (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#32 บทที่ 32 ใครกันแน่ที่โง่
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#31 บทที่ 31 เรื่องปิดบัง
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#30 บทที่ 30 หลอกฟัน
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#29 บทที่ 29 ผู้ชายคนแรก NC
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#28 บทที่ 28 หลอกล่อกวางน้อย
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#27 บทที่ 27 ต้องเจ็บยิ่งกว่า
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026
คุณอาจชอบ 😍
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง













